สุขภาพ เพื่ออนาคต  | Thaihealth english version
 สุขภาพ  |  ข่าว |  ฟังเพลง |  ค้นหา |  เกมส์ |  เที่ยว |  เทคโนโลยี |  รูปภาพ-ecard |   
ลิงค์ สุขภาพ ห้องแพทย์ ช๊อปปิ้ง เซ็กซ์ ความงาม ไดอารี่
สุขภาพ  
เทคโนโลยี
ไทยลิงค์
ข่าว
จัดอันดับTop100
ไดเรคตอรี่ทั่วโลก
พบแพทย์
เกมส์
เวบบอร์ด
ดูทีวี
ห้องแชท
ส่งe-card
ซื้อขายสินค้า
free classified
คู่มือใช้thaihealth
เกมส์
คลิปวีดีโอ
คลิปตลก
เวปลิงค์
ค้นหา
Palm version
ฟังเพลง
ฟังวิทยุ
เข้าระบบสมาชิก 

นำข่าวไปหน้าเว็บท่าน
 

my live space

 
คุณกำลังอยู่ที่ โซน:สุขภาพ:>> หน้าหลัก>>ข่าวสุขภาพ>> โรคเกี่ยวกับกระดูกและข้อ >> มาออกกำลังกายป้องกันการปวดคอกันดีกว่าBookmark เก็บหน้านี้ไว้
หน้าเอกสารสำหรับเครื่องพิมพ์  หน้าเอกสารสำหรับเครื่องพิมพ์ ส่งเรื่องนี้ต่อให้เพื่อนอ่าน  ส่งเรื่องนี้ต่อให้เพื่อนอ่าน   Set to your default home page! -คลิกให้เราเป็นเวปแรกของคุณ- ที่นี่ !

มาออกกำลังกายป้องกันการปวดคอกันดีกว่า

Posted on เสาร์ 27 ก.ย. 03 @ 08:24 โรคเกี่ยวกับกระดูกและข้อ

advertisement

เรามาออกกำลังกายป้องกันการปวดคอกันดีกว่า ข้อมูลจากสมาคมเวชศาสตร์ฟื้นฟูครับ น่าสนใจมาก ถ้าทำเป็นประจำ เรื่องตกหมอนนี้ลืมไปเลย



กระดูกคอเสื่อม : จะออกกำลังกายอย่างไรดี
พญ. สุขจันทร์ พงษ์ประไพ


บทนำ
       คอเป็นอวัยวะที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าอวัยวะอื่นของร่างกาย กระดูกคอประกอบด้วยโครงสร้างของกระดูกสันหลังที่มีการเคลื่อนไหวมากที่สุด เมื่อเทียบกับกระดูกสันหลังส่วนอื่น ผลของการเคลื่อนไหวได้มากนี่เองทำให้กระดูกคอเกิดการบาดเจ็บ หรือเสื่อมสภาพได้โดยง่าย มีรายงานในประเทศสหรัฐอเมริกาว่า ในช่วงชีวิตหนึ่งของคนเรา ร้อยละ 35 ของประชากรทั่วไป จะประสบปัญหาปวดคอ และอุบัติการจะเพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 50 ในวัยทำงาน และผู้สูงอายุ

       การเสื่อมของกระดูกคอ จะเริ่มเกิดจากการเสื่อมสภาพของหมอนรองกระดูก ซึ่งประกอบด้วยน้ำ และสารโปรตีนหลายชนิด มีลักษณะคล้ายเจล ทำให้มีความยืดหยุ่นและรับแรงกระแทกหรือแรงบิดได้ดี เมื่อเกิดการเสื่อมของหมอนรองกระดูก ปริมาณน้ำในหมอนรองกระดูกลดน้อยลง ทำให้ช่องว่างระหว่างกระดูกคอแคบลง เมื่อมีการเคลื่อนไหวคอซ้ำๆ ซากๆ จะกระตุ้นให้เกิดการสร้างกระดูกใหม่บริเวณขอบกระดูก กระดูกที่สร้างใหม่นี้อาจไปกดเนื้อเยื่อบริเวณนั้น รวมถึงรากประสาทที่ออกจากโพรงกระดูกคอ ทำให้เกิดอาการปวดคอ และ/หรือมีอาการปวดร้าวลงแขนได้ อาการปวดคอจากกระดูกคอเสื่อม เริ่มพบได้บ่อยตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไป

