ตรวจสุขภาพ อย่างไร เมื่อไร
วัน อังคาร 26 พ.ย. 02 @ 00:00
หัวข้อ: ดูแลตนเอง(โรคที่พบบ่อย)


สุขภาพดี เป็นสิ่งที่ทุกท่านต้องการ เมื่อถึงวัยที่เหมาะสม เราก็เหมือนเครื่องจักร ที่ต้องมีการตรวจสภาพตามระยะ เรามาดูกันว่ามาตรฐานการตรวจสุขภาพ ตรวจอะไรบ้าง และเมื่อไร


การตรวจสุขภาพมีความสำคัญในการตรวจหาและหาทางป้องกันโรคต่าง ๆ ที่อาจตรวจหาได้พบในระยะแรก และสามารถป้องกันได้ก่อนจะเกิดภาวะแทรกซ้อน
การตรวจสุขภาพที่ดี จะต้องไวพอที่จะหาความผิดปกติพบ จึงจะถือว่ามีประโยชน์ แต่ขณะเดียวกันก็ต้องคำนึงถึงความจำเป็น และราคาเมื่อคุ้มกับประโยชน์ที่ได้ การตรวจบางอย่างไม่จำเป็นและอาจไม่มีประโยชน์ และยังอาจเกิดโทษด้วย
การตรวจที่ไม่จำเป็นในประชากรกลุ่มหนึ่งหรือวัยหนึ่ง อาจจำเป็นในกลุ่มอีกกลุ่มเช่น ในเด็ก เราไม่จำเป็นต้องตรวจมะเร็งทั้งหลาย แต่ในผู้ใหญ่ การตรวจมะเร็งเต้านม ปากมดลูก หรือผิวหนัง เป็นสิ่งจำเป็น

คำแนะนำนี้มาจาก แนวทางการตรวจสุขภาพสำหรับผู้ใหญ่ไทยซึ่งจัดทำโดย ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย ตีพิมพ์ลงใน แนวทางการตรวจรักษาทางคลินิค ภาควิชาอายุรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ข้อมูลบางส่วน ได้มาจาก 2001 Routine Preventive Care Recommendations : United States Preventive Services Task Force(USPSTF)

การตรวจcheck up มาตรฐาน


1 .การซักประวัติตรวจร่างกายทั่ว ๆ ไป เช่น ชั่งนน. วัดส่วนสูง ดัชนีมวลกาย รอบเอว : ทำตั้งแต่มาครั้งแรก หรือตั้งแต่อายุ 19 ปี ทำทุก 1-3 ปีแล้วแต่ความเสี่ยง ตั้งแต่อายุ 50 ปี ตรวจทุกปี
แพทย์จะให้คำแนะนำในเรื่องโรคอ้วน ความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน ความดัน เส้นเลือดแข็ง การแนะนำการรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย และการงดบุหรี่

2 .การซักประวัติเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันโรค ประวัติสภาวะแวดล้อม การกินอาหารสุก ดิบ การอยู่ในแหล่งระบาดของโรค เพศสัมพันธ์ ยาเสพติด และการใช้ยา : ทำตั้งแต่อายุ 19 ปี ทุก 1-3 ปี แล้วแต่ความเสี่ยง
แพทย์จะให้คำแนะนำเกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ วัณโรค พยาธิ

