สุขภาพ thaihealth ข่าว ดูทีวี โรค: Forums

www.thaihealth.net/h :: ดูกระทู้ - แนวทางปฎิบัติ ในโรงพยาบาลเมื่อพบผู้ติดเชื้อที่สงสัยSARS
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

แนวทางปฎิบัติ ในโรงพยาบาลเมื่อพบผู้ติดเชื้อที่สงสัยSARS

 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    www.thaihealth.net/h หน้ากระดานข่าวหลัก -> ข่าวสั้นทันโลก เพื่อสุขภาพ
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
kijakarn
Site Admin
Site Admin


เข้าร่วมเมื่อ: Nov 14, 2002
ตอบ: 1584

Level: 33
HP: 208 / 2982  
 7%
MP: 1424 / 1424  
 100%
EXP: 89 / 117  
 76%
ตอบตอบ: พฤ. มีค. 20, 2003 9:56 am    ชื่อกระทู้: แนวทางปฎิบัติ ในโรงพยาบาลเมื่อพบผู้ติดเชื้อที่สงสัยSARS ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ให้ปฏิบัติดังนี้คือ
1ให้ผู้ป่วยสวมผ้าปิดปาก-จมูก ชนิดธรรมดา
2.เจ้าหน้าที่ที่ดูแลผู้ป่วยใกล้ชิด ให้สวม HEPA Filter Mask (Particulate Mask)
3.จัดห้อง หรือบริเวณแยกผู้ป่วยทันที และส่งต่อผู้ป่วยเพื่อรับการรักษาต่อ ที่โรงพยาบาล บำราษฎร์นราดูร
4.แจ้งพยาบาลควบคุมโรคติดเชื้อทันที (นอกเวลาราชการ แจ้ง ผู้ตรวจการณ์) เพื่อรายงานกระทรวงสาธารณสุข
ส่วนเอกสารประกอบ ตอนนี้มีของที่นี่ครับ

Severe Acute Respiratory Syndrome I

กลุ่มอาการทางเดินหายใจเฉียบพลัน I

ตระหนักแต่ไม่ตระหนก

รศ. นพ. ชายชาญ โพธิรัตน์
หน่วยวิชาโรคระบบการหายใจ เวชบำบัดวิกฤตและภูมิแพ้
3 เมษายน 2546

