สุขภาพ เพื่ออนาคต  | Thaihealth english version
 สุขภาพ  |  ข่าว |  ฟังเพลง |  ค้นหา |  เกมส์ |  เที่ยว |  เทคโนโลยี |  รูปภาพ-ecard |   
ลิงค์ สุขภาพ ห้องแพทย์ ช๊อปปิ้ง เซ็กซ์ ความงาม ไดอารี่
สุขภาพ  
เทคโนโลยี
ไทยลิงค์
ข่าว
จัดอันดับTop100
ไดเรคตอรี่ทั่วโลก
พบแพทย์
เกมส์
เวบบอร์ด
ดูทีวี
ห้องแชท
ส่งe-card
ซื้อขายสินค้า
free classified
คู่มือใช้thaihealth
เกมส์
คลิปวีดีโอ
คลิปตลก
เวปลิงค์
ค้นหา
Palm version
ฟังเพลง
ฟังวิทยุ
เข้าระบบสมาชิก 

นำข่าวไปหน้าเว็บท่าน
 

my live space

 
คุณกำลังอยู่ที่ โซน:สุขภาพ:>> หน้าหลัก>>ข่าวสุขภาพ>> สุขภาพผู้สูงวัย >> ภาวะกระดูกพรุนBookmark เก็บหน้านี้ไว้
หน้าเอกสารสำหรับเครื่องพิมพ์  หน้าเอกสารสำหรับเครื่องพิมพ์ ส่งเรื่องนี้ต่อให้เพื่อนอ่าน  ส่งเรื่องนี้ต่อให้เพื่อนอ่าน   Set to your default home page! -คลิกให้เราเป็นเวปแรกของคุณ- ที่นี่ !

รู้โรคตามอาการ: ภาวะกระดูกพรุน

Posted on พุธ 03 ก.ย. 03 @ 12:49 สุขภาพผู้สูงวัย

advertisement

ข้อมูลจากราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย


รศ.นพ.วีระพล  จันทร์ดียิ่ง

ภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา

คณะแพทยศาสตร์

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

โครงสร้างของกระดูกมี 2 ชั้น ชั้นนอก เป็นส่วนของกระดูกแข็ง ส่วน ชั้นใน ของกระดูกมีลักษณะเป็นรูพรุนคล้ายฟองน้ำ แคลเซียม และ โปรตีน เป็นองค์ประกอบที่สำคัญของกระดูก กระดูกทั้งสองชั้นประกอบด้วยเซลล์ 2 ชนิดคือ เซลล์เสริมสร้างกระดูกใหม่ และ เซลล์ทำลายกระดูกเก่า กระบวนการของการสร้างกระดูกและการทำลายกระดูกเป็นกระบวนคู่ขนาน ความสมดุลยระหว่างปฏิกิริยาทั้งเป็นไปอย่างต่อเนื่อง เรียกว่า การบูรณะปฏิสังขรณ์กระดูก

ในช่วงวัยเด็กจนถึงวัยผู้ใหญ่ การเสริมสร้างกระดูกจะ เร็ว กว่าการทำลายจึงเป็น การบูรณะปฏิสังขรณ์กระดูกในทางบวก โดยเฉลี่ยความหนาแน่นของกระดูกจะเพิ่มขึ้นตามลำดับ จนถึงขีดสูงสุดเมื่ออายุราว 35 ปี หลังอายุ 35 ปี การเสริมสร้างกระดูกจะ ช้า กว่าการทำลาย ยิ่งอายุมากขึ้นเท่าไร ความหนาแน่นของกระดูกก็ลดน้อยลงเท่านั้น

เมื่อการทำลายกระดูก เร็ว กว่าการเสริมสร้าง ในระยะแรกการเปลี่ยนแปลงนี้จะเกิดที่กระดูกชั้นในก่อน รูพรุนคล้ายฟองน้ำจะมีขนาดใหญ่ขึ้น อันเป็นผลมาจากปริมาณแคลเซียมและโปรตีนในกระดูกลดลง จนกระทั่งกระดูกมีความหนาแน่นน้อยผิดปกติ เราเรียกภาวะนี้ว่า ภาวะกระดูกพรุน

