health ads
คุณกำลังอยู่ที่ โซน:สุขภาพไทย:>> หน้าหลัก>>ข่าวสุขภาพ>> ข่าวสารการแพทย์ >> “หมอประเวศ” หนุนตั้งองค์กรไกล่เกลี่ยแพทย์คนไข้Bookmark เก็บหน้านี้ไว้
หน้าเอกสารสำหรับเครื่องพิมพ์  หน้าเอกสารสำหรับเครื่องพิมพ์ ส่งเรื่องนี้ต่อให้เพื่อนอ่าน  ส่งเรื่องนี้ต่อให้เพื่อนอ่าน   Set to your default home page! -คลิกให้เราเป็นเวปแรกของคุณ- ที่นี่ !

PostHeaderIcon general news: “หมอประเวศ” หนุนตั้งองค์กรไกล่เกลี่ยแพทย์คนไข้

“หมอประเวศ” หนุนตั้งองค์กรอิสระไกล่เกลี่ยข้อพิพาทหมอคนไข้ แทนแพทยสภา สร้างกลไกรับร้องทุกข์ที่น่าเชื่อถือ เห็นพ้องแพทยสภาเฉื่อย ภาพพจน์เสีย ถูกมองว่าเข้าข้างกันเอง เซ็ง 10 ปี แพทยสภารับเรื่องร้องเรียน 2,355 เรื่อง แต่ลงโทษถอนใบอนุญาตเหมอเพียง 10 คน


วันที่ 11 กุมภาพันธ์ ที่ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ร่วมกับสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) สำนักงานวิจัยและพัฒนากำลังคนด้านสุขภาพ (สวค.) และกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จัดสุนทรีย์เสวนา เรื่อง หาทางออกเชิงระบบ ปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างผู้ป่วยกับแพทย์ โดยมี นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการกำลังคนด้านสุขภาพ เป็นประธานในการเปิดงาน
       
       นพ.ฑินกร โนรี ผู้อำนวยการสำนักงานวิจัยและพัฒนากำลังคนด้านสุขภาพ กล่าวว่า แนวโน้มสถานการณ์ปัญหาความขัดแย้งระหว่างแพทย์กับคนไข้เริ่มมากขึ้น จากข้อมูลการร้องเรียนแพทย์ของแพทยสภา ตั้งแต่ปี 2541 ถึงปัจจุบัน มีมากถึง 2,355 เรื่อง โดยเป็นเรื่องแพทย์ไม่รักษามาตรฐานการประกอบวิชาชีพเวชกรรม 451 เรื่อง การโฆษณา 190 เรื่อง การปฏิบัติเกี่ยวกับสถานพยาบาล 142 เรื่อง ไม่คำนึงความปลอดภัยและความสิ้นเปลื้องของผู้ป่วย 118 เรื่อง ไม่เคารพกฎหมาย และการทำแท้ง 119 เรื่อง เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ในวิชาชีพ 68 เรื่อง ออกใบรับรองแพทย์เป็นเท็จ 45 เรื่อง และอื่นๆ 184 เรื่อง ในจำนวนนี้มีการลงโทษถอนใบอนุญาตเพียง 10 ราย พักใช้อนุญาต 119 ราย ภาคทัณฑ์ 179 ราย ตักเตือน 447 ราย และยกข้อกล่าวหา 562 ราย ขณะที่ปัจจุบัน มีคดีที่แพทย์ในสังกัด สธ.และ สธ.ถูกฟ้องรวมทั้งสิ้น 75 คดี ในจำนวนนี้มีคดีที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ผู้เสียหายเป็นฝ่ายชนะ 12 คดี และศาลชั้นต้นยกฟ้อง 20 คดี
       
       “ปัจจัยที่ก่อให้เกิดปัญหาความขัดแย้งเกิดจากสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลง แพทย์กับคนไข้มีความเหินห่างกันมากขึ้น ซึ่งเกิดจากความรู้เรื่องโรคและการรักษาโรคที่มีความก้าวหน้า มีเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ซับซ้อน แพทย์กับคนไข้มีการสื่อสารระหว่างกันน้อยเกินไป เพราะต้องรักษาผู้ป่วยหลายคน และ ระบบการรักษาของโรงพยาบาลมีขั้นตอนต่างๆ จำนวนมากที่คนไข้ต้องปฏิบัติตามก่อนที่จะได้พบแพทย์ ที่สำคัญ ระบบสังคมภายใต้แนวคิดทุนนิยม กลายเป็นอุตสาหกรรมที่ต้องใช้เงินเป็นตัวกลางในการเข้ารับบริการทางการแพทย์ มีความสัมพันธ์แบบผู้ซื้อและผู้ขายบริการ เปลี่ยนจากระบบเดิมที่เป็นยาขอหมอวานภายใต้ระบบสังคมอุปถัมภ์ที่หมอมีบุญคุณกับคนไข้” นพ.ฑินกร กล่าว
       