สถานการณ์ปัจจุบัน
องค์การอนามัยโลกถือเป็นการระบาดของโรคใหม่และได้ออกประกาศเตือนไปทั่วโลกในวันที่ 12 มีนาคม 2546 เนื่องจาก ประการที่หนึ่งเป็นโรคใหม่ที่ไม่รู้จักมาก่อน ประการที่สองเป็นโรคที่เริ่มต้นการระบาดในบุคลากรที่ทำงานในโรงพยาบาลซึ่งได้รับเชื้อจากผู้ป่วย และประการที่สามมีการแพร่ระบาดไปในหลายประเทศ ใน 18 ประเทศที่มีผู้ป่วยนี้ มีเพียง 6 ประเทศที่มีการระบาดเป็นลูกโซ่ภายในประเทศ ซึ่งล้วนเป็นประเทศที่ไม่ทราบเกี่ยวกับโรคนี้มาก่อนที่จะมีการประกาศเตือนไปทั่วโลก จำนวนผู้ป่วยที่รายงานทั้งสิ้นตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2545 ถึง 3เมษายน 2546 มีรวมทั้งสิ้น 2,223 ราย เสียชีวิตไปแล้ว 78 ราย(มีรายป่วยใหม่ และรายเสียชีวิตเพิ่มขึ้นแทบทุกวัน ในจีนฮ่องกง และมณฑลกวางตุ้งของจีน) ประเทศที่มีลูกโซ่การระบาดในประเทศได้แก่ จีน จีนฮ่องกง สิงคโปร์ เวียตนาม จีนไต้หวัน และคานาดา ส่วนประเทศสหรัฐอเมริกายังไม่แน่นอนว่ามีการระบาดในประเทศหรือไม่ สำหรับประเทศไทยปัจจุบันมี 7 รายป่วย แต่ไม่ได้เกิดจากการแพร่ระบาดในประเทศ เป็นรายป่วยที่ได้รับเชื้อจากประเทศที่มีการระบาดทั้งสิ้น ซึ่งมี 2 รายที่เสียชีวิตไปแล้ว สำหรับเชื้อที่เป็นสาเหตุจากหลักฐานในปัจจุบันน่าจะเกิดจากเชื้อไวรัสโคโรนา ซึ่งขณะนี้ผู้เชี่ยวชาญกำลังพยายามหาเชื้อและหาวิธีทดสอบให้แน่ชัดอยู่ การแพร่ระบาดในประเทศในบางประเทศสามารถควบคุมได้เป็นอย่างดี เช่น ไม่พบรายป่วยเพิ่มในประเทศเวียตนามมา 8 วันแล้ว สามารถควบคุมการระบาดในเมืองโตรอนโตได้ดี ส่วนสถานการณ์การระบาดในฮ่องกงรุนแรงที่สุด มีการระบาดในอพารต์เมนท์ที่มีผู้ป่วยพักอาศัย ฉะนั้นการระบาดน่าจะมีผลเกี่ยวข้องกับปัจจัยสภาพแวดล้อมด้วย โดยปัจจัยสภาพแวดล้อมบางอย่างอาจเป็นปัจจัยเชื่อมการแพร่เชื้อจากคนหนึ่งสู่อีกคนหนึ่ง วิธีการแพร่ระบาดของโรคนี้กำลังอยู่ในระหว่างการสืบสวนอย่างหนัก จากหลักฐานปัจจุบัน มีการระบาดในผู้ที่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยและระบาดเป็นกลุ่มๆ เช่นบุคลากรในโรงพยาบาล ผู้อาศัยในอพารต์เมนท์ ทำให้สันนิษฐานได้ว่า วิธีการแพร่กระจายเชื้อจากผู้หนึ่งไปสู่อีกผู้หนึ่งที่สำคัญน่าจะเป็นจากเชื้อที่อยู่ในละอองฝอยที่กระเด็นจากปากผู้ป่วยที่ พูด ไอ หรือจามออกมา ละอองฝอยเหล่านี้อาจตกอยู่ที่ผนัง โต๊ะ ปาก นิ้วมือ เสื้อผ้า ลูกบิดประตู ลิฟท์ ท่อน้ำทิ้ง ในน้ำ หรือข้าวของเครื่องใช้อื่นๆแล้วมีผู้อื่นมาสัมผัสด้วยการสูดละอองฝอยที่มีเชื้อนี้ ทำให้ได้รับเชื้อเข้าสู่ระบบการหายใจและอวัยวะอื่นๆ ซึ่งผู้ที่ได้รับบางรายอาจไม่ป่วย บางรายอาจป่วยเพียงเล็กน้อย บางรายอาจป่วยหนัก และบางรายถึงขั้นเสียชีวิตซึ่งคงขึ้นกับระดับภูมิต้านทานของแต่ละคนเป็นสำคัญ สำหรับอัตราการเสียชีวิตโดยรวมมีเพียงราวร้อยละ 3.51 เท่านั้น รายที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจมีราวร้อยละ 10-20
ลักษณะทางคลินิก
ระยะเริ่มป่วย มีอาการไข้สูงเฉียบพลัน มักปวดกล้ามเนื้อมาก หนาวสั่น และไอแห้งๆ ภาพรังสีทรวงอกอาจพบเงาปอดอักเสบและลุกลามเพิ่มขึ้นใน 3-4 วันต่อมา ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักอาการทุเลาขึ้นในวันที่ 6-7หลังจากเริ่มป่วย มีผู้ป่วยเพียงส่วนน้อย (มักอายุมากกว่า 40 ปี) ที่กลับมีอาการทรุดหนักจนขั้นเกิดภาวะะกลุ่มอาการหายใจลำบากเฉียบพลันและต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ซึ่งอัตราการเสียชีวิตในผู้ป่วยกลุ่มนี้สูงโดยเฉพาะหากมีโรคอื่นๆร่วมด้วย