ภาวะกระดูกพรุนทำให้กระดูกบางและเปราะ ดังนั้น หญิงวัยหมดระดู (อายเฉลี่ย 50 ปี) ที่มีภาวะกระดูกพรุน มักมีปัญหาเรื่องกระดูกแตกหักง่าย ทั้งจากอุบัติเหตุที่ไม่รุนแรงหรือหกล้มเพียงเล็กน้อยภายในบ้าน ตำแหน่งของกระดูกแตกหักมักพบบ่อยที่บริเวณ ข้อตะโพก ข้อมือ และกระดูกสันหลังตามลำดับ ส่วนผู้ที่ไม่มีภาวะกระดูกพรุนจะไม่ค่อยพบปัญหานี้

เริ่มต้นจากส่วนสูงลดลง บางคนอาจปวดหรือเจ็บที่บริเวณหลัง รวมทั้งกระดูกสันหลังส่วนบนโค้งงุ้มเล็กน้อย เมื่อโครงสร้างของกระดูกสันหลังไม่อาจรองรับน้ำหนักร่างกายส่วนบนได้ กระดูกสันหลังจะงองุ้มมากขึ้น การโค้งงอของกระดูกสันหลังอย่างรุนแรงและถาวร จะทำให้รูปลักษณ์ของกระดูกสันหลังเป็น “โหนก” หรือ “ค่อม”

ภาวะกระดูกพรุนอาจเกิดขึ้นได้ทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย แต่ ผู้หญิงสูงอายุ มีโอกาสเกิดปัญหาแทรกซ้อนของภาวะกระดูกพรุนมากกว่าผู้ชายถึง สองเท่า เนื่องเพราะผู้หญิงมีโครงสร้างของกระดูก เล็กและเบา กว่าผู้ชายโดยธรรมชาติ แม้ว่าเกิดภาวะกระดูกพรุนในระดับเดียวกับ ทว่าโดยต้นทุนเดิมผู้หญิงมีความหนาแน่นของกระดูก น้อยกว่า จึงเกิดภาวะกระดูกพรุนในระดับที่รุนแรง มากกว่า ผู้ชาย ข้อเท็จจริงอีกประการหนึ่งคือ การขาดฮอร์โมนเพศหญิง (เอสโตรเจน) หลังวัยหมดระดู จะเป็นการ เร่ง ให้ภาวะกระดูกพรุนเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

การขาดแคลเซียมก็เป็นปัจจัยเสริมที่สำคัญอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะผู้หญิงมีปัจจัยหลายอย่างเหนี่ยวนำให้เกิดภาวะขาดแคลเซียม ตั้งแต่ขณะตั้งครรภ์หรือระหว่างให้นมบุตร ผู้หญิงมักได้รับแคลเซียมทดแทนในระดับที่น้อยเกินไป รวมถึงผู้หญิงที่ลดความอ้วนด้วยการควบคุมอาหารอย่างหักโหม มักขาดแคลเซียมได้ง่าย ยังผลให้ผู้หญิงส่วนหนึ่งได้แคลเซียมราว ครึ่งหนึ่ง ของปริมาณที่ควรได้รับเท่านั้น ส่วนการกินอาหารซ้ำซากเพราะถูกปาก ก็เป็นสาเหตุหนึ่งของภาวะขาดแคลเซียม

    1. โครงสร้างของกระดูกบอบบาง

    2. น้ำหนักตัวน้อยกว่าปกติ

    3. ขาดฮอร์โมนเพศหญิงหลังหมดระดู

    4. แคลเซียมทดแทนไม่เพียงพอ

    5. ออกกำลังกายน้อยเกินไป

    6. สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ กาแฟ มากเกินไป

    7. รับประทานยาประเภทสเตรียรอยด์

ภาวะกระดูกพรุนอาจตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจวัดความหนาแน่นของกระดูก ควรตรวจในสตรีก่อนวัยหมดระดูเล็กน้อยสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูงต่อภาวะกระดูกพรุนเท่านั้น โดยเฉพาะผู้ที่มีโครงสร้างของกระดูกบอบบาง น้ำหนักตัวน้อยกว่าปกติ

