สุขภาพ เพื่ออนาคต  | Thaihealth english version
 สุขภาพ  |  ข่าว |  ฟังเพลง |  ค้นหา |  เกมส์ |  เที่ยว |  เทคโนโลยี |  รูปภาพ-ecard |   
ลิงค์ สุขภาพ ห้องแพทย์ ช๊อปปิ้ง เซ็กซ์ ความงาม ไดอารี่
สุขภาพ  
เทคโนโลยี
ไทยลิงค์
ข่าว
จัดอันดับTop100
ไดเรคตอรี่ทั่วโลก
พบแพทย์
เกมส์
เวบบอร์ด
ดูทีวี
ห้องแชท
ส่งe-card
ซื้อขายสินค้า
free classified
คู่มือใช้thaihealth
เกมส์
คลิปวีดีโอ
คลิปตลก
เวปลิงค์
ค้นหา
Palm version
ฟังเพลง
ฟังวิทยุ
เข้าระบบสมาชิก 

นำข่าวไปหน้าเว็บท่าน
 

my live space

 
คุณกำลังอยู่ที่ โซน:สุขภาพ:>> หน้าหลัก>>ข่าวสุขภาพ>> โรคเกี่ยวกับกระดูกและข้อ >> วิ่งอย่างไรไม่ให้ปวดเข่าBookmark เก็บหน้านี้ไว้
หน้าเอกสารสำหรับเครื่องพิมพ์  หน้าเอกสารสำหรับเครื่องพิมพ์ ส่งเรื่องนี้ต่อให้เพื่อนอ่าน  ส่งเรื่องนี้ต่อให้เพื่อนอ่าน   Set to your default home page! -คลิกให้เราเป็นเวปแรกของคุณ- ที่นี่ !

วิ่งอย่างไรไม่ให้ปวดเข่า

Posted on จันทร์ 22 ก.ย. 03 @ 10:22 โรคเกี่ยวกับกระดูกและข้อ

advertisement

บทความดี ๆ จากสมาคมเวชศาสตร์ฟื้นฟูแห่งประเทศไทย เรามาดูกันว่า ก่อนวิ่ง ระหว่างและหลังวิ่ง เรามีวิธีอย่างไร เพื่อไม่ให้ปวดเข่า และป้องกันการบาดเจ็บทั้งหลาย




