|
การออกกำลังกายจะทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรง ช่วยพยุงและเสริมความแข็งแกร่งของโครงกระดูก เมื่อกระดูกไปได้เคลื่อนไหวเป็นเวลานานๆ เพราะฉะนั้นผู้เจ็บป่วยเรื้อรังและนอนบนเตียงนานๆ อัตราการสูญเสียเนื้อกระดูกจะเป็นไปอย่างรวดเร็ว
การออกกำลังกายวิธีที่ง่ายที่สุดคือ การเดิน การเคลื่อนไหวผสมผสานกับการลงน้ำหนักของร่างกายส่วนต่างๆ ช่วยเสริมหนุนความแข็งแรงของโครงสร้างร่างกาย รวมทั้งช่วยในการเจริญพัฒนาของกล้ามเนื้อและคงความสมดุลยของกระดูก ควรเดินให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ส่วนการออกกำลังกายอื่นขึ้นกับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล หากสามารถกระทำได้ก็จะช่วยเสริมสร้างสมรรถภาพการทำงานของกล้ามเนื้อและหัวใจ อาทิเช่น การเดินเร็ว กายบริหาร ขี่จักรยาน เป็นต้น
เนื่องจากสตรีจำนวนหนึ่งได้รับแคลเซียมจากอาหารในชีวิตประจำวันไม่เพียงพอ การรับประทานแคลเซียมเสริมมีความจำเป็นในสตรีบางคนเท่านั้น ทั้งสตรีก่อนและหลังวัยหมดระดู ยาเม็ดแคลเซียมในท้องตลาดมีหลายรูปแบบตั้งแต่ ในนมพร่องมันเนย ยาเม็ดฟู่ ยาเม็ดรับประทาน ยาเคี้ยว เป็นต้น แต่ละประเภทมีชนิดและปริมาณของเกลือแคลเซียมในสัดส่วนที่แตกต่างกันไป ดังนั้น เมื่อบริโภคผู้บริโภคจะได้รับปริมาณแคลเซียมดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย (หากมีการคำนวณ) แปรผันตั้งแต่ 250 ถึง 1,000 มิลลิกรัม
การรับประทานเกลือแคลเซียมแต่ละชนิด มีส่วนประกอบของแคลเซียมในสัดส่วนที่แตกต่างกัน เป็นต้นว่า
แคลเซียมคาร์บอเนต ได้รับแคลเซียมร้อยละ 40
แคลเซียมแลคเตท ได้รับแคลเซียมร้อยละ 13
แคลเซียมกลูโคเนท ได้รับแคลเซียมร้อยละ 9
แคลเซียมแลคเตท กลูโคเนท ได้รับแคลเซียมร้อยละ 13.2
ตัวอย่าง นมพร่องมันเนย ขนาด 25 กรัม หากประกอบด้วยเกลือแคลเซียมคาร์บอเนท 420มิลลิกรัม อาจคำนวณปริมาณของเกลือแคลเซียมที่ร่างกายจะได้รับดังนี้
แคลเซียมคาร์บอเนท 420 มิลลิกรัม (ได้รับแคลเซียมร้อยละ 40) = (40/100) X 420
เท่ากับร่างกายได้รับแคลเซียม 168 มิลลิกรัม
ตัวอย่าง แคลเซียมเม็ด ขนาด 500 มิลลิกรัม ชนิดเม็ดฟู่ หากแต่ละเม็ดประกอบด้วยเกลือแคลเซียมสองชนิดคือ แคลเซียมคาร์บอเนท 300 มิลลิกรัม และแคลเซียมแลคเตทกลูโคเนต 2,940 มิลลิกรัม อาจคำนวณปริมาณของเกลือแคลเซียมแต่ละตัวได้ดังนี้
แคลเซียมคาร์บอเนท 300 มิลลิกรัม (ได้รับแคลเซียมร้อยละ 40) = (40/100) X 300
เท่ากับร่างกายได้รับแคลเซียม 120 มิลลิกรัม
แคลเซียมแลคเตทคาร์บอเนท 2,940 มิลลิกรัม (ได้รับแคลเซียมราวร้อยละ 13) = (13/100) X 2,940
เท่ากับร่างกายได้รับแคลเซียมใกล้เคียงกับ 380 มิลลิกรัมโดยประมาณ
เนื่องจากแคลเซียมดูดซึมเข้าสู่ร่างกายผ่านลำไส้เล็กตอนต้นและลำไส้เล็กตอนกลาง ในกรณีที่รับประทานแคลเซียมชนิดเม็ดหากมีอาการคลื่นไส้ แนะนำให้รับประทานแคลเซียมหลังอาหารราว 1 ชั่วโมง ถึง 1 ชั่วโมงครึ่ง หรือรับประทานพร้อมนมสด ส่วนผู้ที่รับประทานแคลเซียมแล้วมีอาการท้องผูกมัก ควรรับประทานผักและผลไม้เพิ่มขึ้น
คนทั่วไปต้องการแคลเซียมวันละ 800 มิลลิกรัม สตรีตั้งครรภ์ต้องการเพิ่มขึ้นเป็นวันละ 1,200 มิลลิกรัม เมื่ออายุมากขึ้นสตรีต้องการแคลเซียมมากขึ้น สตรีก่อนวัยหมดระดูควรได้รับแคลเซียมวันละ 1,000 มิลลิกรัม ส่วนสตรีหลังวัยหมดระดูต้องการแคลเซียมวันละ 1,500 มิลลิกรัม อย่างไรก็นาม เนื่องจากได้ร่างกายได้รับแคลเซียมจากแหล่งอาหารประจำวันอย่างพอเพียง หากไม่รับประทานอาหารซ้ำซาก ส่วนใหญ่มักจะเพียงพอต่อความต้องการประจำวันของร่างกาย ไม่จำเป็นต้องได้แคลเซียมเสริม นอกจากบางคนอาจได้แคลเซียมไม่พอเพียงเนื่องจากมีปัจจจัยเสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุนอย่างชัดเจนเช่น โครงสร้างของกระดูกบอบบาง หรือ น้ำหนักตัวน้อยกว่าปกติ |