การรักษา
ปัจจุบันยังไม่มีการรักษาจำเพาะเช่น ยาฆ่าเชื้อไวรัสที่พิสูจน์ว่าได้ผล จึงเน้นเรื่องการให้สารน้ำที่พอเพียงและการให้ออกซิเจนและการประคับประคองการหายใจที่เหมาะสม และรักษาภาวะแทรกซ้อนโดยเฉพาะจากการติดเชื้ออื่นๆซ้ำเติม

การเฝ้าระวังโรค

หากพบรายที่สงสัยหรือรายที่เป็นไปได้ควรรายงานให้ กรมควบคุมโรคติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข หรือสาธารณสุขจังหวัดทราบทันที

รายป่วยที่สงสัย(Suspect case)
1. ผู้ป่วยที่มีไข้ เกินกว่า 38 องศาเซลเซียส ร่วมกับมีอาการทางระบบการหายใจ (ไอ เหนื่อย หอบ) ภายใน 10 วันหลังจากเดินทางกลับมาจากประเทศที่มีการระบาด
(จีนแผ่นดินใหญ่ จีนฮ่องกง สิงคโปร์ เวียตนาม จีนไต้หวัน คานาดา)
2. ผู้ป่วยที่มีไข้เกินกว่า 38 องศา ร่วมกับมีอาการทางระบบการหายใจ (ไอ หอบ เหนื่อย)ภายใน 10 วันหลังสัมผัสอย่างใกล้ชิดรายป่วยที่เป็นโรคนี้ได้ (เช่น ภายในระยะห่าง 1 เมตร)
รายป่วยที่เป็นไปได้ (Probable case)
1. มีเกณฑ์เช่นเดียวกับรายที่สงสัย
2. มีอาการป่วยรุนแรง หอบเหนื่อย หายใจลำบากเพิ่มมากขึ้น และบางรายอาจพบเงาปอดอักเสบจากภาพรังสีทรวงอก
รายป่วยที่วินิจฉัยได้แน่ชัด
ขณะนี้ยังไม่สามารถกำหนดเกณฑ์การวินิจฉัยมาตรฐานได้