วิ่งอย่างไรไม่ให้ปวดเข่า

อ.นพ.จักรกริช กล้าผจญ์

       การวิ่งเป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิกที่ดีและทำได้ง่าย แต่บางครั้งเทคนิคการวิ่งที่ไม่ถูกต้อง รองเท้าหรือบริเวณที่วิ่งไม่เหมาะสม การที่มีภาวะหรือโรคเกี่ยวกับข้อ หรือสภาพร่างกายที่ไม่อำนวยก็อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บได้ ไม่ว่าจะเป็นข้อเท้า ข้อเข่า หรือหลัง
       อาการปวดเข่าที่พบได้บ่อยจากการวิ่ง เกิดจากการบาดเจ็บซ้ำๆ ของกระดูกอ่อนของกระดูกสะบ้าหัวเข่าและกระดูกหัวเข่าหรือที่เรียกว่า Patellofemoral pain syndrome โดยมักทำให้เกิดอาการปวดด้านหน้าของข้อเข่าแต่อยู่ด้านหลังของกระดูกสะบ้า อาการปวดมักเป็นมากขึ้นเวลาขึ้นลงบันได หรือเวลานั่งยองๆ นานๆ นอกจากนี้ในกีฬาที่ต้องมีการกระโดดร่วมด้วย ก็อาจเกิดการบาดเจ็บซ้ำๆ ของเอ็นที่อยู่ใต้ต่อกระดูกสะบ้าร่วมด้วย
       การวิ่งขึ้นลงเนินบ่อยๆ หรือต้องมีการงอเข่ามากๆ อาจจะทำให้เกิดการเสียดสีของพังผืดที่อยู่ด้านข้างนอกของเข่า (Iliotibial band syndrome) ทำให้เกิดอาการปวดบริเวณด้านนอกของข้อเข่าได้
       ผู้ที่มีข้อเข่าเสื่อมและใส่รองเท้าที่ไม่มียางหรือ air cushion กันกระแทกอย่างเพียงพอ อาจเกิดอาการปวดบริเวณด้านในของข้อเข่าได้
การป้องกันไม่ให้เกิดอาการปวดเข่าขณะวิ่งได้แก่
       1. การยืดกล้ามเนื้อรอบเข่าและข้อเท้าให้เพียงพอ ควรยืดช้าๆ ค้างไว้ 10-15 วินาที ต่อครั้ง ทำประมาณ 5-10 ครั้งต่อมัด เน้นการยืดกล้ามเนื้อน่อง กล้ามเนื้อกางสะโพก กล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้าและด้านหลังเป็นหลัก
       2. การ warmup ให้เพียงพอ โดยเริ่มจากการเดินเร็วหรือวิ่งเหยาะๆ ก่อนที่จะวิ่งเต็มที่ เพื่อให้มีการปรับตัวของกล้ามเนื้อที่ใช้ในการออกกำลังกาย ระบบไหลเวียนโลหิต และระบบการหายใจ
       3. รองเท้าวิ่ง ควรมีพื้นกันแรงกระแทกที่เพียงพอและมีความกระชับพอดีกับเท้า เวลาเลือกซื้อที่ร้านควรบอกพนักงานว่าคุณต้องการวิ่งแบบไหน ในปัจจุบันถ้าคุณไปเดินในแผนกกีฬาของห้างสรรพสินค้า จะเห็นว่ามีการแยกประเภทรองเท้าสำหรับกีฬาประเภทต่างๆ ไว้แล้ว โดยทั่วไปถ้าต้องการวิ่งออกกำลังกายเพื่อสุภาพ ไม่ใช่การวิ่งสปรินท์ ให้เลือกรองเท้าแบบ Cross training
       4. การตรวจดูลักษณะเท้าว่าผิดปกติหรือไม่ ส่วนใหญ่ที่พบคือ ภาวะเท้าแบน ถ้าคุณมีเท้าแบนหรือไม่มีอุ้งเท้าสูงเพียงพอ เวลาวิ่งนานๆ อาจทำให้มีแรงปฏิกิริยาจากพื้นกระทำต่อข้อเท้าและข้อเข่าอย่างผิดปกติ ทำให้เกิดอาการปวดเข่าหรือข้อเท้าเรื้อรังได้ ท่านควรไปพบแพทย์เพื่อขอคำปรึกษาหรืออาจลองซื้อแผ่นยางเสริมอุ้งเท้าที่มีขายสำเร็จรูปมาติดภายในรองเท้า
