• RSS Feed
  • RSS Feed
  • Twitter
health ads
คุณกำลังอยู่ที่ โซน:สุขภาพ:>> หน้าหลัก>>ข่าวสุขภาพ>> kids >> โรคLD ความบกพร่องในการเรียนรู้(เด็กเรียนช้า)Bookmark เก็บหน้านี้ไว้
หน้าเอกสารสำหรับเครื่องพิมพ์  หน้าเอกสารสำหรับเครื่องพิมพ์ ส่งเรื่องนี้ต่อให้เพื่อนอ่าน  ส่งเรื่องนี้ต่อให้เพื่อนอ่าน   Set to your default home page! -คลิกให้เราเป็นเวปแรกของคุณ- ที่นี่ !

PostHeaderIcon โรคLD ความบกพร่องในการเรียนรู้(เด็กเรียนช้า)



โรค LD

      หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า LD กันมาบ้างแล้ว LD หรือ Learning Disabilities เป็นกลุ่มที่มีความบกพร่องในทักษะการเรียนรู้เฉพาะด้าน ที่แสดงออกมาในรูปของปัญหาการอ่านหนังสือ การเขียนหนังสือ การสะกดคำหรือการคำนวณ ทำให้เด็กมีผลการเรียนต่ำกว่าระดับเชาว์ปัญญา ซึ่งไม่ได้เกิดจากอวัยวะพิการ ภาวะปัญญาอ่อน ปัญหาทางอารมณ์หรือการขาดโอกาสในการเรียนรู้ แต่เป็นผลโดยตรงที่มาจากสมองทำงานบกพร่องไป

อาการแสดง แบ่งเป็น 3 กลุ่ม
1. มีปัญหาในการอ่านหนังสือ อาจจะอ่านไม่ออกหรืออ่านได้บ้างแต่ความสามารถในการอ่านต่ำกว่าเด็กที่ฉลาดเท่ากันอย่างน้อย 2 ชั้นเรียน สะกดตัวไม่ถูก อ่านช้า ตกหล่น อ่านเพิ่มคำ อ่านสลับตัวพยัญชนะ ผสมคำไม่ได้ แยกคำไม่ถูก อ่านแล้วจับใจความไม่ได้
2. มีปัญหาในการเขียนหนังสือ อาจจะเขียนหนังสือไม่ได้ทั้งที่รู้ว่าจะเขียนอะไร เขียนแล้วเอาพยัญชนะมารวมๆกันแต่อ่านไม่ได้ เขียนพยัญชนะสลับกัน ขนาดของตัวอักษรไม่เท่ากัน เขียนไม่ตรงบรรทัด ไม่เว้นช่องไฟ
3. มีปัญหาในการคำนวณ อาจจะคำนวณไม่ได้เลยหรือทำได้แต่สับสนกับตัวเลข ไม่เข้าใจสัญลักษณ์ ไม่เข้าใจค่าของตัวเลข เขียนเลขสลับกัน ทำบวก ลบ คูณ หาร ไม่ได้ ยุ่งยากกับการตีโจทย์ปัญหา
จากความผิดปกติเหล่านี้ จะทำให้เด็กเรียนหนังสือได้ลำบาก ทั้งๆที่เด็กมีระดับเชาวน์ปัญญาปกติก็ตาม แต่ผลการเรียนไม่ดีและเด็กเองก็มองเห็นข้อบกพร่องของตัวดองที่แตกต่างจากเพื่อนและไม่สามารถเอาชนะข้อบกพร่องนี้ได้ ส่งผลทำให้เด็กมองภาพตัวเองไม่ดี รู้สึกว่ามีปมด้อย ล้มเหลว ยิ่งเรียนยิ่งทำไม่ได้ แต่เวลาฟังคนอื่นพูดจะรู้เรื่องดีและฉลาดในการซักถาม ยิ่งทำให้พ่อแม่ครูคาดหวังว่าเด็กดูรู้เรื่อง แต่ผลสอบที่ไม่ดีจะส่งผลทำให้ผู้ใหญ่ที่ไม่เข้าใจดุ ว่า ตำหนิ เคี่ยวเข็ญ ทำให้เกิดปัญหาอารมณ์ (ซึมเศร้า หงุดหงิดง่าย วิตกกังวล) และปัญหาพฤติกรรม (ดื้อ ต่อต้าน ก้าวร้าว หนีเรียน) ตามมา

     สาเหตุ มีหลักฐานว่าสาเหตุของโรคเกิดจากความบกพร่องในการทำงานของสมอง ถ่ายทอดการดำเนินโรคในครอบครัว ร้อยละ 20 ที่จะมีประวัติว่าคลอดก่อนกำหนด น้ำหนักแรกเกิดน้อย มีปัญหาขณะตั้งครรภ์หรือขณะคลอด เคยมีโรคติดเชื้อหรืออุบัติเหตุรุนแรงที่สมอง เป็นโรคลมชัก เป็นต้น

อุบัติการณ์ พบได้ร้อยละ 6 ในเด็กวัยเรียน      ถึงแม้ว่าเป็นความผิดปกติที่ติดตัวมาแต่จะทราบต่อเมื่อสภาพแวดล้อมเริ่มกดดันให้แสดงความสามารถออกมา จึงเริ่มเห็นความผิดปกติชัดเจนที่ชั้นประถมปีที่ 1- 3

