kijakarn Site Admin


เข้าร่วมเมื่อ: Nov 14, 2002 ตอบ: 1584
Level: 33
|
ตอบ: พ. เมย. 02, 2003 10:12 am ชื่อกระทู้: สาธารณสุขไทยเร่งประชุมด่วน สกัดไข้มรณะ |
|
|
สถานการณ์การแพร่ระบาดของ "โรคหวัดมรณะ" ยังสร้างความระส่ำระสาย หวาดหวั่นและปั่นป่วน ให้กับผู้คนในโลก หลังจากที่สถิติผู้เสียชีวิต และติดเชื้อจากโรคหวัดมรณะ ในหลายประเทศทั่วโลก มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ฮ่องกงและจีน ซึ่งเป็นแหล่งแพร่ระบาด ของโรคอย่างรุนแรง ล่าสุดยอดผู้เสียชีวิตใน 15 ประเทศทั่วโลก มีถึง 60 ราย
ประชุมด่วนหมอทั่วประเทศ
ที่กระทรวงสาธารณสุขเมื่อวันที่ 1 เม.ย. นางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ รมว.สาธารณสุข ได้เรียกประชุมนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผอ.รพ.ทั้งรัฐบาลและเอกชนทั่วประเทศ นักวิชาการ ผู้บริหารด้านการแพทย์และสาธารณสุข ทั้งใน-นอกสังกัดกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งรพ.เอกชนทั่วประเทศ จำนวนกว่า 2 พันคน ชี้แจงนโยบายและสถานการณ์ แนวทางป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (SARS) หรือไข้หวัดมรณะ
เผยเชื้อแพร่เร็วยากควบคุม
นางสุดารัตน์กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขพยายาม ที่จะป้องกันไม่ให้ประเทศไทย ตกอยู่ในประเทศกลุ่มเสี่ยงจากการติดเชื้อ และแพร่ระบาด แต่สถานการณ์ขณะนี้คงไม่ง่ายที่จะควบคุม เพราะมีการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วในประเทศเพื่อนบ้าน ที่มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นวันละ 30-50 คน ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศกระทรวง ฉบับที่ 4/2546 เพิ่มคำแนะนำประชาชนอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะกลุ่มคนที่เดินทางกลับมาจากจีน ฮ่องกง สิงคโปร์ ไต้หวัน และเวียดนาม ทั้งเด็กผู้ใหญ่ ขอให้หยุดไปทำงานและหยุดไปเรียนหนังสือภาคพิเศษก่อนเป็นเวลา 14 วัน โดยให้สังเกตอาการที่บ้านและขณะอยู่บ้านให้หลีกเลี่ยง การคลุกคลีหรือสัมผัสใกล้ชิดกับบุคคลในครอบครัว และการติดต่อสัมพันธ์กับบุคคลอื่นโดยเคร่งครัดเป็นเวลา 14 วันเช่นกัน
มีไข้สูงให้รีบหาหมอทันที
รมว.สาธารณสุขยังกล่าวถึงวิธีการป้องกันการติดเชื้อด้วยว่า ให้ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่หรือเช็ดทำความสะอาดด้วยแอลกอฮอล์ 70 % ซึ่งเชื้อไข้หวัดมรณะนี้จะอยู่ในสารคัดหลั่ง เช่น น้ำมูก น้ำลาย เสมหะ หากมีอาการไข้สูงเฉียบพลัน 38-40 องศาเซลเซียส ไอ เจ็บคอหายใจลำบาก หายใจเร็วหรือหอบ หรือสงสัยว่าจะป่วยด้วยโรคไข้หวัดมรณะ ให้ใช้หน้ากากอนามัยและให้ไปพบแพทย์ทันที พร้อมทั้งแจ้งประวัติการเดินทางไปประเทศที่มีการแพร่ระบาดให้แพทย์ทราบด้วย
สั่งกัก 30 นร.นายร้อยสามพราน