แคลเซียมจำเป็นต่อการทำงานตามหน้าที่ของเส้นประสาทและอวัยวะต่างๆ เมื่อแคลเซียมในกระแสเลือด ต่ำ กว่าปกติ ร่างกายจะทดแทนด้วยการ ดึง เอาแคลเซียมจากกระดูกมาใช้งาน ยิ่งใช้แคลเซียมจากกระดูกมากขึ้นเท่าใด ความหนาแน่นของกระดูกจะลดน้อยลงเท่านั้น

การบริโภคแคลเซียมจะช่วยหน่วงอัตราการสูญเสียของแคลเซียมในกระดูก ดังนั้น สตรีก่อนวัย หมดระดูควรได้รับแคลเซียมวันละ 1,000 มิลลิกรัม ส่วนสตรีวัยหมดระดูควรได้รับแคลเซียมวันละ 1,500 มิลลิกรัม อาหารหลายประเภทมีอุดมไปด้วยแคลเซียม

(จาก American College of Obstetricians and Gynecologists) 

อาหาร

ปริมาณอาหาร

แคลเซียม (มิลลิกรัม)

ไขมัน (กรัม)

นมและผลิตภัณฑ์จากนม
  • เนยเหลือง

  • ครีม

  • ไอครีม

  • นมสด

  • นมไขมันต่ำ

  • นมพร่องมันเนย

  • โยเกริทชนิดไขมันต่ำ

  • โยเกริทชนิดไขมันต่ำพร้อมผลไม้

1 ออนซ์

1 ถ้วย

1 ถ้วย

1 ถ้วย

1 ถ้วย

1 ถ้วย

1 ถ้วย

1 ถ้วย

211

211

176

291

298

303

415

345

 9.1

9.5

14.1

8.1

4.7

0.4

3.4

2.5

เมล็ดพืช

  • อัลมอนด์

  • งา

  • ทานตะวัน

1 ออนซ์

3 ½ ออนซ์

3 ½ ออนซ์

 66

100

120

16.2

53.4

47.3

อาหารทะเล

  • หอยแครง
  • กุ้ง

3 ½ ออนซ์

3 ½ ออนซ์

115

63

 1.4

0.8

ผักใบเขียว

  • บรอคโคลี่
  • กะหล่ำปลี
  • ผักขม
  • ผักกาด

2/3 ถ้วย

¾ ถ้วย

½ ถ้วย

2/3 ถ้วย

88

187

83

184

 0.3

0.7

0.3

0.2

ผักอื่น

  • ถั่วเหลือง
  • มันเทศ

½ ถ้วย

1 หัวเล็ก

68

40

 3.2

0.5

 

 หมายเหตุ    

 

1 ออนซ์ = 31.1035 กรัม

1 ควอท = 1.1364 ลิตร (4 ถ้วย)

1 ถ้วย = ¼ ควอท

เต้าหู้ น้ำเต้าหู้ เมล็ดพืชหรือผักใบเขียวชนิดอื่นนอกเหนือจากตารางตัวอย่างอาหาร ล้วนอุดมไปด้วยแคลเซียมเช่นเดียวกัน อนึ่ง เพื่อหลีกเลี่ยงการขาดสารอาหารอื่นรวมทั้งแคลเซียม แนะนำให้รับประทานหลายหมู่หลายประเภทในแต่ละวัน ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารน้อยชนิด หรืออาหารซ้ำซาก จะเป็นการป้องกันภาวะขาดแคลเซียมได้เป็นอย่างดี ผู้ที่ควบคุมน้ำหนักแนะนำให้รับประทานนมพร่องมันเนย หรือโยเกริทชนิดไขมันต่ำ ส่วนผู้ที่รับประทานนมแล้วไม่ย่อยหรือท้องเสีย อาจรับประทานแคลเซียมคาร์บอเนต หรือเกลือแคลเซียมตัวอื่นเป็นการทดแทน อนึ่ง ไม่ควรรับประทานประเภทเนื้อสัตว์เป็นหลัก เพราะเมื่อร่างกายได้รับโปรตีนมากเกินไป จะมีผลให้กระดูกสูญเสียความหนาแน่นเร็วขึ้น

สำหรับไวตามินดีจะช่วยให้กระเพาะอาหารดูดซึมแคลเซียมได้ดีขึ้น ไวตามินดีมีมากในนมสดและแสงแดด หรือรับประทานไวตามินดีวันละ 5-10 ไมโครกรัม หรือ 200 – 400 units (ไม่ควรมากกว่านี้) เมื่อมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์เป็นพิเศษ

 ตัวอย่างอาหารและปริมาณแคลเซียม

   

(จากรายงานของ จงจิตร อังคะวานิส, 2539 ศึกษาแคลเซียมในอาหารและในผลิตภัณฑ์เสริมแคลเซียม

Metabolic bone bulletin 1996; 2: 11-15.)

