แพทย์ประชุมเครียด เรื่องการส่งแพทย์ไปทำงานภาคใต้
วัน พฤหัสบดี 04 พ.ย. 04 @ 10:51
หัวข้อ: เวทีสุขภาพ


แพทย์ทุกสังกัดถกเครียดหลังเกิดวิกฤติขาดแคลนบุคลากรใน 3 จว.ชายแดนภาคใต้ แถมมีคลิกนิกปิดตัวอื้อ โวยเงินค่าเสี่ยงภัยไม่ถึงมือหมอ เสนอฟื้นกลยุทธ์ส่งหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ลงช่วยชาวบ้าน สมัยนราธิวาสเป็นที่สีแดงเมื่อ 30 ปีก่อน พร้อมพยากรณ์ปัญหาภาคใต้นิยายเรื่องยาวต้องวางแผนแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ “หมอศิริราช” เสนอตั้งฐานที่มั่นแพทย์รองรับการส่งต่อจากทุกจุด

  วานนี้ (3 พ.ย.) กระทรวงสาธารณสุข แพทยสภา แพทยสมาคม กลุ่มโรงเรียนแพทย์ และแพทย์สังกัดกระทรวงกลาโหม ได้ประชุมปรึกษาหารือการจัดส่งแพทย์อาสาช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
       
       น.พ.พินิจ กุลละวณิชย์ เลขาธิการแพทยสภา กล่าวว่า สถานการณ์ชายแดนภาคใต้ในขณะนี้ต้องบอกว่าเข้าขั้นวิกฤติและกระทบกระเทือนมาถึงขวัญและกำลังใจของบุคลากรการแพทย์ด้วย แพทย์บางส่วนลาออก ในขณะที่แพทย์ใหม่ก็ไม่มีเข้าไปเพิ่มทำให้การขาดแคลนแพทย์เป็นปัญหาต่อเนื่องมาโดยตลอด
       
       สำหรับการแก้ปัญหาระยะสั้นนั้น ขณะนี้โรงพยาบาลใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นขาดแคลนแพทย์อย่างหนัก บางโรงพยาบาลอย่างโรงพยาบาลเบตงก็ไม่เคยมีแพทย์ศัลยกรรมเลย เมื่อเกิดเหตุที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บก็ต้องส่งต่อโดยตลอด ขวัญกำลังใจก็แย่โดยเฉพาะถ้าส่งต่อตอนกลางคืนจะอันตรายมาก
       
       ส่วน พ.ญ.สมศรี เผ่าสวัสดิ์ นายกแพทยสมาคม ให้แง่คิดว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้หวนนึกถึงเหตุการณ์เมื่อ 30 ปีก่อนที่พื้นที่ จ.นราธิวาสและสกลนครเป็นพื้นที่สีชมพูและสีแดง ซึ่งในสมัยนั้นโรงพยาบาลศิริราชได้ทำโครงการพิเศษขึ้นมาโดยการส่งแพทย์เคลื่อนที่เข้าไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ 2 จังหวัดนั้น ซึ่งไม่ต้อนรับทหารและตำรวจ ยกเว้นหมอ ส่วนงบประมาณที่ใช้ก็เบิกจากงบกลาง ดังนั้น น่าจะทดลองนำวิธีการดังกล่วมาใช้
       
       ขณะที่ น.พ.ฐาปนวงศ์ ตั้งอุไรวรรณ อุปนายกแพทยสภา กล่าวว่า การแก้ปัญหาชายแดนใต้อย่ามองแค่เฉพาะหน้าเท่านั้น เพราะเท่าที่คุยกับแพทย์ในพื้นที่บอกว่าปัญหายืดเยื้อเรื้อรังอีกหลายสิบปี แพทย์หลายคนย้ายบุตรหลานออกนอกพื้นที่ บางคนที่ทำคลินิกก็ต้องปิดเป็นการถาวร
       