นางสุดารัตน์กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ในประเทศไทยมีผู้ต้องสงสัยว่าติดเชื้อที่กำลังเฝ้าระวัง 2 ราย รายแรกเดินทางมาจากฮ่องกงเพื่อมากราบไหว้บรรพบุรุษในเทศกาลเช็งเม้งและเยี่ยมญาติที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นอกจากนี้ยังได้เดินทางไปเยี่ยมญาติในอีกหลายจังหวัด อาทิ ราชบุรี ไม่แน่ใจว่าจะแพร่เชื้อให้ผู้ที่ใกล้ชิดด้วยหรือไม่ โดยผู้ต้องสงสัยรายนี้ได้เข้ารักษาตัวอยู่ที่ รพ.สงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 31 มี.ค. ถือว่าอยู่ในกลุ่ม เสี่ยงที่จะติดเชื้อ อีกรายเป็นนักเรียนโรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน ที่เดินทางไปฝึกอบรมและศึกษาดูงานที่ประเทศสิงคโปร์ โดยไปเป็นกลุ่มประมาณ 30 คน อยู่ในข่ายต้องสงสัย กระทรวงสาธารณสุขจำเป็นต้องกักตัวนักเรียน นายร้อยตำรวจสามพรานกลุ่มนี้ไว้ และนำคนต้องสงสัยเข้าโรงพยาบาลบำราศนราดูร เป็นมาตรการป้องกัน
ตาย 1 สงสัยติดเชื้อ 6 ราย
สำหรับผู้เสียชีวิตและอยู่ในข่ายต้องสงสัยว่าติดเชื้อหวัดมรณะ นางสุดารัตน์กล่าวว่า ในประเทศไทย สรุป คือมีผู้ต้องเฝ้าระวัง 6 ราย เสียชีวิต 1 รายคือ นพ.เออร์บานี คาร์โล โดยผู้ต้องเฝ้าระวังใน 6 รายนั้น 3 รายรักษาจนหายเป็น หรือไม่เป็นไม่รู้ และอีก 1 รายกำลัง จะเดินทางกลับบ้านเร็วๆนี้ รายล่าสุดคือรายที่อยู่ที่ รพ.สงขลานครินทร์ ส่วนรายนักเรียนนายร้อยตำรวจสามพรานเป็นรายต้องสงสัย ขอให้ผู้บัญชาการโรงเรียนแยกตัวไว้แล้วไม่ให้กลับบ้านเพื่อเฝ้าดูอาการ ทั้งนี้เพื่อความไม่ประมาท ขณะนี้ขอให้โรงแรมหรือสถานที่ที่มีชาวต่างชาติ เดินทางมาจากประเทศที่มีการแพร่ระบาดของโรคเข้าพัก ให้จัดทำประกาศเตือน พร้อมทั้งจัดทำข้อปฏิบัติในการดูแลตนเองของผู้เข้าพัก และให้เจ้าหน้าที่ของโรงแรมระมัดระวังป้องกันตนเองไม่ให้ได้รับเชื้อ โดยให้สวมหน้ากากอนามัยขณะปฏิบัติงาน หากพบว่าผู้ใดมีอาการผิดปกติ ให้นำไปพบแพทย์ และรายงานให้กระทรวงฯทราบทันทีทางโทรศัพท์หมายเลข 0-2590-1492,0-2590-3194, 0-2590-3196
ปลอบคนไทยอย่าตื่นตระหนก
ส่วนมาตรการสำหรับประชาชนในการป้องกันการรับเชื้อโรค เข้าสู่ร่างกายให้ใส่หน้ากากอนามัย โดย เฉพาะผู้ที่กำลังเป็นหวัด ได้สั่งให้องค์การเภสัชกรรมจัดหาหน้ากากอนามัยชนิดใช้ครั้งเดียวทิ้งสำรองไว้ 1 หมื่นชิ้น และทำหนังสือขอความร่วมมือไปยังสายการบินไทยและต่างประเทศ ที่มีเที่ยวบินโดยสารจากประเทศที่มีเป็นเขตระบาด ให้แจกหน้ากากอนามัยให้ผู้โดยสารทุกคนด้วย เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ กระทรวงฯไม่สามารถคุมปัจจัยเสี่ยงได้ทั้งหมด แต่คนไทยไม่ต้องตื่นตกใจและขอให้มีสติในการดูแลตัวเอง รวมทั้งการทำร่างกายให้แข็งแรงด้วย
กำหนด 5 มาตรการพิเศษ