อาหาร

ปริมาณอาหาร

แคลเซียม (มิลลิกรัม)

นมวัว (นมยูเอชที, นมพาลเจอไรซ์)

1 กล่อง

295

นมผง

¼ ถ้วยตวง

227

นมอัดเม็ด

20 เม็ด

120

ไอศกรีม

1 ลูกใหญ่

78

นมข้นหวาน (ที่ใส่นมไมโล, โอวัลติน, กาแฟ)

1 ช้อนโต๊ะ

85

นมเปรี้ยวชนิดดื่ม เช่น โยโมสต์หรือยี่ห้ออื่น)

1 กล่อง

100

ยาคูลท์

1 ขวด

38

เนยแข็งหรืออาหารผสมเนยแข็งแช่นพิชซ่า

1 แผ่น

126

ไข่ไก่หรือไข่เป็ด

1 ฟอง

17.5

ปลาทู (นึ่ง)

1 ตัว (กลาง)

21

ปลาตัวเล็กแห้งหรือสด

1 ช้อนโต๊ะ

85

ปลากระป๋อง

¼ ถ้วยตวง

105

กุ้งแห้งตัวเล็ก

1 ช้อนโต๊ะ

138

กุ้งฝอยสุก

¼ ถ้วยตวง

138

ส้มเขียวหวาน

1 ผลกลาง

20

เต้าหู้ขาวอ่อน

1/3 ถ้วยตวง

94

ผักคะน้า (ผัด)

½ ถ้วยตวง

70

ผักกะเฉด (สุก)

½ ถ้วยตวง

70

ผักใบเขียวเช่น ผักกาด ผักกวางตุ้ง (สุก)

½ ถ้วยตวง

114

 

การออกกำลังกายจะทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรง ช่วยพยุงและเสริมความแข็งแกร่งของโครงกระดูก เมื่อกระดูกไปได้เคลื่อนไหวเป็นเวลานานๆ เพราะฉะนั้นผู้เจ็บป่วยเรื้อรังและนอนบนเตียงนานๆ อัตราการสูญเสียเนื้อกระดูกจะเป็นไปอย่างรวดเร็ว

การออกกำลังกายวิธีที่ง่ายที่สุดคือ การเดิน การเคลื่อนไหวผสมผสานกับการลงน้ำหนักของร่างกายส่วนต่างๆ ช่วยเสริมหนุนความแข็งแรงของโครงสร้างร่างกาย รวมทั้งช่วยในการเจริญพัฒนาของกล้ามเนื้อและคงความสมดุลยของกระดูก ควรเดินให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ส่วนการออกกำลังกายอื่นขึ้นกับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล หากสามารถกระทำได้ก็จะช่วยเสริมสร้างสมรรถภาพการทำงานของกล้ามเนื้อและหัวใจ อาทิเช่น การเดินเร็ว กายบริหาร ขี่จักรยาน เป็นต้น

เนื่องจากสตรีจำนวนหนึ่งได้รับแคลเซียมจากอาหารในชีวิตประจำวันไม่เพียงพอ การรับประทานแคลเซียมเสริมมีความจำเป็นในสตรีบางคนเท่านั้น ทั้งสตรีก่อนและหลังวัยหมดระดู ยาเม็ดแคลเซียมในท้องตลาดมีหลายรูปแบบตั้งแต่ ในนมพร่องมันเนย ยาเม็ดฟู่ ยาเม็ดรับประทาน ยาเคี้ยว เป็นต้น แต่ละประเภทมีชนิดและปริมาณของเกลือแคลเซียมในสัดส่วนที่แตกต่างกันไป ดังนั้น เมื่อบริโภคผู้บริโภคจะได้รับปริมาณแคลเซียมดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย (หากมีการคำนวณ) แปรผันตั้งแต่ 250 ถึง 1,000 มิลลิกรัม

