• RSS Feed
  • RSS Feed
  • Twitter
health ads
คุณกำลังอยู่ที่ โซน:สุขภาพ:>> หน้าหลัก>>ข่าวสุขภาพ>> ข่าวสารการแพทย์ >> ไข้เลือดออกปี2010 ทั้งประเทศเพิ่มหลายหมื่นคนBookmark เก็บหน้านี้ไว้
หน้าเอกสารสำหรับเครื่องพิมพ์  หน้าเอกสารสำหรับเครื่องพิมพ์ ส่งเรื่องนี้ต่อให้เพื่อนอ่าน  ส่งเรื่องนี้ต่อให้เพื่อนอ่าน   Set to your default home page! -คลิกให้เราเป็นเวปแรกของคุณ- ที่นี่ !

PostHeaderIcon general news: ไข้เลือดออกปี2010 ทั้งประเทศเพิ่มหลายหมื่นคน

ยอดผู้ป่วยไข้เลือดออกที่รายงานเพิ่มเป็นห้าหมื่นกว่า รายทั่วประเทศ ศธ.เร่งรายงานตัดตอนวงจรป้องกันระบาดมากกว่านี้

นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ รมช.สาธารณสุขเปิดเผยสถานการณ์การระบาดของโรคไข้เลือดออกในปี 2553ว่า มีแนวโน้มสูงขึ้นมาก สถิติการระบาดเพิ่มสูงกว่าปี 2552 ในช่วงเวลาเดียวกันถึงร้อยละ 83 ตั้งแต่เดือนมกราคม 2553 จนถึงวันที่ 3 สิงหาคม 2553 มีผู้ป่วยไข้เลือดอออกสะสม 54,592 ราย เสียชีวิต 63 ราย เฉลี่ยต่อวันจะพบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม 230 ราย จำนวนผู้ป่วยในสัปดาห์นี้ เพิ่มจากสัปดาห์ที่ผ่านมา 3,135 ราย เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรทุก 1 แสนคนของแต่ละภาค พบว่าภาคใต้มีอัตราป่วยสูงที่สุด แสนละ 149 คน มีผู้ป่วย 13,045 ราย รองลงมา คือ ภาคกลางแสนละ 68 คน มีผู้ป่วย 14,509 ราย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แสนละ 63 คน มีผู้ป่วย 13,635 ราย และภาคเหนือแสนละ 62 คน มีผู้ป่วย 7,325 ราย โดยพบผู้ป่วยอายุน้อยกว่า 28 วัน จำนวน 7 ราย และพบผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไปป่วยรวม 409 ราย การที่ปีนี้มีผู้ป่วยมากชี้ให้เห็นว่าปริมาณยุงลายซึ่งเป็นตัวการแพร่เชื้อโรคไข้เลือดออก ทั้งที่อยู่ในบ้านและนอกบ้านมีมาก ดังนั้นคนทุกวัยทุกเพศจึงมีความเสี่ยงป่วยเป็นโรคไข้เลือดออกเท่ากัน รมช.สาธารณสุข กล่าวว่า ยุงลายมักออกกัดคนเวลากลางวัน บินไกลได้ราว 100 เมตร ผสมพันธุ์ครั้งเดียวก็สามารถวางไข่ได้ 4-6 ครั้ง ครั้งละประมาณ 50-150 ฟอง ช่วงชีวิตของยุงลายตัวเมียมีอายุประมาณ 2 เดือน ดังนั้นตลอดวงจรชีวิตยุงลายตัวเมีย 1 ตัว จะมีลูกประมาณ 500 ตัว ซึ่งยุงชนิดนี้ชอบอาศัยในบ้านและบริเวณรอบบ้าน ชอบวางไข่ในน้ำสะอาดใส นิ่ง เช่น ในภาชนะเก็บน้ำต่างๆ ไม่ชอบน้ำสกปรก เช่น ในท่อระบายน้ำ บ่อน้ำเสีย โรคนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน มาตรการที่ดีที่สุดในการลดปริมาณยุงลายคือการกำจัดยุงตั้งแต่ยังเป็นลูกน้ำและยังอยู่ในภาชนะ ให้ใช้วิธีเทน้ำเก่าทิ้งและเปลี่ยนน้ำใหม่ทุก 7 วัน เพื่อฆ่าลูกน้ำไม่ให้กลายเป็นตัวยุง อย่าใช้วิธีเติมน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแม่บ้านซึ่งดูแลบ้านเรือนที่อยู่อาศัย ต้องระมัดระวังเรื่องน้ำฝนที่ตกมาขังในภาชนะเก็บน้ำต่างๆ หากจะเก็บน้ำไว้ใช้ ต้องปิดฝาให้สนิทอย่าให้ยุงลงไปวางไข่ได้ ภาชนะที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ หรือขยะรอบๆบ้านให้เก็บกวาด กลบฝังอย่าให้เป็นแหล่งน้ำขัง ให้ยุงลายลงไปวางไข่ได้ "หากบ้านทุกหลังทั้ง 20 