ปัจจัยที่ส่งผลทำให้เกิดกระดูกคอเสื่อมได้เร็วขึ้น
       จากการที่ได้กล่าวในบทนำเกี่ยวกับการเกิดกระดูกคอเสื่อมไปแล้วนั้น มีปัจจัยหลายชนิดที่ช่วยเสริมทำให้เกิดการเสื่อมของกระดูกคอได้เร็วขึ้น ได้แก่
       1. อริยบท หรือท่าทางที่ผิดๆในชีวิตประจำวัน เช่น การนอนหมอนสูงเกินไป นั่งก้มทำงาน หรือแหงนคอบ่อยๆ นั่งหลับสัปปะหงก ตะแคงหูรับโทรศัพท์ เป็นต้น ท่าทางเหล่านี้ทำให้กระดูกคอไม่อยู่ในท่าที่สมดุลย์ (neutral position) คือท่าทางของคอที่ตั้งตรง ไม่หมุนบิด ก้ม ตะแคง หรือเงยมากเกินไป
       2. กล้ามเนื้อบริเวณคอ หรือสะบักอ่อนแรง ตึงหรือขาดความทนทาน เนื่องจากกล้ามเนื้อที่ช่วยในการเคลื่อนไหวของแขนและสะบักบางมัดไปเกาะบริเวณกระดูกคอ ดังนั้นความผิดปกติของกล้ามเนื้อเหล่านี้จะส่งผลต่อกระดูกคอด้วย
       3. ทำกิจกรรมต่างๆในชีวิตประจำวัน ในท่าหนึ่งท่าใดนานเกินไป จนกล้ามเนื้อเกิดการล้า ทำให้บาดเจ็บได้ง่าย
       4. บุคลิกภาพซึมเศร้า ห่อเหี่ยว คอตก ทำให้กระดูกคอไม่อยู่ในท่าที่สมดุลย์
       5. สิ่งแวดล้อมในที่ทำงานหรืองานในชีวิตประจำวันไม่เหมาะสมกับสรีระของร่างกาย เช่น โต๊ะ เก้าอี้สูงหรือต่ำเกินไป

จะออกกำลังกายอย่างไรดี
       การออกกำลังกายหรือกายบริหารเป็นส่วนหนึ่งในการป้องกัน รักษา และฟื้นฟูสภาพกระดูกคอเสื่อม โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อ
       1. เพิ่มความยืดหยุ่น (flexibility) ของกล้ามเนื้อ และเอ็น พร้อมกับเพิ่มพิสัย (range of motion) ของกระดูกคอ
       2. เพิ่มความแข็งแรงและความทนทานของกล้ามเนื้อที่เกี่ยวโยงกับการทำงานของคอ
       3. เสริมสร้างสรีระที่สมดุลย์ของคอ และอยู่ในท่าทางที่ถูกต้อง (good posture)
       4. เพิ่มสมรรถภาพทางกายให้เตรียมพร้อมรับกับงานในชีวิตประจำวัน

       การออกกำลังกายสำหรับผู้ป่วยกระดูกคอเสื่อมขึ้นกับสภาวะของโรคขณะนั้น โดยดูอาการปวดคอของผู้ป่วยเป็นเกณฑ์ ในที่นี้จะแบ่งเป็น 4 ระยะ คือ
ระยะที่ 1 ปวดคอเฉียบพลัน (ความปวด ร้อยละ 75-100)
ระยะที่ 2 ความปวดลดลงเหลือร้อยละ 75-50
ระยะที่ 3 ความปวดลดลงเหลือร้อยละ 50-25
ระยะที่ 4 ความปวดลดลงเหลือน้อยกว่าร้อยละ 25 หรือหายปวดคอแล้ว