       ด้านนพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส ในฐานะคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า แพทย์เป็นอาชีพที่มีพันธสัญญาพิเศษทางสังคมที่จะยกเลิกไม่ได้ เพราะเกี่ยวข้องกับชีวิตคนตั้งแต่เกิดจนตาย หากแพทย์ไม่มีศีลธรรม ประชาชนจะล้มละลายทางจิตใจและหมดศรัทธาในความดี วิธีการที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งได้ คือ การเยียวยาผู้เสียหายในทันที สามารถทำได้โดยการสนับสนุนให้ทุกโรงพยาบาลมีหน่วยบรรเทาความเดือดร้อน โดยไม่ต้องคำนึงถึงความถูกผิด และมีหน่วยงานตรวจสอบคุณภาพของการให้บริการ
       
       “องค์กรอิสระ อย่างสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ควรสนับสนุนงบประมาณให้กับหน่วยไกล่เกลี่ยความขัดแย้งของสธ. ที่มีอยู่แล้วเพื่อให้สามารถดำเนินภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่วนกลไกรับเรื่องราวร้องทุกข์ควรมีความน่าเชื่อถือและควรมีช่องทางร้องทุกข์มากกว่าแพทยสภา ที่เชื่อกันว่าเข้าข้างแพทย์กันเอง ซึ่งเรื่องนี้จริงหรือเปล่าก็ไม่รู้” นพ.ประเวศ กล่าว
       
       ขณะที่ นพ.เมธี วงศ์ศิริสุวรรณ ช่วยราชการกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ระบบร้องเรียนปัญหาความขัดแย้งของแพทยสภา ยังไม่เพียงพอและไม่เหมาะสม เพราะแพทย์สภามีบทบาทที่ขัดแย้งกับหน้าที่ คือ มีหน้าที่ตรวจสอบแพทย์ผ่านทางการร้องเรียนของประชาชน ขณะเดียวกัน ก็ต้องคุ้มครองแพทย์ด้วยกันเองในกรณีที่ถูกฟ้องร้องด้วย ดังนั้นทางออกที่ดีที่สุด คือ การตั้งองค์กรอิสระใหม่ขึ้นมาดูแลปัญหาการร้องเรียนของผู้เสียหายทางการแพทย์
       
       ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ที่ประชุมได้เสนอให้มีการกฎหมายบังคับให้ไกล่เกลี่ยก่อนที่จะมีการฟ้องร้องศาลเหมือนกันกับกฎหมายแรงงาน และก่อตั้งสถาบันไกล่เกลี่ยกลางที่เป็นองค์กรอิสระ โดยจะต้องไม่มีเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนได้ส่วนเสียร่วมเป็นคณะกรมการ เพื่อความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย เนื่องจากปัจจุบันผู้เสียหายทางการแพทย์สามารถร้องทุกข์ได้ทางเดียว คือ แพทยสภา แต่การทำงานที่ผ่านมาเป็นไปด้วยความล่าช้า และมักถูกมองว่าเข้าข้างแพทย์กันเอง

ที่มา manager online

คะแนนเฉลี่ย: 5
จำนวนผู้ลงคะแนน: 3


โปรดสละเวลาให้คะแนนสำหรับบทความนี้:
สุดยอด  ดีมาก  ดี
ธรรมดา  แย่


675-4ข้อมูลเพิ่มเติม
· ไข้เลือดออกปี2010 ทั้งประเทศเพิ่มหลายหมื่นคน(2590)
· แพทย์ไทยใกล้วิกฤต งานหนักแถมเงินน้อย(5608)
· สหรัฐ เรียกเก็บเตียงเด็กอ่อนครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ เพราะทำให้เด็กเสียชีวิต(4346)
· ระวังไข้เลือดออกระบาดหนักในปีนี้(4498)
· ยาตัวใหม่ รักษาไข้หวัดใหญ่ peramivir(6562)

ดูหัวข้อทั้งหมด=>

 ชื่นชอบเนื้อหาสุขภาพของเรา กรุณาโหวตเพื่อเป็นกำลังใจให้เราครับ!