สุขภาพ เพื่ออนาคต  | Thaihealth english version
 สุขภาพ  |  ข่าว |  ฟังเพลง |  ค้นหา |  เกมส์ |  เที่ยว |  เทคโนโลยี |  รูปภาพ-ecard |   
ลิงค์ สุขภาพ ห้องแพทย์ ช๊อปปิ้ง เซ็กซ์ ความงาม ไดอารี่

my live space

 
คุณกำลังอยู่ที่ โซน:สุขภาพ:>> หน้าหลัก>> Encyclopedia >> เซ็กซ์ , sex , เอนไซโคลปีเดีย >> มีความต้องการทางเพศกับเด็ก,pedophiliaBookmark เก็บหน้านี้ไว้






[ ย้อนกลับ ]

เซ็กซ์ , sex , เอนไซโคลปีเดีย

สงวนลิขสิทธิ์ © โดย สุขภาพ thaihealth ข่าว ดูทีวี โรค - (3316 คนอ่าน)


มีความต้องการทางเพศกับเด็ก,pedophilia


ความต้องการทางเพศกับเด็ก

การมีความต้องการทางเพศกับเด็ก

หมายถึง การที่ผู้ใหญ่มีความสุขทางเพศจากการมีความสัมพันธ์ทางเพศกับเด็กเพศเดียวกันหรือเพศตรงกันข้าม ที่ยังไม่ถึงวัยแตกหนุ่มแตกสาว การปฏิบัติทางเพศมีตั้งแต่การอวดอวัยวะเพศให้เด็กดู การใช้มือกระตุ้นอวัยวะเพศเด็ก จนถึงการร่วมเพศกับเด็ก ประมาณร้อยละ 85 ใช้วิธีอวดอวัยวะเพศ ใช้มือกระตุ้นอวัยวะเพศของเด็ก พูดคำหยาบทางเพศ และแตะต้องร่างกาย ร้อยละ 11 ร่วมเพศทางช่องคลอดร่วมเพศทาทวารหนักและข่มขืนกระทำชำเรา


 



ประมาณไม่ได้ว่า ปัญหานี้มากน้อยเพียงไร แต่พบมาในผู้ชาย และความสัมพันธ์ทางเพศเป็นลักษณะสัมพันธ์กับต่างเพศ คินเซ่ย์และคณะพบว่า ร้อยละ 20-25 ของหญิงที่มีฐานะทางเศรษฐกิจสังคมปานกลางจะถูกชายที่เป็นผู้ใหญ่กว่าหรือชายที่มีอายุแก่กว่าอย่างน้อย 5 ปี เกี่ยวข้องทางเพศในขณะอายุระหว่าง 4-13 ปี และหญิงที่มีฐานะทางเศรษฐกิจสังคมต่ำพบบ่อยกว่า ร้อยละ 30 ของเด็กนักเรียน หรือนักศึกษาระดับวิทยาลัยที่เป็นเพศหญิง และร้อยละ 35 ที่เป็นเพศชายรายงานว่าเคยมีประสบการณ์ทางเพศแบบใดแบบหนึ่งระหว่างวัยเด็ก ผู้หญิงเหล่านี้ร้อยละ 50 เคยพบการอวดอวัยวะเพศ และพวกผู้ชายเกือบร้อยละ 85 เป็นเรื่องของรักร่วมเพศ เด็กผู้ชายเหล่านี้ส่วนมากร่วมมือด้วย



