Reuters/Archive of Dermatology
ผลการวิจัย นำเสนอในวารสาร Archive of Dermatology โดย DermSurgery Laserในฮุสตัน ,นพ. พอล ไฟรด์แมน กล่าวว่า การรักษาด้วยเลเซอร์ที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน(เช่น IPL,FPL หรือ ND-YAG )ช่วยในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนจากใต้ผิว โดยไม่ทำลายผิวหน้า ทำให้ไม่เกิดรอยแผล และใช้เวลาในการพักงานหลังทำเลเซอร์น้อยลง
การรักษารอยแผลจากสิว ปัจจุบันมีสองวิธีใหญ่ ๆ คือ การกรอผิวเพื่อสร้างชั้นผิวใหม่ (Ablative) ซึ่งจะต้องมีเวลาพักใบหน้า ไม่ให้เจอแสงเพราะผิวหน้าจะโดนขัดออกจนถึงชั้นหนังกำพร้าผิวที่ขึ้นใหม่จะต้องใช้เวลาสักพักจึงจะทนต่อแสงและไม่ดำ กับอีกวิธีใหม่ ที่แนะนำใช้ในระยะไมกี่ปีมานี้คือ Non Ablative Laser โดยการกระตุ้นจากแสงให้ทะลุผ่านผิวลงไปในชั้นหนังแท้และคอลลาเจน โดยไม่ทำลายชั้นผิวหนังกำพร้า ทำให้ไม่เกิดแผล
แสงที่จะใช้ได้ จะต้องมีความถี่จำเพาะ และระยะเวลาพอเหมาะ ที่จะก่อให้เกิดความร้อนที่ผิวชั้นล่าง โดยไม่ร้อนมาจนผิวชั้นบนไหม้ ความร้อนที่เกิดขึ้น จะกระตุ้นการเจริญของคอลลาเจนที่เสีย ทำให้ผิวหน้าเต่งตึงและหลุมสิวตื้นขึ้น
การรักษาแต่ละครั้ง จะกินเวลาไม่นาน และไม่จำเป็นต้องพักใบหน้าหรือทำแผล
การวิจัย กระทำในคนไข้ 11 รายที่มีหลุมสิว ภายหลังจากสามครั้ง พบว่า หลุมสิวจากการสังเกตุ ดีขึ้น 10% หลังจากการรักษาครั้งที่ 5 อาการดีขึ้น 23 % และเมื่อทิ้งระยะไป 6 เดือน หลุมต่าง ๆ ดีขึ้นถึง 40%
นพ.ไฟรด์แมนอธิบายว่า การที่ยิ่งนานยิ่งดีขึ้นเนื่องจากคอลลาเจนที่สร้างมาใหม่ เริ่มปรับแต่งรูปแบบให้ได้รูบ และทำให้ผิวนุ่ม หลุมตื้นขึ้น
ขอบคุณLaser skin center นำนวัตกรรม FPL รักษาหลุมสิวราคาพิเศษ
ที่มา Archives of Dermatology Nov,2004