ล้านครอบครัว ช่วยกันคนละไม้คนละมือ จะทำให้ปริมาณยุงลดลงได้ โดยเฉพาะยุงในบ้าน ลดความเสี่ยงถูกยุงกัด ซึ่งในช่วงนี้ทั่วประเทศกำลังเผชิญภาวะฝนตกหนัก คนออกไปไหนมาไหนไม่ได้ต้องอยู่ในบ้านรวมกัน สำหรับการฉีดสารเคมีพ่นฆ่ายุงตัวแก่นั้นเป็นวิธีแก้ไขปัญหาที่ปลายทาง และไม่ได้ผล 100 %เนื่องจากยุงสามารถบินหนีได้ "นางพรรณสิริ กล่าว และว่าเทคนิคการป้องกันไม่ให้ยุงลายวางไข่ หรือกำจัดยุงลายง่ายๆตามภูมิปัญญาชาวบ้าน ซึ่งมีหลายพื้นที่ที่ทำแล้วได้ผล เช่น การใช้ลูกมะกรูดผลดิบ มาใส่ในภาชนะที่มีน้ำขัง จนกว่ามะกรูดเปลี่ยนสีเป็นสีเหลือง หรือน้ำตาล จึงเปลี่ยน เนื่องจากในผิวมะกรูดจะมีน้ำมันส่งกลิ่นไล่ยุงได้ หรือใช้ปูนที่กินกับหมากพลู มาปั้นให้เป็นก้อนแล้วนำไปตากแดดให้แห้ง จากนั้นนำมาใส่ในภาชนะใส่น้ำแทนทรายกำจัดลูกน้ำยุงลาย ทำให้น้ำมีสภาพเป็นกรดด่าง ยุงลายกลัว และอีกวิธีหนึ่งคือใช้ปี๊บขนมปังเปล่า เปิดฝา และใช้ผ้าสีดำใส่ในปี๊บ แล้วนำไปวางตามมุมอับของบ้านทิ้งไว้ เพื่อล่อยุงลายเข้าไปในปี๊บ จากนั้นจึงปิดฝาปี๊บและนำไปตากแดดให้ยุงตาย ด้าน นพ.มานิต ธีระตันติกานนท์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากการสอบสวนผู้ที่ป่วยเป็นโรคไข้เลือดออก พบว่ากว่าร้อยละ 80 ถูกยุงลายในบ้านกัด โดยเชื้อโรคไข้เลือดออก จะทำให้มีเลือดออกง่ายในอวัยวะภายใน ถ้าเป็นมากจะมีอาการช็อกและเสียชีวิตได้ อาการของโรคไข้เลือดออกที่สำคัญ คือ ไข้สูง คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร หน้าแดง อาจพบจุดเลือดที่ผิวหนัง มักจะไม่ไอ ไม่มีน้ำมูก เว้นแต่เป็นไข้หวัดในเวลาเดียวกันด้วย ในการดูแลเบื้องต้นหากมีคนในบ้านป่วยด้วยไข้สูง ให้กินยาพาราเซตามอล เพื่อลดไข้ และ เช็ดตัวด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำเย็น หากไข้ยังไม่ลดใน 2 วัน ขอให้รีบพบไปพบแพทย์ เพื่อรับการรักษาตามขั้นตอนทางการแพทย์ ห้ามซื้อยาประเภทแอสไพรินมากินเอง เพราะอาจทำให้มีเลือดออกในอวัยวะภายในมากขึ้น เสียชีวิตง่ายขึ้น ส่วนอาการช็อกของผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก มักจะปรากฏขณะที่ไข้ลดลงในวันที่ 3-4 หลังมีไข้ ขอให้ประชาชนสังเกตอาการ โดยเฉพาะอาการของเด็กๆ ซึ่งมักบอกอาการตัวเองไม่ได้เหมือนผู้ใหญ่ ซึ่งตามปกติหลังไข้ทุเลาลงหรือที่ชาวบ้านเรียกว่า ส่างไข้ ผู้ป่วยจะรู้สึกแจ่มใสดีขึ้น มีเรี่ยวแรงขึ้น แต่หากผู้ป่วยยังมีอาการซึมผิดปกติ ไม่ร่าเริง แสดงว่าอาจมีภาวะช็อก ขอให้รีบพาไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด เพื่อรักษาอย่างทันท่วงที


คะแนนเฉลี่ย: 0
จำนวนผู้ลงคะแนน: 0

โปรดสละเวลาให้คะแนนสำหรับบทความนี้:
สุดยอด  ดีมาก  ดี
ธรรมดา  แย่


758-4ข้อมูลเพิ่มเติม
· ภาพรวม ไข้เลือดออกปีนี้มาแรง 73000คนป่วยตายแล้ว73(1633)
· ไข้เลือดออกปี2010 ทั้งประเทศเพิ่มหลายหมื่นคน(4198)
· แพทย์ไทยใกล้วิกฤต งานหนักแถมเงินน้อย(7398)
· สหรัฐ เรียกเก็บเตียงเด็กอ่อนครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ เพราะทำให้เด็กเสียชีวิต(5853)
· ระวังไข้เลือดออกระบาดหนักในปีนี้(6170)

ดูหัวข้อทั้งหมด=>

 ชื่นชอบเนื้อหาสุขภาพของเรา กรุณาโหวตเพื่อเป็นกำลังใจให้เราครับ!