การสมสู่กับเด็กอาจไม่ได้เริ่มต้นจากผู้ใหญ่เสมอไป เด็กแก่แดดมักจะแสดงความอยากรู้อยากเห็นทางด้านเพศอย่างมาก เนื่องจากเด็กยังไม่มีความรู้สึกละอายแบบผู้ใหญ่ จึงอาจจะยั่วยวนผู้ใหญ่ หรือเป็นผู้เริ่มต้นการร่วมเพศเสียเอง เด็กอายุประมาณ 5 หรือ 6 ขวบ ทั้งชายและหญิงจะเริ่มเล่นเกมส์เกี่ยวกับเพศ นอกจากนี้เด็กหญิงอายุ 12-14 ปี ซึ่งอยู่ในวัยแรกรุ่นมักจะรู้สึกว่ามีความเปลี่ยนแปลงทางเพศในร่างกายของตน และอาจรู้สึกตื่นเต้นที่ตนมีความสามารถดึงดูดใจเพศตรงกันข้าม นอกจากนั้นการที่สังคมปัจจุบันเน้นความสำคัญของความงามว่าเป็นสิ่งดึงดูดความสนใจทางเพศ เป็นเหตุให้เด็กหญิงที่อยู่ในวัยแตกหนุ่มแตกสาวซึ่งพ่อแม่ไม่ค่อยมีเวลาอบรมสั่งสอน รู้สึกเป็นปมด้อยที่ตนยังเป็นเด็ก จึงหันไปใช้เครื่องสำอางและเครื่องแต่งกายที่ทำให้ตนสาวขึ้น ฉะนั้นชายที่ไปลวนลามเด็กหญิงเหล่านี้โดยเข้าใจว่าเธอมีอายุเกินที่กฎหมายกำหนดไว้ อาจถูกข้อกระทำความผิดทางเพศได้



ลักษณะของผู้ป่วย



พวกที่ชอบลวนลามเด็กมักเป็นชาย มีระดับสติปัญญาต่ำ เป็นโรคจิต ติดสุรา หรือมีบุคลิกภาพแบบอันธพาล (sociopath) อายุอยู่ระหว่าง 30-40 ปี เฉลี่ย 37 ปี อายุยิ่งมากจะยิ่งพยายามหาเด็กอายุน้อยๆ แต่คนที่อายุน้อยจะหาเหยื่อที่อายุมากขึ้นหรือวัยรุ่น และผู้ใหญ่ที่ชอบสมสู่กับเด็กมักจะพอใจมีความสัมพันธ์ทางเพศไม่ว่ากับเด็กชายหรือเด็กหญิง



พ่อแม่ที่กลัวปัญหานี้จะเกิดกับบุตรของตน มักสั่งสอนลูกไม่ให้ไปไหนมาไหนกับคนแปลกหน้า แต่แท้จริงแล้วคนที่ชอบลวนลามเด็กมักไม่ใช่คนแปลกหน้า ดังที่พ่อแม่เด็กคิด ร้อยละ 50-80 ของการลวนลามเด็กเกิดจากเพื่อนของคนในครอบครัว ญาติ หรือคนใกล้ชิด



ผลที่เกิดกับเด็ก



แม้สถิติของคินเซ่ย์จะพบว่าร้อยละ 80 ของเด็กหญิงที่ถูกลวนลามจะเกิดความเสียใจหรือกลัว แต่ก็ไม่มากมายอะไร นักจิตวิทยาเกือบทุกคนมีความเห็นต้องกันว่า การถูกลวนลามทางเพศเป็นอันตรายต่อเด็กน้อยกว่าต่อพ่อแม่ เพราะฉะนั้นถ้าพ่อแม่ควบคุมความรู้สึกขมขื่นที่เกิดจากความโชคร้ายนี้ได้ เด็กก็มักจะไม่มีปัญหาติดค้างต่อไปในวัยผู้ใหญ่



แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดปัญหานี้ขึ้นควรต้องรู้ว่า จะจัดการอย่างไรจึงจะดีที่สุด เด็กไม่ควรถูกสอบสวนอย่างหนัก ไม่ควรได้รับการบอกเล่าอย่างโจ่งแจ้ง และไม่ควรถูกลงโทษ รวมทั้งไม่ควรให้แพทย์ตรวจอย่างละเอียดจนเกินไป เพราะการกระทำดังกลาวจะทำให้เด็กรู้สึกว่าตนบาดเจ็บ มีมลทิน หรือซุกซนและมีความผิด เด็กควรได้รับการสั่งสอนไม่ให้นั่งรถหรือกินอาหารของคนแปลกหน้า และควรสอนให้เด็กรายงานการกระทำที่ส่อความสนใจทางเพศของผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นคนแปลกหน้าหรือคนที่พวกเขารู้จักเป็นอย่างดี



สาเหตุ



อาจเกิดจาก


 