       5. บริเวณที่วิ่ง ควรเป็นพื้นที่เสมอกัน ไม่ควรวิ่งบริเวณที่เป็นพื้นเอียงหรือบริเวณที่มีการหักเลี้ยวอย่างเฉียบพลัน พื้นวิ่งที่ดีที่สุดคือ พื้นยางสังเคราะห์เพราะมีความนุ่มและเก็บพลังงานเพื่อเปลี่ยนเป็นแรงส่งตัวได้ดี คุณอาจวิ่งบนพื้นดินแทนก็ได้ และถ้าจะวิ่งบนพื้นคอนกรีตควรเลือกรองเท้าที่รับแรงกระแทกอย่างเพียงพอ
       6. ไม่ควรวิ่งก้าวเท้ายาวเกินไป หรือยกเข่าสูงเกินไป เพราะทำให้ข้อเข่าต้องงอมากเกินความจำเป็น อาจทำให้เกิดปัญหาปวดเข่าได้ง่ายขึ้น ส่วนแขนก็ควรงอเพียงเล็กน้อยและแกว่งข้างลำตัว และไม่ควรแกว่งมือเลยแนวกลางของลำตัว ในกรณีที่คุณมีปัญหาปวดหลังหรือน้ำหนักตัวมากๆ ควรแกว่งแขนค่อนมาทางด้านหลังเพื่อไม่ให้ลำตัวตัวก้มไปข้างหน้ามากเกินไปด้วย
       7. ควรวิ่งโดยลงน้ำหนักที่ส้นเท้า การวิ่งโดยลงน้ำหนักที่ปลายเท้านานๆ จะทำให้เกิดแรงกระชากพังผืดฝ่าเท้า ปวดกล้ามเนื้อน่อง และยังเกิดแนวแรงที่ผิดปกติที่ผ่านต่อข้อเข่า ทำให้ต้องงอเข่ามากขึ้นขณะวิ่ง อาจทำให้เกิดการปวดเข่าด้านหน้าได้ การวิ่งลงน้ำหนักที่ปลายเท้าจะทำได้ในกรณีวิ่งสปรินท์หรือสำหรับนักกีฬาที่มีความฟิตเพียงพอ
       8. ไม่ควรวิ่งขึ้นลงเนิน ถ้าคุณมีปัญหาที่ข้อเข่าบ่อยๆ ถ้าจะวิ่งขึ้นเนิน ให้เอนลำตัวไปด้านหน้า ก้าวเท้าให้สั้นลง และมองตรงไปข้างหน้า ไม่ควรแหงนหน้าขึ้น ถ้าจะวิ่งลงเนิน พยายามให้ลำตัวตั้วตรง เพราะแรงโน้มถ่วงอาจทำให้คุณเสียหลักได้ และควรก้าวเท้าให้ยาวขึ้นและเร็วขึ้นกว่าปกติ
       9. ถ้าคุณมีภาวะข้อเสื่อมอย่างชัดเจน ควรออกกำลังกายด้วยวิธีอื่นเช่น ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ หรือเดินเร็ว แทนการวิ่ง
       10. ระยะทางที่วิ่งต้องเหมาะสม ถ้าจะเพิ่มระยะทางก็ควรเพื่มช้าๆ ในแต่ละสัปดาห์
       11. เมื่อใกล้จะหยุดวิ่ง ค่อยลดความเร็วลง อย่ารีบวิ่งเต็มฝีเท้า และควรเดินต่ออีกสักพักเพื่อให้ร่างกายได้ชะเอากรดแลคติกออกไปจากกล้ามเนื้อบ้าง ทำให้ช่วยลดอาการปวดกล้ามเนื้อหลังวิ่งในวันรุ่งขึ้น
       12. หมั่นออกกำลังกายกล้ามเนื้อต้นขา โดยการเหยียดเข่าตรงและเกร็งค้างไว้ 5 วินาทีต่อครั้ง ทำประมาณ 10 -20 ครั้งต่อวัน หรือคุณอาจเข้ายิมเล่นเวทเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้าและด้านหลัง สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง โดยเฉพาะคุณสุภาพสตรีที่มีสะโพกกว้างซึ่งจะมีแนวโน้มที่เกิดปัญหา Patellofemoral pain ได้ การออกกำลังกายดังกล่าวจะช่วยพัฒนากล้ามเนื้อที่ช่วยรั้งกระดูกสะบ้าเข้าด้านใน ซึ่งจะช่วยลดปัญหา Patellofemoral pain ในระยะยาว