การป้องกัน
1. ไม่เดินทางไปประเทศที่มีการระบาดในประเทศ ปัจจุบัน 6 ประเทศ จีนแผ่นดินใหญ่ จีนฮ่องกง เวียตนาม สิงคโปร์ จีนไต้หวัน และคานาดา ( ข้าราชการไทยห้ามเดินทางไป 5 ประเทศแรก)
2. เมื่อต้องสัมผัสใกล้ชิดกับรายป่วยที่สงสัยหรือรายป่วยที่เป็นไปได้ (สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย หมายถึง อยู่ใกล้ผู้ป่วยในระยะ 1 เมตร อยู่อาศัยกับผู้ป่วยด้วย ร่วมทีมดูแลรักษาผู้ป่วย มีโอกาสสัมผัสละอองฝอย เสมหะ เลือด อุจจาระ ปัสสาวะ หรือสารน้ำอื่นๆในร่างกายผู้ป่วย) ต้องปฏิบัติดังนี้
2.1 ก่อนเข้าสัมผัสใกล้ชิด ให้ผู้ป่วยใส่หน้ากากประสิทธิภาพกรองสูงทันที (รุ่น N95หรือเทียบเท่า)
และให้ผู้ป่วยทดสอบความพอดีให้เรียบร้อยก่อนเข้าใกล้ชิด
2.2 ผู้ต้องเข้าสัมผัสใกล้ชิด ให้ใส่หน้ากากประสิทธิภาพกรองสูง (รุ่น N95หรือเทียบเท่า)และ
ทดสอบความพอดีกับใบหน้าก่อนเข้าสัมผัสใกล้ชิด
2.3 หน้ากากที่ผู้สัมผัสใกล้ชิดใส่ดูแลผู้ป่วยแล้ว ทิ้งในน้ำยาฆ่าเชื้อไฮโปคลอไรด์หรือน้ำยาซักผ้าขาวอัตราส่วน 1000 ppm)
2.4 หน้ากากที่ใส่แล้ว แต่ยังไม่ได้สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย เก็บไว้ใช้ต่อได้ราว 2-3 สัปดาห์หากไม่ชื้นหรือฉีกขาด
2.5 หน้ากากชนิดนี้ใส่แล้วรู้สึกอึดอัดต้องอดทนตลอดช่วงเวลาที่สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย หรือเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดขณะคัดกรองผู้ป่วย
2.6 ห้ามใส่หน้ากากกันเปื้อนธรรมดาก่อนแล้วใส่หน้ากากชนิดนี้ทับ เพราะจะป้อง กันไม่ได้เลยจากการรั่วไหลของอากาศที่ไม่ได้ผ่านการกรอง
2.7 อย่าทรนงตน ประมาท จนละเลยการป้องกันเบื้องต้นดังกล่าว
3. เมื่อสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยในหอผู้ป่วย ผู้สัมผัสใกล้ชิดควรต้องป้องกันตนเองดังนี้
3.1 ผู้สัมผัสใกล้ชิดสวมถุงมือ 2 ชั้น เมื่อใช้แล้วก่อนออกจากห้องผู้ป่วย ให้ถอดถุงมือชั้นนอกทิ้งในภาชนะฝาปิดบรรจุน้ำยาฆ่าเชื้อ(ไฮโปคลอไรด์หรือน้ำยาซักผ้าขาวอัตราส่วน 1000 ppm)ในห้องผู้ป่วย
3.2 เมื่อออกจากห้องผู้ป่วยแล้วให้ถอดถุงมือชั้นในออก แล้วทิ้งในภาชนะเช่นเดียวกัน
3.3 การถอดถุงมือต้องระวังอย่าให้ฟุ้งกระจาย(เช่น สะบัด สลัด กระชาก ยืด โยน)
3.4 ผู้สัมผัสใกล้ชิดสวมหน้ากากป้องตาหรือเป็นไปได้คลุมทั้งศีรษะ ใช้เสร็จต้องแช่หรือล้างน้ำยาฆ่าเชื้อทันที
3.5 ผู้สัมผัสใกล้ชิดใส่เสื้อกาวน์แขนยาว เมื่อใช้เสร็จแล้วทิ้งได้หรือใช้เสร็จแล้วค่อยๆถอดออกอย่าให้ฟุ้งกระจายเช่นเดียวกับการถอดถุงมือ จุ่มเสื้อกาวน์ในภาชนะฝาปิดที่มีน้ำยาฆ่าเชื้อจนน้ำยาท่วมเสื้อ
3.6 สวมพลาสติกอ่อนตัดเย็บเพื่อหุ้มรองเท้า หรือรองเท้าที่ใช้แล้วทิ้งในน้ำยาฆ่าเชื้อ
3.7 ล้างมือให้สะอาดตามวิธีมาตรฐานด้วยแอลกอฮอล์ความเข้มข้นไม่ต่ำกว่า 70%

การแยกห้องรายป่วย
1. แยกผู้ป่วยอยู่ในที่ๆใช้อากาศแยกจากอากาศรวมภายในตัวอาคาร และแยกห้องน้ำจากผู้อื่นหรือห้องน้ำควรอยู่ในห้องนอน รวมทั้งรับประทานอาหารในห้องนอน ไม่ออกไปนอกห้องหรือไปที่สาธารณะ เช่น อยู่บ้านที่มีห้องแยกเดี่ยว ห้องควรมีลมสะอาดโกรก ห้องควรอยู่ท้ายลม ไม่ควรเปิดแอร์ สำหรับผู้ป่วยที่นอนโรงพยาบาลให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของโรงพยาบาลนั้นๆอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการเยี่ยมผู้ป่วย
2. แยกข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวของผู้ป่วยออกจากส่วนรวม เมื่อใช้เสร็จควรทำลายเชื้อด้วยวิธีการต่างๆ เช่น ซัก เช็ด ล้าง แช่น้ำยาเพื่อฆ่าเชื้อ
3. เสื้อผ้าที่ใช้แล้วแช่ลงในน้ำซักผ้าขาวทันที สิ่งขับถ่ายเช่น เสมหะ น้ำลาย บ้วนลงภาชนะฝาปิดใส่น้ำยาฆ่าเชื้อ เมื่อขับถ่ายลงส้วมแล้วใช้น้ำยาฆ่าเชื้อทำความสะอาดส้วมด้วย