ขณะที่ นพ.วัลลภ ไทยเหนือ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ได้ให้ รพ.ทุก รพ.ทั่วประเทศจัดทำห้องพิเศษ แยกให้ชัดเจน เพื่อรองรับผู้ต้องสงสัยและพร้อมที่จะเป็นห้องไอซียูได้ทันที หากมีการตรวจพบคนติดเชื้อ นอกจากนั้นได้กำหนดมาตรการพิเศษดังนี้ 1. ตั้งศูนย์เฉพาะกิจติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ของโรคในต่างประเทศอย่างใกล้ชิด จัดทำแนวปฏิบัติในการเฝ้าระวัง สอบสวน วินิจฉัย รักษาและควบคุมโรค แจกจ่าย ให้บุคลากรสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานทั่วประเทศ 2. เร่งรัดเฝ้าระวังโรคภายในประเทศให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด รพ.รัฐและเอกชนทุกแห่งทั่วประเทศดำเนินการเฝ้าระวัง สอบสวนและรายงานผู้ป่วยต้องสงสัยทันที พร้อมแยกดูแลรักษาผู้ป่วยที่สงสัยอย่างเข้มงวด
ขอให้ชะลอไปกลุ่มประเทศเสี่ยง
3. เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังโรคในกลุ่มผู้เดินทางมาจากพื้นที่ที่มีการระบาดทั้งเครื่องบิน เรือ และรถยนต์ โดยตรวจสอบผู้โดยสารก่อนเดินทาง หากมีผู้ต้องสงสัยและมีอาการป่วยให้ระงับการเดินทางไว้ก่อน กรณีที่มีผู้ป่วยระหว่างเดินทาง ให้ระงับการเข้าเมืองหรือนำไปกักตัวสังเกตอาการที่ รพ. ให้ผู้โดยสารทุกคนกรอกประวัติอาการในแบบฟอร์มติดตามโรคของกรมควบคุมโรคให้ เจ้าหน้าที่ก่อนเดินทางเข้าที่พัก เพื่อการติดตามเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง 4. จัดทำเอกสารแนะนำเป็นแผ่นพับทั้งภาษาไทย-อังกฤษ ให้ความรู้ประชาชนในการปฏิบัติตัวป้องกันโรค และ 5. ขอความร่วมมือกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมทั้งบริเวณเอกชนที่กำลังจัดรางวัลพิเศษให้พนักงาน ให้หลีกเลี่ยงหรือชะลอการเดินทางไปใน 5 ประเทศเสี่ยง จนกว่าสถานการณ์โรคจะสงบ
ออกกฎกระทรวงลดความเสี่ยงโรค
ต่อมาตอนบ่ายวันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาลนางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ ภายหลังการประชุม ครม.ถึงมาตรการควบคุมโรคหวัดมรณะว่า กระทรวงฯจะออกประกาศกฎกระทรวงฉบับที่ 4 เพื่อลดความเสี่ยงของการแพร่ระบาดโรคนี้ในไทย โดยให้มีการกักตัวผู้ที่เดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงมาไว้ที่หน่วยงานของกระทรวงฯ 24 ชั่วโมง หากพบว่าเข้าข่ายหรือมีความเสี่ยงจะให้กักตัวอยู่ในบ้าน 14 วัน ไม่ให้ออกไปทำงานหรือเรียนหนังสือ รวมทั้งให้แยกตัวออกจากคนในครอบครัวกันการติดเชื้อ โดยจะนำ พ.ร.บ. ควบคุมโรคติดต่อมาบังคับใช้ หากไม่ปฏิบัติตามจะมีความผิด
ครม.เห็นชอบห้ามคนไป 5 ประเทศ
