ปัสสาวะเป็นเลือด คือการมีเม็ดเลือดปนออกมากับปัสสาวะ อาจเห็นชัดเป็นเลือดสด ๆ หรือไม่เห็น แต่ดูจากกล้องจุลทรรศน์แล้วเห็น (เช่นใครที่เคยไปตรวจร่างกายหรือตรวจทำประกันชีวิตบางครั้งจะพบว่ามีรายงานปัสสาวะมีเม็ดเลือดแดง เท่านั้น เท่านี้ ซึ่งเราเองก็ดูสีปัสสาวะแล้วก็ปกติดี) เราลองมาดูว่า จะเป็นโรคอะไรได้ และวิธีการวิเคราะห์ของแพทย์
โดยนิยาม เราถือว่า ปัสสาวะเป็นเลือดหรือมีเลือดปน คือปัสสาวะที่เก็บด้วยวิธีที่ถูกต้อง แล้วมีเม็ดเลือดมากกว่า 3 ตัว ต่อหนึ่งช่องการดูจากกล้องจุลทรรศน์กำลังขยาย 40 เท่า
สาเหตุที่เป็นไปได้ เป็นได้จากทุกที่ไล่มาตั้งแต่ไต ท่อไตและกรวยไต กระเพาะปัสสาวะ ต่อมลูกหมาก และท่อปัสสาวะ จุดสำคัญในการแยกโรคว่าอะไรเป็นอะไรคือ
- ลักษณะการออก
- อยู่ ๆ ก็เป็น บางทีก็หาย อาจเป็นจากอุบัติเหตุ นิ่ว หรือกระเพาะปัสสาวะอักเสบ โดยเฉพาะถ้ามีอาการแสบขัดที่ช่องทางเดินปัสสาวะ หรือมีไข้ร่วม
- เป็นตลอด สม่ำเสมอ ตรวจเมื่อไรก็เจอ เช่นโรคของไตบางอย่างที่ชอบเรียกว่าไตรั่ว ซิสต์ของไต หรือมะเร็ง
- ออกมากเห็นชัดและอาจมีก้อนหรือลิ่ม ๆ ด้วย มักเกิดจากส่วนล่าง ๆ ของทางเดินปัสสาวะเช่น กระเพาะปัสสาวะ ต่อมลูกหมาก
- ถ้าปวดเอวด้วย คิดถึงนิ่วอุดท่อทางเดินปัสสาวะ หรือมีการติดเชื้อไตอักเสบ
- ถ้าออกแบบไม่มีขัด ไม่ปวด ไม่ไข้ แต่ออกเยอะ ๆ คิดถึง มะเร็ง หรือโรคไตบางอย่าง
- อาการอื่นที่พบร่วม
- มีความดันเลือดสูงด้วย คิดถึงโรคจากไต
- ผื่น ไข้ ปวดข้อ ระวังโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง หรือโรคติดเชื้อเรื้อรัง
- ปัสสาวะเคยมีกรวดทรายนิ่ว ระวังจากนิ่วอีก
- ปัสสาวะออกสะดุด ไม่ค่อยไหลดี กลั้นไม่ค่อยอยู่ ในชายสูงอายุ คิดถึงภาวะของต่อมลูกหมาก
- ปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ
- สตรี อายุยังไม่มาก ประวัติกลั้นปัสสาวะบ่อย ๆ หรือเพศสัมพันธ์ น่าจะเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
- อายุมาก ชาย สูบบุหรี่ เคยได้รับการฉายรังสีที่อุ้งเชิงกราน ระวังมะเร็ง
บทบาทของแพทย์จะพยายามวินิจฉัยจากอาการ และส่งปัสสาวะตรวจ อาจต้องเอกซเรย์ เอ็กซเรย์แบบฉีดสารทึบแสง หรืออัลตราซาวด์