       นอกจากนั้น คนที่จะเข้าไปอยู่ใหม่ก็ติดปัญหาอยู่โควตาของกระทรวงฯ ไม่เปิดเป็นโควตาให้เลยพิเศษทั้งที่ในหน่วยงานอื่นก็อนุมัติออกมาได้ตั้งเป็นพันเป็นหมื่นตำแหน่ง ที่สำคัญคือเรื่องค่าตอบแทนที่กระทรวงฯ ประกาศนักหนาว่าได้เพิ่มให้แล้ว
       แต่พอเอาเข้าจริงก็ไม่มี แพทย์ที่ลงไปปฏิบัติหน้าที่เบิกจ่ายได้ตามจริง ค่าตอบแทนที่พูด ๆ กันนั้นเป็นเพียงแค่ตัวเลข แต่ตัวเงินยังไม่มี ขณะนี้แพทย์ที่ลงไปไม่ได้เต็มใจลงไปช่วยทุกคน บางคนก็ถูกบังคับจากหัวหน้าหน่วยงาน
       
       ขณะเดียวกันควรตั้งกรรมชุดพิเศษเข้าไปทำในเรื่องนี้ ไม่ใช่ทำงานตามกระแส เช่นพอมีปัญหาก็ลงไปที แต่ขอให้ทำต่อเนื่องเพราะกว่าไฟใต้จะสงบไม่ใช่แค่ปี 2 ปี แต่อาจกินเวลาถึง 30 ปีเลยก็ได้
       
       น.พ.กำธร พฤกษานานนท์ ผู้ช่วยฯ ผอ.รพ.จุฬาฯ กล่าวแบบตรงไปตรงมาว่า
       ผิดหวังกับการแก้ปัญหาการขาดแคลนแพทย์มาก เพราะจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่เห็นนโยบายระยะยาวที่ชัดเจน มีเพียงระยะสั้นเท่านั้น ซึ่งไม่รู้ว่าจะต้องแก้ไขในลักษณะนี้ไปอีกกี่ครั้ง
       
       อย่างไรก็ตาม ความจริงแล้วการแก้ปัญหาไม่อยากในติดยึดอยู่กับกลไกของกระทรวงฯ อย่างเดียวเท่านั้น ความจริงแล้วยังมีกลไกอื่น ๆ ที่เข้ามาช่วยเหลืออีกอย่างเช่น หน่วยแพทย์อาสาของสมเด็จพระราชินี แพทย์กาชาด ฯลฯ
       
       สำหรับ น.พ.ศิริพงศ์ สวัสดิ์มงคล รองคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
       เสนอให้มีการตั้งฐานที่มั่นของแพทย์ ณ จุดใดจุดหนึ่งในการรองรับการส่งต่อจากโรงพยาบาลหลายแห่ง ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ เพื่อความปลอดภัยของแพทย์
       ซึ่งจะทำให้การส่งแพทย์ลงไปยังจังหวัดเหล่านั้นง่ายขึ้น เพียงแต่ต้องมีการปรับเปลี่ยนการส่งต่อคนไข้ว่าทำอย่างไรให้มีประสิทธิภาพในสถานการณ์วิกฤติ
       
       ด้าน น.พ.ชาตรี บานชื่น อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า จะมีการจัดส่งทีมแพทย์ประกอบด้วย ศัลยแพทย์ 4 คน หมอกระดูก 2 และหมอดมยาอีก 1 คน รวมเป็น 7 คน ซึ่งจะส่งไปประจำทีมละ 1 สัปดาห์ พร้อมกันนี้จะมีการวางระบบในเรื่องของการส่งต่อผู้ป่วยโดยเฉพาะกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินจะใช้ค่ายอิงคยุทธเป็นศูนย์กลาง และในวันที่ 9 พ.ย.จะมีการหารือเพื่อหาข้อสรุปอีกครั้ง
       
ผู้จัดการ





บทความนี้มาจาก สุขภาพ thaihealth ข่าว ดูทีวี โรค
http://www.thaihealth.net/h

URL สำหรับเรื่องนี้คือ:
http://www.thaihealth.net/h/article548.html