หลังจากนั้นในเวลา 15.30 น.นางสุดารัตน์ พร้อมด้วย พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมช.สาธารณสุข นพ.วัลลภ ไทยเหนือ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และ นพ.จรัล ตฤณวุฒิพงษ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ร่วมกันแถลงข่าวภายหลัง ครม.เห็นชอบที่กระทรวงสาธารณสุขออกประกาศฉบับที่ 4 เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคหวัดมรณะ นางสุดารัตน์กล่าวว่า ได้เสนอ ครม.ใน 3 ประเด็น คือขอให้ ครม.ออกเป็นมติห้ามข้าราชการทุกกระทรวงที่จะเดินทางไปในกลุ่มประเทศเสี่ยง ชะลอการเดินทางและให้ตรวจสอบข้าราชการที่เดินทางกลับจากกลุ่มประเทศเสี่ยง 2. ขอให้มีมติตรวจสอบผู้เดินทางเข้าประเทศไทยอย่างเคร่งครัด โดยให้อำนาจเจ้าหน้าที่ในการกักตัวและ 3. ให้กระทรวงศึกษาธิการตรวจสอบนักเรียนทั่วประเทศทั้งรัฐและเอกชน ที่เดินทางไปเที่ยวใน 5 ประเทศช่วงปิดเทอมและให้หยุดเรียนในช่วงซัมเมอร์ 14 วันเพื่อเฝ้าระวังและตรวจสอบอาการ มาตรการที่กระทรวงฯ กำหนดคงไม่สามารถควบคุมประชาชนให้ปฏิบัติตามได้ 100% เนื่องจากมีผู้เดินทางเข้าออกประเทศหลายหมื่นราย ดังนั้นต้องอาศัยจิตสำนึกและการตรวจสอบของคนในองค์กรเดียวกัน อย่าเสียดายเงินเล็กน้อยที่ใช้มัดจำบริษัททัวร์หรือสายการบิน และอยากวิงวอนภาคเอกชนควรอนุญาตให้ผู้เดินทางไปประเทศกลุ่มเสี่ยงหยุดงาน
ยันไทยไม่ใช่จุดแพร่หวัดนรก
รมว.สาธารณสุขกล่าวว่า ขอเรียนยืนยันเพื่อความมั่นใจว่ากระทรวงฯ มีผู้ป่วยที่เฝ้าระวังอยู่ใน รพ.เพียง2 รายเท่านั้น รายแรกเป็นพนักงานของบริษัทประกันชีวิตเอไอเอ รักษาตัวอยู่ที่ รพ.ในจังหวัดชลบุรี อีกรายเป็นอยู่ที่ รพ.สงขลานครินทร์ ส่วนกรณีที่สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าวโดยอ้าง กระทรวงสาธารณสุขฮ่องกงระบุว่า นายไหล่ วิง ปิง หัวหน้าทัวร์ชาวฮ่องกง ที่พาลูกทัวร์มาเที่ยวประเทศไทยระหว่างวันที่ 25-29 มี.ค. แล้วติดหวัดมรณะไปจากไทยนั้น เรื่องนี้ไม่เป็นความจริง กระทรวงฯและประเทศไทยพร้อมที่จะพิสูจน์ และนำหลักฐานทางการแพทย์มายืนยันได้ ว่าไม่ได้ติดโรคนี้ จากประเทศไทยแน่นอน คิดว่าคนที่ติดโรคนี้ อาจจะติดเชื้อมาตั้งแต่ตอนที่ยังไม่มาถึงประเทศไทย แต่ยังไม่แสดงอาการ และเพิ่งจะออกอาการตอนที่เดินทางกลับประเทศตัวเองไปแล้ว
วอนขอจิตสำนึกเพื่อสังคมที่ดี
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีนางปวีณา หงสกุล เลขาธิการพรรคชาติพัฒนา และคณะ ที่เพิ่งเดินทางกลับจากฮ่องกง จะต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 4 หรือไม่ นพ.วัลลภ ไทยเหนือ ปลัดกระทรวงสาธารณสุขกล่าวว่า ทุกคนจะต้องปฏิบัติตามประกาศฉบับนี้อย่างเคร่งครัด เช่นเดียวกับประชาชนในประเทศนี้ทำ ซึ่งเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับจิตสำนึก และสังคมควรจะช่วยกันตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม ทันทีที่คณะดังกล่าวเดินทางกลับมา ก็ได้ ปฏิบัติตามขั้นตอนของกระทรวงสาธารณสุข และไม่พบความผิดปกติใดๆ
เผยมีสิทธิ์กักตัวผู้สงสัยติดโรค
