ก่อนอื่นขอไว้อาลัย น้อง พญ.สุทธิพร ไกรมาก แพทย์รพ.ร่อนพิบูลย์ ที่ ได้รับการตัดสินพิพากษา จำคุก 3 ปี โดยไม่รอลงอาญา ในความผิดฐานประมาท และทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ในป.อาญา มาตรา 291 ตามข่าวที่ปรากฎในหน้าหนังสือพิมพ์
http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9500000144864
ความเห็นต่อไปนี้ ถือเป็นความเห็นส่วนตัวและมุมมองที่เป็นกลาง และมองกว้างไปมากกว่า การสูญเสียแบบปัจเจกบุคคล ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น จะเป็นการจุดชนวน ปัญหาใหม่ ที่ยิ่งใหญ่ และถ้าไม่แก้ไขอย่างจริงจัง จะเป็นการก่อให้เกิดวิกฤต ของวงการสาธารณสุขไทยอย่างใหญ่หลวง
วิกฤตที่ว่า จะขอแสดงเป็นข้อๆ ตามประสบการณ์ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่มากว่า 20 ปี ดังนี้คือ
เป็นการถอยหลังเข้าคลองครั้งใหญ่ ที่มีแต่ความเสียหาย และ "เหยื่อ" ก็คือทุกคน ไม่ว่าจะเป็นประชาชน หรือผู้ปฏิบัติหน้าที่
ผู้เขียนยังระลึกถึงสมัยก่อน ที่หมอทุกคน มีอุดมการณ์แบบหมอเท้าเปล่า ตะลุยรักษา ในโรงพยาบาลที่ห่างไกลความเจริญ แม้เครื่องมือไม่ถึง แต่ด้วยใจสู้และมีแต่ความหวังที่จะช่วยเหลือคนไข้อย่างเต็มเปี่ยม ผู้เขียนเคยช่วยทำคลอดในห้องฉุกเฉินหลายครั้ง ไม่มีแม้แต่หมอสูติ หมอดมยา หรือหมอเด็ก สิ่งเหล่านี้ จะสูญสิ้นไปอย่างสิ้นเชิง
แพทย์ ส่วนใหญ่ในรพ.ชุมชน เมื่อรับทราบข่าวนี้ คงจะทราบตนเองดีว่า จะทำอย่างไร นี่คือ panic ! สิ่งที่ทำได้ดีที่สุด คือ ปิดห้องผ่าตัด และไม่รับทำหัตถการที่มีความเสี่ยง หรือมีเครื่องมือไม่พร้อม (รพ.ชุมชน ไม่สามารถพร้อมรับต่อเหตุฉุกเฉินได้ เนื่องจาก ไม่มีแพทย์ดมยา ไม่มีฯลฯ) สิ่งที่เกิดตามมาคือ การส่งคนไข้ที่ไม่จำเป็นต้องส่ง(ตามมาตรฐานที่ต้องทำได้ เช่น ผ่าตัดไส้ติ่ง หรือแม้กระทั่งการคลอด) เข้ามารักษา ในรพ.ทั่วไปและรพ.ศูนย์ ต้องเสียทั้งเวลา เดินทาง และมาแออัดอยู่ใน ตัวเมือง
การที่จะรอให้กระทรวง ส่งความพร้อม ทั้งส่งหมอดมยา หรือทำให้รพ.ชุมชนพร้อม ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันที่มีความจำกัดทั้งบุคลากร และงบประมาณ น่าจะเป็นไปไม่ได้เลย และเป็นห่วงว่า แพทย์ใหม่ ๆ หรือแพทย์ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง ไม่พร้อม น่าจะไปอยู่ที่ใด ที่ไม่ต้องเสี่ยง ....นั่นคือ ถ้าไม่ลาออก ก็ย้าย หรือออกไปจากระบบ ....ยิ่งเป็นตัวจุดไฟให้ปัญหา
การผลิตแพทย์เพิ่ม ไม่ได้เป็นตัวแก้เลย เพราะจะยิ่งเป็นการส่งหมอใหม่ ออกไปอยู่ในที่ไม่พร้อมอีก ใครจะเสี่ยง หมอคงลาออก ชาวบ้านคงเสี่ยงอย่างเก่า หรือ หนักกว่าเก่า เพราะหมอเก่าๆก็คงไม่อยากเอาตัวเองมาเสี่ยงคุก คงหาทางไปที่อื่นเท่าที่จะทำได้
นี่คือการเริ่มเข้าสู่วัฐจักรแห่งความชั่วร้ายของจริง
เมื่อถึงจุดๆหนึ่ง ที่เมืองทั้งเมืองไม่มีหมอ ต้องข้ามมาอีกจังหวัด หรือแม้กระทั่งต้องจ้างหมอจากประเทศอื่นๆมา และมากระจุกตัวแออัดอยู่ในเมืองที่ก็ขาดแคลนแพทย์ เช่นกัน
และยังไม่เห็นว่า กลุ่มใด คณะใดจะมาช่วยกันคิดหรือช่วยเหลือไม่ให้ถึงจุดวิกฤตเหล่านั้น