ความผิดปกติที่พบร่วมกับLD โรคสมาธิสั้น โรคกระตุก(Tic disorders) กลุ่มที่มีความล่าช้าในภาษาและการพูด

การให้ความช่วยเหลือ
1. ค้นหากลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นโรคที่ชั้นอนุบาล โดยเฉพาะในกลุ่มที่ใช้มือไม่เก่ง งุ่มง่าม ซุกซน พูดช้าพูดไม่ชัด การทรงตัวไม่ดี สับสนในทิศทาง สับสนซ้าย-ขวา ฯลฯ เป็นกลุ่มที่ควรได้รับการฝึกทักษะแบบเตรียมความพร้อมในทุกด้านขึ้นมาพร้อมกับการฝึกเฉพาะด้านในส่วนที่มีปัญหา เช่น การใช้มือ การพูด การเคลื่อนไหวหรือการทรงตัว เป็นต้น
2. ทำงานร่วมกันระหว่างพ่อ แม่ ครู และแพทย์ ในการค้นหาสาเหตุของปัญหา ให้วินิจฉัยโรค
3. ความเข้าใจของพ่อแม่และครูในตัวโรค LDและข้อจำกัดในเด็ก จึงถือว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญที่สุด เพราะจะทำให้เด็กได้รับความช่วยเหลือทางการศึกษาอย่างเหมาะสม ทำให้สามารถเรียนรู้ต่อไปได้ภายใต้ข้อจำกัดในความสามารถทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน
4. ปรับระบบการเรียนการสอนเพื่อให้เด็กสามารถเรียนรู้ต่อได้ โดยจัดทำแผนการเรียนเฉพาะตัว ( individual educational program ) และติดตามผลระยะยาว
4. ค้นหาจุดเด่นและข้อด้อย พัฒนาความสามารถในด้านต่างๆ เช่น กีฬา ดนตรี การทำกิจกรรม การช่วยเหลือตัวเอง ฯลฯ เพื่อเพิ่มความภาคภูมิใจในตัวเด็ก ทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน ใช้เทคนิคการให้กำลังใจเป็นระยะ
5. บอกสิทธิ์ที่เด็กและครอบครัวควรได้รับ เนื่องจากโรค LD ถือว่าเป็นความพิการชนิดหนึ่งที่เด็กจะต้องได้รับความความช่วยเหลือทางการแพทย์และการศึกษาตามกฎหมาย โดยเด็กจะได้รับการวางแผนสร้างแบบการเรียนเฉพาะตัว ( individual educational program ) โดยจะต้องมีการปรับระบบการเรียนการสอนที่เน้นการฟัง การเห็น การลงมือปฏิบัติ มากกว่าจะเน้นการได้รับความรู้ผ่านการอ่านหนังสือ ใช้เครื่องมือเข้ามาช่วยในการเรียนรู้ เช่น เทป วีดีโอ คอมพิวเตอร์ เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อให้เด็กได้ติดตามการเรียนในห้องได้ทัน

การพยากรณ์โรค
     เนื่องจาก LD เป็นความพิการติดตัว อาจพัฒนาความสามารถในการอ่าน เขียนหรือคำนวณขึ้นมาได้บ้างผ่านการฝึกฝนซ้ำๆ แต่อย่างไรก็ตามความสามารถของทักษะก็ยังต่ำกว่าความสามารถของเด็กที่มีระดับเชาวน์ปัญญาเท่ากันอย่างน้อย 2 ชั้นเรียน จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะวัดความรู้ที่เด็กมีโดยใช้วิธีการเช่นเดียวกับเด็กปกติ คือ เด็กจะต้องอ่านโจทย์เอง เนื่องจากเด็กอ่านไม่ได้หรืออ่านได้บ้างแต่ไม่รู้เรื่อง ผลสอบจะไม่สามารถวัดความรู้ที่เด็กมีได้แน่นอน
เด็กส่วนใหญ่จะถูกกันออกจากระบบการศึกษาตั้งแต่แรก ทำให้ขาดโอกาสเรียนรู้ มองตัวเองว่าโง่ เป็นคนไม่ดี ไม่มีความสุข ก้าวร้าวในกรณีที่ถูกลงโทษบ่อยๆ ติดยาเสพติด กลายเป็นปัญหาสังคมได้ โดยเฉพาะในกลุ่มที่ทางการศึกษาละเลยมิให้ความช่วยเหลือโดยปรับระบบการเรียนการสอน และยังใช้มาตรฐานการเรียนการสอนเช่นเดียวกับเด็กปกติ




คะแนนเฉลี่ย: 4.4
จำนวนผู้ลงคะแนน: 90


โปรดสละเวลาให้คะแนนสำหรับบทความนี้:
สุดยอด  ดีมาก  ดี
ธรรมดา  แย่


155-23ข้อมูลเพิ่มเติม
· โรคสมาธิสั้น ADHD สาระสำคัญโดยย่อ(13714)
· คนไทยเป็นโรคซึมเศร้าถึง 3 ล้าน แต่มาพบแพทย์ไม่ถึงแสน(6717)
· วันเด็กปี 2550 ..ไปไหนกันดี(7945)
· สมาธิ จุดเริ่มต้นของการพัฒนาสมองของลูก(17791)
· อุปสรรคของการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของเด็ก(15255)

ดูหัวข้อทั้งหมด=>

 ชื่นชอบเนื้อหาสุขภาพของเรา กรุณาโหวตเพื่อเป็นกำลังใจให้เราครับ!