อย่างไรก็ตาม นางสุดารัตน์ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องการเกิดโรคระบาดทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง ฉบับที่ 4 มีสิทธิ์ที่จะกักตัวประชาชนที่เดินทางกลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยงตาม พ.ร.บ.โรคติดต่ออันตราย พ.ศ. 2523 ประชาชนไม่มีสิทธิ์โต้แย้ง แต่อยากจะขอความร่วมมือจากประชาชนให้ตรวจสอบประวัติการเดินทาง และอย่าอ้างสิทธิเสรีภาพไม่ให้เจ้าหน้าที่กักตัวเพื่อตรวจสอบ ต้องคำนึงถึงสังคมโดยรวม หรือผลเสียหายของสังคมมากกว่าที่จะคำนึงถึงประโยชน์ หรือความสบายส่วนตัว
ประกาศเป็นโรคติดต่ออันตราย
ขณะที่ นพ.จรัล ตฤณวุฒิพงษ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า รมว.สาธารณสุขได้ออกประกาศกระทรวงให้โรคหวัดมรณะเป็นโรคติดต่ออันตราย และให้เจ้าหน้าที่มีอำนาจนำกฎหมายที่จะกักกัน ผู้ต้องสงสัยว่าจะติดเชื้อไว้ในพื้นที่จำกัด เพื่อไม่ให้แพร่เชื้อ ประกาศฉบับนี้เป็นกฎหมายที่ทุกคนต้องปฏิบัติตาม หากฝ่าฝืนจะมีโทษตามมาตรา 18 ของ พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2523 คือปรับไม่เกิน 10,000 บาท จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ แพทย์ พยาบาล ไปเสริมที่ด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศที่ท่าอากาศยานกรุงเทพ อีกเวรละ 5 คน จากเดิมเวรละ 10 คน ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งเตรียมกำลังแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่จำนวน 6 คน ไว้ดูแลประชาชนที่อาจถูกกักตัวไว้ที่กองบินที่ 6 (บน. 6) ตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนั้นยังได้ประสานงานกับกองทัพอากาศ เพื่อขอพื้นที่ในการใช้กักบริเวณผู้ต้องสงสัย ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศเสี่ยงภัย 5 ประเทศ โดยจะมีเตียงคนไข้ เครื่องมือแพทย์ชุดตรวจมีกำลัง 5-10 คน อยู่ตลอด 24 ชั่วโมง
เสริม จนท.คุมเข้มดอนเมือง
ทางด้าน นพ.ประชา ภูมิพาณิชย์ หัวหน้าด่านควบคุมโรคติดต่อดอนเมือง เผยว่า หลังจากได้รับมอบหมายจากอธิบดีกรมควบคุมโรคให้ไปสำรวจพื้นที่ทำด่านกักกันโรค ภายในบริเวณกองทัพอากาศ เตรียมเสนอขอพื้นที่โรงพักทหารแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ในพื้นที่ของ ทอ.ไว้เป็นสถานที่กักผู้ติดเชื้อรอดูอาการ ซึ่งสามารถรองรับคนได้ราว 100 คนเศษ แต่คงจะต้องมีการเสนอให้กระทรวงสาธารณสุขเข้าไปปรับปรุงพื้นที่เพิ่มเติม เพื่อความสะดวกสบายของผู้ที่ถูกกักกัน ส่วนการคุมเข้มที่สนามบินดอนเมือง ได้ให้เจ้าหน้าที่ทุกคนที่คอยตรวจดูอาการผู้โดยสาร สวมหน้ากากกันการติดเชื้อแล้ว และเพิ่มการเฝ้าระวังสายการบินทั้งหมด จาก 27 เที่ยวบิน เป็น 59 เที่ยวบิน ทั้งยังเตรียมเสริมกำลังพยาบาลและเจ้าหน้าที่ไปช่วยเป็นผลัดละ 10 คน 24 ชั่วโมง
สันต์สั่งห้าม นร.นายร้อยไป ตปท.