การออกกำลังกายระยะที่ 1
       ขณะที่ผู้ป่วยยังปวดคอมาก ไม่ควรให้มีการเคลื่อนไหวของคอ ผู้ป่วยบางรายที่ปวดคอมาก แพทย์อาจสั่งปลอกคอให้ใส่ไว้ เพื่อลดการเคลื่อนไหวของคอ ดังนั้นการบริหารกล้ามเนื้อที่พอทำได้ในระยะนี้คือการเกร็งกล้ามเนื้อคอ (isometric exercise) เท่าที่ไม่ทำให้ปวดคอ โดยอาจเกร็งกล้ามเนื้อขณะใส่ปลอกคอหรือไม่ใส่ก็ได้ ตามรูปที่ 1-7 โดยแต่ละครั้งให้ผู้ป่วยเกร็งกล้ามเนื้อค้างไว้ 5-10 วินาที แล้วพัก ทำซ้ำ 5-10 ครั้ง วันละ 2 รอบ





ท่าที่ 1 เกร็งกล้ามเนื้อคอด้านหน้า
ท่าที่ 2 เกร็งกล้ามเนื้อคอด้านหลัง
ท่าที่ 3 เกร็งกล้ามเนื้อตะแคงคอด้านขวา
ท่าที่ 4 เกร็งกล้ามเนื้อตะแคงคอด้านซ้าย
ท่าที่ 5 เกร็งกล้ามเนื้อหันคอด้านขวา
ท่าที่ 6 เกร็งกล้ามเนื้อหันคอด้านซ้าย
ท่าที่ 7 เกร็งกล้ามเนื้อพยักหน้า โดยการทำท่าเก็บคอพยักหน้าเล็กน้อยแล้วเกร็งอยู่ในท่านั้น

การออกกำลังกายระยะที่ 2
       เมื่ออาการปวดคอทุเลาลง ควรเริ่มให้ผู้ป่วยฝึกการเคลื่อนไหวของคอ เพื่อเพิ่มพิสัย โดยมีหลักที่สำคัญคือขณะที่เพิ่มการเคลื่อนไหวของคอ จะต้องไม่ทำให้เกิดอาการปวดคอเพิ่มขึ้น ให้ผู้ป่วยบริหารคอในแต่ละทิศทาง ตามรูปที่ 8-13 อย่างช้าๆท่าละ 5-10 ครั้ง วันละ 2 รอบ ท่าออกกำลังกายระยะที่ 1 ควรทำร่วมกันไปด้วยในระยะนี้




ท่าที่ 8 ก้มคอแล้วกลับมาอยู่ในท่าสมดุลย์อย่างช้าๆ
ท่าที่ 9 เงยคอแล้วกลับมาอยู่ในท่าสมดุลย์อย่างช้าๆ
ท่าที่ 10 ตะแคงคอไปทางขวา แล้วกลับมาอยู่ในท่าสมดุลย์อย่างช้าๆ
ท่าที่ 11 ตะแคงคอไปทางซ้ายแล้วกลับมาอยู่ในท่าสมดุลย์อย่างช้าๆ
ท่าที่ 12 หันคอไปทางขวา แล้วกลับมาอยู่ในท่าสมดุลย์อย่างช้าๆ
ท่าที่ 13 หันคอไปทางซ้าย แล้วกลับมาอยู่ในท่าสมดุลย์อย่างช้าๆ

