 carcinogen สารก่อมะเร็ง
ตามคำนิยามของ International Agency for Research on Cancer (IARC)กล่าวไว้ว่า สารก่อมะเร็ง หรือ carcinogen คือสาร,สารกัมมันตรังสี,หรือกัมมันตภาพรังสี ที่ก่อให้เกิดมะเร็งโดยตรง หรือสนับสนุนการเกิดมะเร็ง โดยอาจก่อให้เกิดการกลายพันธ์ที่ระดับเซล หรือในกระบวนการเมตาบอลิกของเซล สารหรือกัมมันตภาพรังสีหลายอย่างที่พบว่าเกี่ยวข้อง และเป็นสารก่อมะเร็ง ได้แก่ รังสีแกมม่า หรืออนุภาคอัลฟ่า แอสเบสตอสหรือใยหิน และนิโคติน
สารก่อมะเร็งที่เราพอจะทราบ หรือน่าสนใจ
1.สารจากธรรมชาติ
- อะฟลาท๊อกซิน บี 1 เกิดจากเชื้อรา แอสเปอร์จิลลัส ฟลาวัส(Aspergillus flavus)เกิดในถั่ว ข้าวสาลี หรือถั่วลิสงที่มีเชื้อราเจริญ ท็อกซินนี้ เป็นสารก่อมะเร็งตับที่ร้ายแรง และทนทานต่อความร้อนมาก
- ไวรัสจำพวก ไวรัสตับอักเสบบี ก่อให้เกิดมะเร็งตับ
- ไวรัส แพพพิลโลมา Papilloma ก่อให้เกิดมะเร็งปากมดลูก ทางเดินหายใจ ช่องปาก
- สารพวก เบนซีน คีโปน ใยหิน
- การสูบบุหรี่ นอกจากจะได้สารนิโคติน ที่เป็นสารก่อมะเร็งแล้วยังได้รับสารพ่วงข้าง คือ จำพวกไนโตรซามีน ที่เรียกว่า ไนโตรโซนอร์นิโคตีน(nitrosonornicotine) และสารพวก ฟอร์มัลดีฮายด์ ไวนีลคลอไรด์ ซึ่งล้วนแต่เป็นสารก่อมะเร็ง
2.สารกัมมันตภาพรังสี
- กัมมันตภาพรังสี ที่รู้จักกันดี และเป็นตัวทำให้ William Rontgen และ แมรี่ คูรี่ Marie Curie ซึ่งทั้งสองเป็นนักวิทยาศาสตร์โด่งดังในแง่ของกัมมันตภาพรังสี เสียชีวิต จากสารกัมมันตภาพรังสี Thorotrast ที่ไปสะสมในอวัยวะในร่างกายเป็นเวลานาน และแผ่รังสีอัลฟ่าออกมาตลอดเวลา
- ระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิมา นางาซากิ และการระเบิดของโรงงานไฟฟ้าปรมาณู เชอร์โนบิล ก่อให้เกิดมะเร็งในผู้สัมผัสรังสีไปหลายสิบปี
3.สารที่เกิดจากการทำอาหาร
- ที่เรารู้จักกันดี และเกิดจากการให้เนื้อหรือโปรตีนสัมผัสเปลวไฟ จากการปิ้งย่างโดยตรง มีสารก่อมะเร็งเกิดขึ้นหลายตัว เช่น ไนโตรซามีน Nitrosamine เบนโซไพรีน(ซึ่งเกิดคล้ายๆกับกรณีสูบบุหรี่) การย่างจนเนื้อดำเป็นถ่าน ก่อให้เกิดสาร อีป๊อกไซด์ ซึ่งจะไปจับกับ ดีเอ็นเอของคนแบบถาวร
- การทอดหรือทำให้ สารคาร์โบฮัยเดรท สุกในน้ำมันร้อนมากๆ เช่น มันฝรั่งทอด ก่อให้เกิดสารที่เรียกว่า เอคริลาไมด์ Acylamide นอกจากนี้ยังก่อให้เกิดสารที่เรียกว่า ทาร์(น้ำมันดิน) Tar ก่อมะเร็งเช่นเดียวกับการสูบบุหรี่
[ ย้อนกลับ ]
medical terms สงวนลิขสิทธิ์ © โดย สุขภาพ thaihealth ข่าว ดูทีวี โรค - (1310 คนอ่าน) |