การรับประทานเกลือแคลเซียมแต่ละชนิด มีส่วนประกอบของแคลเซียมในสัดส่วนที่แตกต่างกัน เป็นต้นว่า

แคลเซียมคาร์บอเนต ได้รับแคลเซียมร้อยละ 40

แคลเซียมแลคเตท ได้รับแคลเซียมร้อยละ 13

แคลเซียมกลูโคเนท ได้รับแคลเซียมร้อยละ 9

แคลเซียมแลคเตท กลูโคเนท ได้รับแคลเซียมร้อยละ 13.2

ตัวอย่าง นมพร่องมันเนย ขนาด 25 กรัม หากประกอบด้วยเกลือแคลเซียมคาร์บอเนท 420มิลลิกรัม อาจคำนวณปริมาณของเกลือแคลเซียมที่ร่างกายจะได้รับดังนี้

แคลเซียมคาร์บอเนท 420 มิลลิกรัม (ได้รับแคลเซียมร้อยละ 40) = (40/100) X 420

เท่ากับร่างกายได้รับแคลเซียม 168 มิลลิกรัม

ตัวอย่าง แคลเซียมเม็ด ขนาด 500 มิลลิกรัม ชนิดเม็ดฟู่ หากแต่ละเม็ดประกอบด้วยเกลือแคลเซียมสองชนิดคือ แคลเซียมคาร์บอเนท 300 มิลลิกรัม และแคลเซียมแลคเตทกลูโคเนต 2,940 มิลลิกรัม อาจคำนวณปริมาณของเกลือแคลเซียมแต่ละตัวได้ดังนี้

แคลเซียมคาร์บอเนท 300 มิลลิกรัม (ได้รับแคลเซียมร้อยละ 40) = (40/100) X 300

เท่ากับร่างกายได้รับแคลเซียม 120 มิลลิกรัม

แคลเซียมแลคเตทคาร์บอเนท 2,940 มิลลิกรัม (ได้รับแคลเซียมราวร้อยละ 13) = (13/100) X 2,940

เท่ากับร่างกายได้รับแคลเซียมใกล้เคียงกับ 380 มิลลิกรัมโดยประมาณ

เนื่องจากแคลเซียมดูดซึมเข้าสู่ร่างกายผ่านลำไส้เล็กตอนต้นและลำไส้เล็กตอนกลาง ในกรณีที่รับประทานแคลเซียมชนิดเม็ดหากมีอาการคลื่นไส้ แนะนำให้รับประทานแคลเซียมหลังอาหารราว 1 ชั่วโมง ถึง 1 ชั่วโมงครึ่ง หรือรับประทานพร้อมนมสด ส่วนผู้ที่รับประทานแคลเซียมแล้วมีอาการท้องผูกมัก ควรรับประทานผักและผลไม้เพิ่มขึ้น

คนทั่วไปต้องการแคลเซียมวันละ 800 มิลลิกรัม สตรีตั้งครรภ์ต้องการเพิ่มขึ้นเป็นวันละ 1,200 มิลลิกรัม เมื่ออายุมากขึ้นสตรีต้องการแคลเซียมมากขึ้น สตรีก่อนวัยหมดระดูควรได้รับแคลเซียมวันละ 1,000 มิลลิกรัม ส่วนสตรีหลังวัยหมดระดูต้องการแคลเซียมวันละ 1,500 มิลลิกรัม อย่างไรก็นาม เนื่องจากได้ร่างกายได้รับแคลเซียมจากแหล่งอาหารประจำวันอย่างพอเพียง หากไม่รับประทานอาหารซ้ำซาก ส่วนใหญ่มักจะเพียงพอต่อความต้องการประจำวันของร่างกาย ไม่จำเป็นต้องได้แคลเซียมเสริม นอกจากบางคนอาจได้แคลเซียมไม่พอเพียงเนื่องจากมีปัจจจัยเสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุนอย่างชัดเจนเช่น โครงสร้างของกระดูกบอบบาง หรือ น้ำหนักตัวน้อยกว่าปกติ