การออกกำลังกายระยะที่ 3
       ระยะนี้กล้ามเนื้อบางมัดที่ยังตึง ฝึกให้มีการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ ทั้งนี้รวมไปถึงกล้ามเนื้อบริเวณไหล่ และสะบักที่มีผลต่อการเคลื่อนไหวของคอ (functional unit) โดยแต่ละท่าควรยืดกล้ามเนื้อค้างไว้นาน 10-30 วินาที ท่าละ 3-5 ครั้ง วันละ 2 รอบ ต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดความเจ็บปวดเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับ 2 ระยะแรก ตามรูปที่ 14-19 อย่าลืมออกกำลังกายระยะที่ 1 และ 2 ร่วมกันไปด้วย




ท่าที่ 14 ยืดกล้ามเนื้อต้นคอและบ่าด้านขวา
ท่าที่ 15 ยึดกล้ามเนื้อต้นคอและบ่าด้านซ้าย
ท่าที่ 16 ยืดกล้ามเนื้อสะบักด้านใน
ท่าที่ 17 ยืดกล้ามเนื้อสะบักและไหล่ด้านหลัง
ท่าที่ 18 ยืดกล้ามเนื้ออก
ท่าที่ 19 ยืดกล้ามเนื้อไหล่ด้านหน้า

การออกกกำลังกายระยะที่ 4
       ระยะนี้เน้นการออกกำลังกาย เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและความทนทานของกล้ามเนื้อ โดยใช้ยางยืด หรือน้ำหนัก ดังรูปที่ 20-24




ท่าที่ 21 เพิ่มความแข็งแรงกล้ามเนื้อไหล่และสะบักโดยใช้น้ำหนัก
ท่าที่ 22 เพิ่มความแข็งแรงกล้ามเนื้อต้นแขนโดยใช้น้ำหนัก
ท่าที่ 23 เพิ่มความแข็งแรงกล้ามเนื้อไหล่และสะบัก โดยการวัดกำแพง
ท่าที่ 24 เพิ่มความแข็งแรงกล้ามเนื้อไหล่และสะบักโดยใช้ยางยืด

       การใช้น้ำหนักควรเริ่มต้นที่ 0.5 กิโลกรัม ยกซ้ำๆกัน 10 ครั้ง จำนวน 2 เซ็ท วันละ 2 รอบ ถ้าไม่มีอาการปวดหรือล้าค่อยๆเพิ่มน้ำหนักสัปดาห์ละ 0.5 กิโลกรัม จนควบ 2 กิโลกรัมถือว่าใช้ได้ อย่างไรก็ตามการออกกำลังกายทุกระยะให้พิจารณาถึงความเจ็บปวดเป็นหลัก ถ้าทำแล้วปวดมากขึ้น ควรหยุดทำและปรึกษาแพทย์

       นอกเหนือจากการออกกำลังกายที่กล่าวมาแล้ว ควรให้ผู้ป่วยออกกำลังกายแบบแอโรบิก เพื่อเพิ่มสมรรถภาพทางกายโดยการเดินขี่จักรยาน รำมวยจีน ลีลาศ (ยกเว้นท่าที่สะบัดคอ) ว่ายน้ำ (หลักเลี่ยงท่ากบ) เป็นต้น โดยออกกำลังกาย สัปดาห์ละ 3-4 วัน วันละ 20-30 นาที ผู้ป่วยที่มีกระดูกคอเสื่อมควรหลีกเลี่ยงการวิ่ง การหมุนคอหรือการกระโดด กีฬากอล์ฟ เทนนิส แบดมินตัน หรือสควอช ควรเล่นด้วยความระมัดระวัง ซึ่งแพทย์จะพิจารณาเป็นรายๆไป

คะแนนเฉลี่ย: 4.50
จำนวนผู้ลงคะแนน: 101


โปรดสละเวลาให้คะแนนสำหรับบทความนี้:
สุดยอด  ดีมาก  ดี
ธรรมดา  แย่


237-18ข้อมูลเพิ่มเติม
· top 10 ความก้าวหน้า 2550 7- ไลริก้า ยารักษาไฟโบรมัยอัลเจีย (ปวดตามตัว)ตัวแรก(735)
· ระวังยารักษาโรคปวดข้อหลายตัว อาจทำให้หัวใจวายได้(8070)
· รับประทานวิตามินซีนานๆ ระวังปวดข้อข้อเสื่อม!(7466)
· เล่นกล้ามเเล้วความสูง จะเพิ่มอีกมั้ยครับ(4836)
· เอาปลิง มารักษาอาการข้ออักเสบ !ข่าวจากเยอรมัน(4112)