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวนักเรียนนายตำรวจสามพราน ที่เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนนักเรียนนายร้อยไทยและสิงคโปร์ติดไข้หวัดมรณะว่า ได้ตรวจสอบแล้วว่ามีแพทย์มาตรวจอาการเบื้องต้นของนักเรียนนายร้อย 1 นายที่มีอาการใกล้เคียงอาการหวัดมรณะ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้ประสานให้ควบคุมกักบริเวณไว้ต่างหากเพื่อเฝ้าดูอาการ และจัดเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเข้าตรวจสอบอาการอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ได้สั่งแยกนักเรียนนายร้อยที่ร่วมเดินทางอีก 29 คน ไปอีกทางเพื่อเฝ้าตามอาการ ในเบื้องต้นไม่น่าเป็นอาการของไข้หวัดมรณะ แต่เพื่อความไม่ประมาทขณะนี้ได้มีคำสั่งห้ามนักเรียนนายร้อยตำรวจ เดินทางไปประเทศที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อหวัดมรณะ
เชื่อปวดหัวจากนั่งเครื่องบินนาน
ในส่วนโรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อขอสัมภาษณ์ พล.ต.ท.วงกต มณีรินทร์ ผู้บัญชาการโรงเรียน ทางโทรศัพท์ ได้รับการปฏิเสธจาก นายตำรวจติดตามว่า เรื่องนี้ พล.ต.ท.วงกตได้มีคำสั่งให้พล.ต.ต.เรืองชัย วัจนะพุกกะ ผบก.อก.รร.นรต. เป็นผู้ทำบันทึกแถลงข้อเท็จจริงต่อสื่อมวลชน และรายงานเสนอต่อ ผบ.ตร. ต่อมา พล.ต.ต.เรืองชัยได้เผยถึงกรณีนี้ว่า ได้ประสานกับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม มาตรวจอาการนักเรียนนายร้อยตำรวจนายหนึ่ง ที่มีอาการปวดหัวหลังกลับจากสิงคโปร์ และพบว่าไม่ได้เป็นไข้หวัดมรณะแต่มีอาการใกล้เคียง เชื่อว่าอาการปวดหัวเนื่องมาจากการนั่งเครื่องบินนาน ของนักเรียนนายร้อยเท่านั้น แต่เพื่อความ ไม่ประมาท ได้แยกนักเรียนคนที่มีอาการไข้หวัดและเพื่อนที่ร่วมเดินทางไปด้วย ไว้ในพื้นที่ต่างหาก ห้ามบุคคลภายนอกเข้าไป และกระทรวงสาธารณสุขได้จัดแพทย์ติดตามอาการอย่างใกล้ชิด
ไปแลกเปลี่ยนรุ่นแรกก็เจอโรค
พล.ต.ต.เรืองชัยกล่าวอีกว่า นักเรียนนายร้อยที่เดินทางไป เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจที่เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนนักเรียนนายร้อยของไทยและสิงคโปร์ ตามโครงการความร่วมมือทางวิชาการกับต่างประเทศ ระหว่างวันที่ 16-29 มี.ค. เพื่อสร้างเครือข่ายในการปฏิบัติงานในอนาคตกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยได้มีการคัดเลือกนักเรียนชั้นปีที่ 3 ที่เลื่อนขึ้นปีที่ 4 จำนวน 30 นาย เดินทางไป โดยผู้ปกครองนักเรียนออกค่าใช้จ่ายการเดินทาง ส่วนที่พักและอาหาร สิงคโปร์เป็นผู้ดำเนินการ โดยรุ่นนี้เป็นรุ่นแรกของโครงการแลกเปลี่ยน