3 .การตรวจคัดกรองสำหรับมะเร็ง : โดยทั่วไป แนะนำให้ตรวจตั้งแต่อายุ 40-50 ปีขึ้นไป ตามความเสี่ยง ความเสี่ยงที่สำคัญก็เช่น ประวัติในครอบครัวเป็นมะเร็ง การสูบบุหรี่ การดื่มเหล้าและการมีเชื้อไวรัสตับอักเสบ(สำหรับมะเร็งตับ)การรับประทานอาหารสุกๆดิบๆ(มะเร็งทางเดินน้ำดี)
ในสุภาพสตรี ตรวจมะเร็งเต้านมโดยวิธีการตรวจเอง ให้แพทย์คลำ หรือทำเอกซเรย์เต้านมตั้งแต่อายุ 40 ปี ช่วงอายุก่อนจากนี้อาจตรวจทุก 3 ปี แล้วแต่ความเสี่ยง
ตรวจมะเร็งปากมดลูก แนะนำให้ทำได้ทุกวัยเฉพาะผู้มีประวัติเพศสัมพันธ์ โดยการตรวจภายใน และป้ายปากมดลูกไปตรวจ (pap smear) ตั้งแต่อายุ 35 ปีขึ้นไป (บางที่แนะนำให้ตั้งแต่ 20 ปี ขึ้นไป และมีความเสี่ยงเช่นมีบุตรหลายคน หรืออาชีพที่ต้องมีเพศสัมพันธ์บ่อย หรือเป็นโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์บ่อย)ทำทุกปี ติดกัน 3 ปีถ้าปกติ หลังจากนั้นทุก 3 ปี หลังจากอายุ 50-65 ปี ทำทุกปี
ในสุภาพบุรุษตรวจมะเร็งต่อมลูกหมากโดยการตรวจทางทวารหนัก มักทำในผู้สูงอายุ หรืออายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป หรือมีความเสี่ยงเช่น การมีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก การกินอาหารที่มีไขมันสัตว์มาก การผ่าตัดทำหมันชาย หรือบางเชื้อชาติเช่น คนผิวสีนิโกร ยกเว้นชาวเอเชีย เป็นต้น (อ้างอิงhsph.harvard.edu)การตรวจเลือดหาสารชนิดหนึ่งที่เรียกว่า PSAมักทำในกรณีคนไข้เสี่ยงสูง อายุมากกว่า 65 ปี หรือมีอาการสงสัยเช่นปัสสาวะขัด หรือเอาไว้ติดตามผลการรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก เจาะตรวจทุกปี
ตรวจมะเร็งปอดโดยการตรวจร่างกายและเอกซเรย์ปอด มักไม่ได้ทำเป็นประจำสำหรับบุคคลทั่วไป แต่ในกรณีมีความเสี่ยง เช่น สูบบุหรี่ ประวัติครอบครัว หรืออยู่ในสถานที่ที่มีมลภาวะบางอย่างอยู่มาก โดยการเอกซเรย์ปอดทุก 1-3 ปี
ในทั้งสองเพศมะเร็งลำไส้ใหญ่โดยการตรวจเม็ดเลือดในอุจจาระ และการตรวจร่างกาย มักทำในผู้มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ถ้าอยู่ในกลุ่มเสียง เช่น มีญาติสายตรงเป็น แนะนำให้ตรวจตั้งแต่อายุ 20 ปี ทุก 3 ปี และอาจส่องกล้องตรวจภายในลำไส้ใหญ่ทุก 10 ปี
มะเร็งผิวหนังและช่องปากมักตรวจตั้งแต่อายุ 50 ปีขึ้นไป
4 .การตรวจอื่น ๆ เช่น
วัดความดัน : ตรวจเมื่อมาพบแพทย์ทุกครั้ง
ตรวจน้ำตาลในเลือด (fasting blood sugar) : ตรวจทุก 3-5 ปี หรือทุก 1-3 ปีถ้ามีความเสี่ยง เช่น อ้วน ประวัติครอบครัวสายตรงเป็นเบาหวาน มีความดันโลหิตสูง หรือมีโรคไขมัน เกาท์
ตรวจไขมันในเลือด โคเลสเตอรอล และ ไตรกลีเซอร์ไรด์ ( cholesterol , triglyceride) : ตรวจทุก 3-5 ปี หรือทุก 1-3 ปี ถ้ามีความเสี่ยงเช่น มีเบาหวาน อ้วน ความดันโลหิตสูง ญาติสายตรงเป็นโรคไขมัน เส้นเลือดหัวใจตีบ หรือเป็นอัมพาต อัมพฤกษ์ ประวัติการรับประทานไขมัน กินดีอยู่ดี
ตรวจหัวใจและคลื่นหัวใจในขณะพัก ในผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปี มีความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจ เช่น อ้วน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง สูบบุหรี่ และมีประวัติญาติสายตรงเป็นโรคหลอดเลือด อัมพาต อัมพฤกษ์

5 .การตรวจคัดกรองภาวะติดเชื้อต่าง ๆ
การตรวจไวรัสตับอักเสบ บี และ ซีตรวจเป็นระยะตามความเสี่ยงเช่นมีประวัติสำส่อน เคยได้รับเลือด อยู่ในแหล่งระบาดของโรค หรือเป็นการตรวจครั้งแรกที่มาพบแพทย์ และไม่มีประวัติตัวเหลืองตาเหลือง หรือไม่เคยได้วัคซีนมาก่อน หรือในหญิงตั้งครรภ์
ตรวจภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสเอดส์(anti HIV)ตรวจเป็นระยะตามความเสี่ยงเช่น มีประวัติสำส่อนเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน เคยได้รับเลือด หรือบุคคลที่ทำงานมีโอกาสสัมผัสเชื้อสูง เช่นบุคลากรทางการแพทย์
วัณโรค ตรวจโดยการ เอกซเรย์ปอด ตรวจเป็นระยะ1-3 ปี ตามความเสี่ยง เช่นมีประวัติบุคคลในครอบครัวที่สัมผัสกันอย่างใกล้ชิด เช่นนอนในห้องเดียวกัน เป็น บุคลากรทางการแพทย์ หรือโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง

ุ6 . การตรวจตา ตรวจหู :
ตรวจตา วัดความดันตา สายตา ตั้งแต่อายุ 20 ปี แล้วแต่ความเสี่ยง ทุก 3 ปี หลังจากอายุ 40 ปี ตรวจทุกสองปี และตรวจทุกปีตั้งแต่อายุ 65 ปีขึ้นไป
ตรวจหู และการได้ยิน ตามความเสี่ยงเช่น ทำงานในที่เสียงดัง อาจต้องตรวจทุกปี หรืออายุมากกว่า 50 ปี ตรวจทุกปี

ึ7 . การตรวจอื่น ๆ ในประชากรกลุ่มเสี่ยงอื่น ๆ เช่น
รับประทานปลาดิบ ภาคอิสานตรวจอุจจาระหาไข่พยาธิ
เคยได้รับรังสีหรือผ่าต่อมธัยรอยด์ตรวจการทำงานต่อมธัยรอยด์
ทำงานเกี่ยวข้องกับสุขภาพและ
ความปลอดภัยของผู้อื่น เช่นขับรถสิบล้อตรวจหาสารเสพติด
โรคตับอักเสบเรื้อรังตรวจหาสารมะเร็งตับ,อัลตราซาวด์
ประวัติครอบครัวโลหิตจางตรวจชนิดของ ฮีโมโกลบิน
สตรีวัยหมดประจำเดือน ที่มีภาวะเสี่ยง
ต่อภาวะกระดูกพรุน เช่น นนตัวน้อย
ได้รับยากดภูมิคุ้มกันระยะยาวตรวจวัดความหนาแน่นของกระดูก

ข้อมูลอ้างอิงhttp://www.hsph.harvard.edu






บทความนี้มาจาก สุขภาพ thaihealth ข่าว ดูทีวี โรค
http://www.thaihealth.net/h

URL สำหรับเรื่องนี้คือ:
http://www.thaihealth.net/h/article4.html