4. ห้องรายป่วยในโรงพยาบาลควรเป็น
4.1 ห้องแรงดันลบมากกว่า –2.5 pascal
4.2 อากาศเข้าห้องแยกกับอากาศส่วนกลางของอาคาร
4.3 มีการไหลเวียนของอากาศภายนอกเข้ามาในห้องอย่างน้อย 6 เท่าของปริมาตรห้องต่อชั่วโมง
4.4 มีการไหลเวียนของอากาศเป็นระเบียบจากที่อากาศไหลเวียนจากประตูห้องไปยังผู้ป่วย
4.5 ไม่เปิดแอร์แยกส่วนในห้อง (ยกเว้นมีการติดตั้งแอร์โดยผู้ชำนาญโดยเฉพาะ)
4.6 อากาศก่อนทิ้งออกควรผ่านตัวกรองหยาบ กลาง และละเอียด
5. หากไม่มีห้องแรงดันลบดังกล่าว ควรปรับปรุงให้เป็นไปอย่างน้อยดังนี้
5.1 ควรเป็นห้องมีการไหลเวียนของอากาศเป็นระเบียบจากที่อากาศไหลเวียนจากประตูห้อง
(บริเวณอากาศสะอาดกว่า) ไปยังผู้ป่วย (อากาศมีเชื้อเจือปน) แล้วบังคับไหลออกทางปลาย
เตียงผู้ป่วยที่ระดับต่ำกว่าระดับที่ผู้ป่วยนอน
5.2 ไม่เปิดแอร์ในห้อง บริเวณที่อากาศไหลออก ควรเป็นที่แสงแดดส่องถึง ปราศจากผู้คนสัญจรไปมา
5.3 ถ้าไม่มีจริงๆ ควรเป็นเต้นท์พยาบาลสนามในพื้นที่กลางแจ้งของโรงพยาบาลที่ไม่มีผู้คนพลุกพล่าน

การติดตามข้อมูลข่าวสาร
ติดตามจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ ไม่ใช่ข่าวลือเพราะอาจตื่นตระหนก ข้อมูลในอนาคตอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปจากปัจจุบันเมื่อมีการพิสูจน์โรคได้ครบถ้วน หากสถานการณ์หลักมีการเปลี่ยนแปลงไปจากนี้อย่างสำคัญจะรายงานให้ท่านทราบทันที

_________________
เชิญสอบถามปัญหาในกระดานข่าวอันใหม่- .


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย kijakarn เมื่อ ศ. เมย. 04, 2003 11:50 am, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ MSN
kijakarn
Site Admin
Site Admin


เข้าร่วมเมื่อ: Nov 14, 2002
ตอบ: 1584

Level: 33
HP: 208 / 2982  
 7%
MP: 1424 / 1424  
 100%
EXP: 89 / 117  
 76%
ตอบตอบ: พ. เมย. 02, 2003 1:47 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ข่าวร้าย ล่าสุดที่แจ้งมาครับ

ด้านน.พ.วัลลภ ไทยเหนือ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวตอนหนึ่งในการประชุมว่า ขณะนี้ทางโรงพยาบาลบำราศนราดูรยังไม่มีความพร้อมรับคนไข้ที่ต้องสงสัยส่งต่อมารักษา เพราะการส่งต่อผู้ป่วยที่ติดเชื้อนั้นมีความเสี่ยงสูง ฉะนั้นโรงพยาบาลแต่ละแห่งต้องเตรียมตัวให้พร้อม ต้องเตรียมห้อง (NEGATIVE PRESSURE) ที่ควบคุมอุณหภูมิและการถ่ายเทอากาศได้ เพราะโรงพยาบาลทุกแห่งจะส่งต่อคนไข้ต้องสงสัยในช่วงนี้ไม่ได้เลย ไม่ว่าจะด้วยมนุษยธรรมอย่างไรก็ตาม ส่วนงบประมาณให้จัดหาสำรองจ่ายออกไปก่อน อย่ามัวคอยจากส่วนกลาง สำหรับองค์ความรู้อื่นๆ นั้น ทางร.พ.บำราศนราดูร กำลังจะทำเป็นวีซีดีแจก ส่วนหน้ากากสำหรับบุคลากรทางการแพทย์นั้นเข้าใจว่าอยู่ในภาวะขาดแคลน ตนจึงมอบหมายให้องค์การเภสัชกรรมไปผลิตโดยเร็วแล้ว