ดูหัวข้อทั้งหมด=>

เนื้อหาหลักอื่นๆ
 staff announcement อ่านเป็นอันดับแรก ก่อนใช้งานเวปนี้ announcement from staff
 นโยบายของ thaihealth นโยบาย แผนงาน และข้อตกลงของ thaihealth
 KIDS เด็ก วัยเด็ก การเรียนรู้ พัฒนาการ อาหาร และการศึกษา
 ครอบครัว family health สุขภาพองค์รวมของครอบครัว พ่อ แม่ ลูก
 health tips เครื่องมือเพื่อสุขภาพ เครื่องมือตรวจอย่างง่าย ๆ เพื่อสุขภาพ
 Life tools Other life tools
 woman health สุขภาพสตรี สุขภาพสตรีตั้งแต่รุ่นสาว แต่งงาน ตั้งครรภ์ หมดประจำเดือน
 Health Directory ข้อมูลลิงค์สุขภาพ ข้อมูลลิงค์สุขภาพ
 Bird Flu ไข้หวัดนก 

ไข้หวัดนก จากกรมควบคุมโรคติดต่อ

 diseases สุขภาพและโรค ลิงค์สู่เอนไซโคลปีเดียสุขภาพ ข้อมูลตามระบบ ตามโรค
 ไข้เลือดออก ไข้เลือดออก จากกรมควบคุมโรคติดต่อ
 ไข้มาลาเรีย เรื่องราวเกี่ยวกับไข้มาลาเรีย
 Thaihealth Zone โซนต่างๆของไทยเฮลท์
ความเห็นต่อข้อความนี้
ความเห็นต่อข้อความนี้

ผู้ไม่ลงทะเบียน ไม่มีสิทธิ์แสดงความเห็น , โปรด ลงทะเบียน

[ ย้อนกลับ ]

สุขภาพ ข่าว ข่าวสุขภาพ บทความ โรค เจ็บป่วย ความรู้ โรคต่างๆ ความบันเทิง ดูทีวี ฟังเพลง เกมส์ เซ็กซ์ เว็บบอร์ด ตอบปัญหา เด็ก วัยรุ่น โรคเอดส์ โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง ฮอร์โมน สมุนไพร ความงาม antiaging รู้ไหม คนค้นหาเรื่องสุขภาพอะไรมากที่สุด สิว รักษาสิว ลดน้ำหนัก ลดน้ำหนัก ลดความอ้วน เพศศึกษา sex ไง
บริการสำหรับเว็บมาสเตอร์ นำข่าว สุขภาพ ข่าวรายวันสาระ และคลิปวิดีโอจากไทยเฮลท์ไปไว้หน้าเว็บท่าน ด้วยระบบ RSS และ RSS2.0

หน้าหลักthaihealth | หน้าแรก | ไทยเฮลท์ทั้งหมด | คู่มือใช้งาน | ติดต่อโฆษณา | disclaimer | privacy policy


สมัครประกวด100อันดับเว็บไซด์สุขภาพยอดเยี่ยมของไทย ฟรี สมัครเข้ามาเลยค่ะ

 

affiliates: aesthetic and beauty knowledge| globalwarming awareness2007 | thai seo | โปรโมทเว็บ โปรโมทคลินิค | เกมส์

theme design by doctornukeเว็บมาสเตอร์ นพ.กิจการ จันทร์ดา


Web site engine's code is Copyright ฉ 2002 by PHP-nuke. All Rights Reserved. PHP-nuke is Free Software released under the GNU/GPL license Modification for optimal use by DocHost and DoctorNUKE
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.172 วินาที