1. มีความรู้สึกว่าตนไร้ความสามารถที่จะร่วมเพศได้อย่างสมบูรณ์กับหญิงที่โตแล้ว เพราะองคชาตของตนเล็กเกินไป หรือมีปมด้อยอื่นๆ เกี่ยวกับความเป็นชายของตน จึงหันมาสนใจเด็กซึ่งเขาคิดว่าน่ากลัวน้อยกว่าหญิงสาว



2. มีความรู้สึกก้าวร้าว ขมขื่น และอาฆาตแค้นผู้หญิงในจิตไร้สำนึก ซึ่งมีบ่อยๆ เกิดหลังการพิพาทกับภรรยา ถูกภรรยาดูถูกหรือด่า ความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยาแบบนี้อาจนำไปสู่ความวิปริตทางเพศอย่างอื่นได้ด้วย เช่น การชอบอวดอวัยวะเพศ การกระทำรุนแรงทางเพศ การร่วมเพศทางทวารหนัก หรือการข่มขืนกระทำชำเรา



3. อยู่ในครอบครัวที่ขาดความสุข และความสัมพันธ์ระหว่างผู้ป่วยกับบิดาไม่ดี ทำให้ไม่สามารถสร้างความสัมพันธ์กับผู้ใหญ่ โดยเฉพาะที่เป็นเพศตรงกันข้ามได้


 


นอกจากนั้นอาจเกิดจากความเชื่อว่าการร่วมเพศกับเด็กทารกหรือเด็กเล็กจะทำให้เป็นหนุ่มขึ้น การสมสู่กับหญิงพรหมจารีเป็นที่เชื่อกันว่าสามารถทำให้ชายแก่กลับเป็นหนุ่มขึ้นมาใหม่ (หรือสามารถรักษากามโรคได้) ดังนั้นถ้าหญิงพรหมจารีเป็นเด็กจะยิ่งทำให้เป็นหนุ่มมากขึ้นอีก หรือเพราะความกลัวว่าการมีเพศสัมพันธ์กับหญิงสาวจะทำให้เกิดการตั้งครรภ์ ผู้ชายบางคนจึงชอบร่วมเพศกับเด็ก



อีกประการหนึ่ง ความใหม่และความไร้เดียงสาของเด็ก รวมทั้งความเป็นเพศเดียวของเด็ก (ซึ่งหมายความว่าเด็กหญิงและชายในวัยนี้จะมีความแตกต่างกันทางเพศน้อยมาก) อาจกระตุ้นความต้องการทางเพศของผู้ชายบางคน เขาจึงสนใจจะมีความสัมพันธ์ทางเพศกับเด็กมากกว่าคนที่โตแล้ว



การรักษา



วิธีจิตบำบัดได้ผลพอควร แต่มีบางรายกลับไปทำซ้ำอีก


การจำคุกมีผลน้อยในการแก้ไขความวิปริตนี้ แต่สังคมทั่วไปก็ยังคิดว่าวิธีดังกล่าวจะช่วยป้องกันพฤติกรรมนี้ได้ อย่างน้อยก็ชั่วระยะเวลาหนึ่ง



ตัวอย่างผู้ป่วย



ผู้ป่วยไม่ได้มาพบจิตแพทย์ แต่เขียนจดหมายเล่าประวัติและความผิดปกติทางเพศของตนมาที่คอลัมน์แพทย์ในหนังสือพิมพ์รายวันฉบับหนึ่ง เพื่อขอคำแนะนำ ดังข้อความต่อไปนี้