คะแนนเฉลี่ย: 4.44
จำนวนผู้ลงคะแนน: 89


โปรดสละเวลาให้คะแนนสำหรับบทความนี้:
สุดยอด  ดีมาก  ดี
ธรรมดา  แย่


143-8ข้อมูลเพิ่มเติม
· วิตามินอี กลับทำให้ผู้สูงอายุเสียชีวิตมากขึ้น!(11578)
· เซ็กซ์ - สตรี -วัย40 กะรัต เพศสัมพันธ์ในวัยทอง(13390)
· ความดันสูง ในสตรีสูงอายุให้ผลลบกำลังสอง(14891)
· ภาวะกระดูกพรุน(8296)
· ออกกำลังแม้เพียงนิด ช่วยหัวใจคุณอย่างมหาศาล(4781)

ดูหัวข้อทั้งหมด=>

เนื้อหาหลักอื่นๆ
 staff announcement อ่านเป็นอันดับแรก ก่อนใช้งานเวปนี้ announcement from staff
 นโยบายของ thaihealth นโยบาย แผนงาน และข้อตกลงของ thaihealth
 KIDS เด็ก วัยเด็ก การเรียนรู้ พัฒนาการ อาหาร และการศึกษา
 ครอบครัว family health สุขภาพองค์รวมของครอบครัว พ่อ แม่ ลูก
 health tips เครื่องมือเพื่อสุขภาพ เครื่องมือตรวจอย่างง่าย ๆ เพื่อสุขภาพ
 Life tools Other life tools
 woman health สุขภาพสตรี สุขภาพสตรีตั้งแต่รุ่นสาว แต่งงาน ตั้งครรภ์ หมดประจำเดือน
 Health Directory ข้อมูลลิงค์สุขภาพ ข้อมูลลิงค์สุขภาพ
 Bird Flu ไข้หวัดนก 

ไข้หวัดนก จากกรมควบคุมโรคติดต่อ

 diseases สุขภาพและโรค ลิงค์สู่เอนไซโคลปีเดียสุขภาพ ข้อมูลตามระบบ ตามโรค
 ไข้เลือดออก ไข้เลือดออก จากกรมควบคุมโรคติดต่อ
 ไข้มาลาเรีย เรื่องราวเกี่ยวกับไข้มาลาเรีย
 Thaihealth Zone โซนต่างๆของไทยเฮลท์
ความเห็นต่อข้อความนี้
ความเห็นต่อข้อความนี้

ผู้ไม่ลงทะเบียน ไม่มีสิทธิ์แสดงความเห็น , โปรด ลงทะเบียน

[ ย้อนกลับ ]

สุขภาพ ข่าว ข่าวสุขภาพ บทความ โรค เจ็บป่วย ความรู้ โรคต่างๆ ความบันเทิง ดูทีวี ฟังเพลง เกมส์ เซ็กซ์ เว็บบอร์ด ตอบปัญหา เด็ก วัยรุ่น โรคเอดส์ โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง ฮอร์โมน สมุนไพร ความงาม antiaging รู้ไหม คนค้นหาเรื่องสุขภาพอะไรมากที่สุด สิว รักษาสิว ลดน้ำหนัก ลดน้ำหนัก ลดความอ้วน เพศศึกษา sex ไง
บริการสำหรับเว็บมาสเตอร์ นำข่าว สุขภาพ ข่าวรายวันสาระ และคลิปวิดีโอจากไทยเฮลท์ไปไว้หน้าเว็บท่าน ด้วยระบบ RSS และ RSS2.0

หน้าหลักthaihealth | หน้าแรก | ไทยเฮลท์ทั้งหมด | คู่มือใช้งาน | ติดต่อโฆษณา | disclaimer | privacy policy


สมัครประกวด100อันดับเว็บไซด์สุขภาพยอดเยี่ยมของไทย ฟรี สมัครเข้ามาเลยค่ะ

 

affiliates: aesthetic and beauty knowledge| globalwarming awareness2007 | thai seo | โปรโมทเว็บ โปรโมทคลินิค | เกมส์

theme design by doctornukeเว็บมาสเตอร์ นพ.กิจการ จันทร์ดา


Web site engine's code is Copyright ฉ 2002 by PHP-nuke. All Rights Reserved. PHP-nuke is Free Software released under the GNU/GPL license Modification for optimal use by DocHost and DoctorNUKE
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.100 วินาที