ข่าวสด 2/4/46

_________________
เชิญสอบถามปัญหาในกระดานข่าวอันใหม่- .
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ MSN
CPP
บุคคลทั่วไป





Level: 83
HP: 39639 / 50177  
 79%
MP: 0 / 23957  
 0%
EXP: 42 / 914  
 4%
ตอบตอบ: พฤ. พค. 01, 2003 4:59 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อ่าน "แนวปฏิบัติในการออกแบบระบบปรับอากาศและระบายอากาศห้องแยกผู้ป่วยติดเชื้อ" ได้ที่
http://www.thaihvac.com/knowledge/airborneinfectioncontrol/isolationroom.htm
กลับไปข้างบน
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    www.thaihealth.net/h หน้ากระดานข่าวหลัก -> ข่าวสั้นทันโลก เพื่อสุขภาพ ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถแนบไฟล์หรือภาพประกอบในกระดานนี้
คุณสามารถ ดาวน์โหลดไฟล์จากกระดานนี้

Powered by phpBB 2.0.8 © 2001 phpBB Group
phpBB port v2.1 based on Tom Nitzschner's phpbb2.0.6 upgraded to phpBB 2.0.4 standalone was developed and tested by:
ArtificialIntel, ChatServ, mikem,
sixonetonoffun and Paul Laudanski (aka Zhen-Xjell).

Version 2.1 by Nuke Cops ฉ 2003 http://www.nukecops.com


Advertisement::Laser Hair Removal::Laser Rejuvenation::Botox for Wrinkle::First IPL and Plasmalite in Pattaya:: Vascular telangiectasias::contact ::laser@thaihealth.net::www.laserskinspecialist.com

สุขภาพ ข่าว ข่าวสุขภาพ บทความ โรค เจ็บป่วย ความรู้ โรคต่างๆ ความบันเทิง ดูทีวี ฟังเพลง เกมส์ เซ็กซ์ เว็บบอร์ด ตอบปัญหา เด็ก วัยรุ่น โรคเอดส์ โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง ฮอร์โมน สมุนไพร ความงาม antiaging รู้ไหม คนค้นหาเรื่องสุขภาพอะไรมากที่สุด สิว รักษาสิว ลดน้ำหนัก ลดน้ำหนัก ลดความอ้วน เพศศึกษา sex โค้ด hi5 หาเพื่อน ไง
บริการสำหรับเว็บมาสเตอร์ นำข่าว สุขภาพ ข่าวรายวันสาระ และคลิปวิดีโอจากไทยเฮลท์ไปไว้หน้าเว็บท่าน ด้วยระบบ RSS และ RSS2.0

game2

newข่าววันนี้  ข่าวการเมือง ข่าวบันเทิง ดารา ก๊อซซิปอัพเดตรายวัน ดูที่นี่ ข่าวบันเทิง ข่าวกีฬา ข่าวกีฬา


หน้าหลักthaihealth | หน้าแรก | ไทยเฮลท์ทั้งหมด | คู่มือใช้งาน | ติดต่อโฆษณา | disclaimer | privacy policy


สมัครประกวด100อันดับเว็บไซด์สุขภาพยอดเยี่ยมของไทย ฟรี สมัครเข้ามาเลยค่ะ

affiliates: aesthetic and beauty knowledge| globalwarming awareness2007 | thai seo | โปรโมทเว็บ โปรโมทคลินิค | เกมส์

theme design by doctornukeเว็บมาสเตอร์ นพ.กิจการ จันทร์ดา


Web site engine's code is Copyright ฉ 2002 by PHP-nuke. All Rights Reserved. PHP-nuke is Free Software released under the GNU/GPL license Modification for optimal use by DocHost and DoctorNUKE
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.344 วินาที