       คำแนะนำที่กล่าวมานี้เป็นคำแนะนำสำหรับการวิ่งจ็อกกิ้งเพื่อสุขภาพทั่วๆ ไป รูปแบบการฝึกอาจแตกต่างออกไปถ้าท่านต้องการวิ่งเพื่อแข่งขัน หรือวิ่งสปรินท์ หวังว่าท่านจะสามารถวิ่งจ็อกกิ้งได้อย่างมีความสุขเมื่อได้ปฏิบัติตามข้อแนะนำเหล่านี้แล้ว อย่างไรก็ตามถ้ายังคงมีอาการปวดเข่าหรือข้ออื่นๆ อยู่ก็ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงหรือเพื่อการรักษาที่เหมาะสมต่อไป

คะแนนเฉลี่ย: 4.4
จำนวนผู้ลงคะแนน: 70


โปรดสละเวลาให้คะแนนสำหรับบทความนี้:
สุดยอด  ดีมาก  ดี
ธรรมดา  แย่


224-18ข้อมูลเพิ่มเติม
· top 10 ความก้าวหน้า 2550 7- ไลริก้า ยารักษาไฟโบรมัยอัลเจีย (ปวดตามตัว)ตัวแรก(702)
· ระวังยารักษาโรคปวดข้อหลายตัว อาจทำให้หัวใจวายได้(8032)
· รับประทานวิตามินซีนานๆ ระวังปวดข้อข้อเสื่อม!(7436)
· เล่นกล้ามเเล้วความสูง จะเพิ่มอีกมั้ยครับ(4811)
· เอาปลิง มารักษาอาการข้ออักเสบ !ข่าวจากเยอรมัน(4085)

ดูหัวข้อทั้งหมด=>

เนื้อหาหลักอื่นๆ
 staff announcement อ่านเป็นอันดับแรก ก่อนใช้งานเวปนี้ announcement from staff
 นโยบายของ thaihealth นโยบาย แผนงาน และข้อตกลงของ thaihealth
 KIDS เด็ก วัยเด็ก การเรียนรู้ พัฒนาการ อาหาร และการศึกษา
 ครอบครัว family health สุขภาพองค์รวมของครอบครัว พ่อ แม่ ลูก
 health tips เครื่องมือเพื่อสุขภาพ เครื่องมือตรวจอย่างง่าย ๆ เพื่อสุขภาพ
 Life tools Other life tools
 woman health สุขภาพสตรี สุขภาพสตรีตั้งแต่รุ่นสาว แต่งงาน ตั้งครรภ์ หมดประจำเดือน
 Health Directory ข้อมูลลิงค์สุขภาพ ข้อมูลลิงค์สุขภาพ
 Bird Flu ไข้หวัดนก 

ไข้หวัดนก จากกรมควบคุมโรคติดต่อ

 diseases สุขภาพและโรค ลิงค์สู่เอนไซโคลปีเดียสุขภาพ ข้อมูลตามระบบ ตามโรค
 ไข้เลือดออก ไข้เลือดออก จากกรมควบคุมโรคติดต่อ
 ไข้มาลาเรีย เรื่องราวเกี่ยวกับไข้มาลาเรีย
 Thaihealth Zone โซนต่างๆของไทยเฮลท์
ความเห็นต่อข้อความนี้
ความเห็นต่อข้อความนี้

ผู้ไม่ลงทะเบียน ไม่มีสิทธิ์แสดงความเห็น , โปรด ลงทะเบียน

[ ย้อนกลับ ]

สุขภาพ ข่าว ข่าวสุขภาพ บทความ โรค เจ็บป่วย ความรู้ โรคต่างๆ ความบันเทิง ดูทีวี ฟังเพลง เกมส์ เซ็กซ์ เว็บบอร์ด ตอบปัญหา เด็ก วัยรุ่น โรคเอดส์ โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง ฮอร์โมน สมุนไพร ความงาม antiaging รู้ไหม คนค้นหาเรื่องสุขภาพอะไรมากที่สุด สิว รักษาสิว ลดน้ำหนัก ลดน้ำหนัก ลดความอ้วน เพศศึกษา sex ไง
บริการสำหรับเว็บมาสเตอร์ นำข่าว สุขภาพ ข่าวรายวันสาระ และคลิปวิดีโอจากไทยเฮลท์ไปไว้หน้าเว็บท่าน ด้วยระบบ RSS และ RSS2.0

หน้าหลักthaihealth | หน้าแรก | ไทยเฮลท์ทั้งหมด | คู่มือใช้งาน | ติดต่อโฆษณา | disclaimer | privacy policy


สมัครประกวด100อันดับเว็บไซด์สุขภาพยอดเยี่ยมของไทย ฟรี สมัครเข้ามาเลยค่ะ

 

affiliates: aesthetic and beauty knowledge| globalwarming awareness2007 | thai seo | โปรโมทเว็บ โปรโมทคลินิค | เกมส์

theme design by doctornukeเว็บมาสเตอร์ นพ.กิจการ จันทร์ดา


Web site engine's code is Copyright ฉ 2002 by PHP-nuke. All Rights Reserved. PHP-nuke is Free Software released under the GNU/GPL license Modification for optimal use by DocHost and DoctorNUKE
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.152 วินาที