"ขณะนี้กระผมอายุ 30 เศษ แต่งงานและมีบุตร 3 คน (ชาย) เกือบ 10 ปีแล้วที่ผมแต่งงานมา แต่ผมร่วมหลับนอนกับภรรยาของผม ซึ่งก็เป็นไปแบบธรรมดาไม่โลดโผนตื่นเต้น นับครั้งได้เลยว่าไม่เคยมีความสุขที่สุดเลย ผมจำได้ว่าตั้งแต่ผมมีอายุเข้าวัยระยะร่างกายจิตใจต้องการทางเพศ ส่วนมากผมจะชอบแอบมองของลับของเด็กที่ยังไม่มีขน ส่วนที่มีขนขึ้นแล้วจะรู้สึกเฉยๆ หากเป็นเด็กยังไม่มีขน หากเห็นเพียงแว้บๆ ไวๆ ผมจะรู้สึกเต้นตูมตามอย่างบอกไม่ถูก และจะมีความรู้สึกเสียวที่ปลายอวัยวะของผม บางครั้งก็สำเร็จเลยก็มีและรู้สึกว่าเคลิ้มใจและสุขใจเป็นที่สุด จนมากระทั่งปัจจุบันที่ว่านี้ก็ยังเป็นอยู่ คือชอบแอบดูเด็กอาบน้ำ เห็นเพียงขาอ่อนก็ยังดี (ยกเว้นที่มีขนแล้ว) หากได้เห็นของลับจังๆ ผมจะถึงจุดสุดยอดโดยมิต้องทำอะไรเลย และแล้วก็มีความสุขที่สุด ไอ้ที่เล่ามานี้ก็ยังพอทนหรอก ผมยังมีมากกว่านี้คือ ปัจจุบันผมชอบลูบไล้ของเด็กที่ยังไม่มีขน คือ เด็กกำลังแตกเนื้อสาวซึ่งหากใช้อวัยวะสอดเข้าตามธรรมชาติก็คงลำบาก โดยผมจะใช้มือลูบไล้ใช้จมูกลิ้นกับอวัยวะของเขาอย่างมีความสุข และจะสำเร็จอีกนั่นแหละโดยมิต้องทำอะไรเลย และยิ่งเด็กมาจับต้องเล่นของผม ผมจะยิ่งมีความสุขสุดยอดเพิ่มเป็นพันทวีคูณ เป็นสุขมาก พอสำเร็จแล้วร่างกายจะรู้สึกอ่อนปวกเปียกตัวเบา เคลิ้มดุจลอยอยู่บนวิมานก็ไม่ปาน แต่การลูบไล้หากเด็กมาเล่นของผม ผมจะพยายามบอกให้เขาทำกับอวัยวะผมให้แรงและเร็ว และบางครั้งผมลองเอาอวัยวะสอดใส่ โดยทำแบบประณีตโดยไม่เป็นอันตรายกับอวัยวะของเด็ก (13 ขวบ) ก็เท่านั้นเอง เฉยๆ ก็ไม่ค่อยมีความสุขสุดยอดเหมือนกับเราเล่นของเขา เห็นของเขา แอบดูเขา"



 


 


แหล่งที่มา : ศาสตราจารย์แพทย์หญิงสุวัทนา อารีพรรค


สุขภาพ ข่าว ข่าวสุขภาพ บทความ โรค เจ็บป่วย ความรู้ โรคต่างๆ ความบันเทิง ดูทีวี ฟังเพลง เกมส์ เซ็กซ์ เว็บบอร์ด ตอบปัญหา เด็ก วัยรุ่น โรคเอดส์ โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง ฮอร์โมน สมุนไพร ความงาม antiaging รู้ไหม คนค้นหาเรื่องสุขภาพอะไรมากที่สุด สิว รักษาสิว ลดน้ำหนัก ลดน้ำหนัก ลดความอ้วน เพศศึกษา sex ไง
บริการสำหรับเว็บมาสเตอร์ นำข่าว สุขภาพ ข่าวรายวันสาระ และคลิปวิดีโอจากไทยเฮลท์ไปไว้หน้าเว็บท่าน ด้วยระบบ RSS และ RSS2.0

หน้าหลักthaihealth | หน้าแรก | ไทยเฮลท์ทั้งหมด | คู่มือใช้งาน | ติดต่อโฆษณา | disclaimer | privacy policy


สมัครประกวด100อันดับเว็บไซด์สุขภาพยอดเยี่ยมของไทย ฟรี สมัครเข้ามาเลยค่ะ

 

affiliates: aesthetic and beauty knowledge| globalwarming awareness2007 | thai seo | โปรโมทเว็บ โปรโมทคลินิค | เกมส์

theme design by doctornukeเว็บมาสเตอร์ นพ.กิจการ จันทร์ดา


Web site engine's code is Copyright ฉ 2002 by PHP-nuke. All Rights Reserved. PHP-nuke is Free Software released under the GNU/GPL license Modification for optimal use by DocHost and DoctorNUKE
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.058 วินาที