เผยแพทย์ตรวจแล้วไม่พบเชื้อ
อย่างไรก็ตาม พล.ต.ท.วงกต มณีรินทร์ ผบช.รร.นายร้อยตำรวจ ได้เผยในเวลาต่อมาว่า นักเรียนนายร้อยตำรวจ 30 คน ที่เดินทางไปสิงคโปร์ตามโครงการความร่วมมือระหว่างนักเรียนนายร้อยตำรวจไทย กับนักเรียนนายร้อยตำรวจต่างประเทศ กลับมาถึงเมืองไทยเมื่อวันที่ 29 มี.ค. เวลา 23.20 น. พักในอาคารที่พักผู้สัมมนาของโรงเรียน แยกส่วนต่างหาก โดยพักห้องละ 1 คน สำหรับผู้ที่มีอาการป่วยชื่อ น.ร.ต.ธีระยุทธ สุทธิพนไพศาล จากการตรวจอย่างละเอียดของแพทย์ยังไม่พบเชื้อหรืออาการป่วยของโรคร้ายดังกล่าว ขณะที่ พ.ต.ท.อนุชา ภู่ประทุม แพทย์ประจำโรงเรียนนายร้อยตำรวจกล่าวว่า คนไข้อาการดีขึ้น ช่วงแรกมีอาการไข้และอ่อนเพลีย หลังกลับจากสิงคโปร์ได้ 2 วัน จึงให้ไปตรวจที่โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ ล่าสุดอาการดีขึ้นมากจนเกือบเป็นปกติแล้ว เพื่อความ ไม่ประมาท ได้ให้พักแยกจากคนอื่น หากติดเชื้อจริงภายในสองสัปดาห์ต้องแสดงอาการ
โดนกักตัว 14 วันดูอาการ
จากนั้น ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่โรงพยาบาลเมตตา-ประชารักษ์ อ.สามพราน ได้รับการเปิดเผยจาก นพ.กฤษดา ศรีสำราญ ผอ.รพ.ว่า นักเรียนนายร้อยตำรวจชั้นปีที่ 3 มาเข้ารักษาเมื่อวันที่ 31 มี.ค. โดยมีไข้ต่ำและไอ จึงรายงานให้ นพ.สมจิตร ศรีศุภกร สาธารณสุขจังหวัดนครปฐมทราบ และประสานกับ รพ.บำราศนราดูร ส่งคณะทำงานมาตรวจสอบ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรค จากการสอบถามรายละเอียด ทราบว่าไปด้วยกันทั้งหมด 30 คน แต่มีอาการป่วยเพียง 1 คน และยังไม่ลงความเห็นว่าเป็นโรคไข้หวัดมรณะที่กำลังหวาดกลัวกันอยู่ จึงได้ดำเนินการป้องกัน โดยจำกัดบริเวณแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ ที่ดูแลนักเรียนนายร้อยตำรวจผู้นี้ไว้ทั้งหมด 13 คน โดยจะกักไว้ 14 วัน เพื่อดูอาการตามมาตรฐานการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ
สงสัยผู้ป่วยที่สงขลาเจอหวัดนรก
ส่วนกรณีที่มีรายงานว่า มีผู้ป่วยมีอาการคล้ายโรคหวัดมรณะ เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ จ.สงขลา ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังนางชวัลนุช ชัววัลลี ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์ ได้รับการเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 31 มี.ค. โรงพยาบาลได้รับผู้ป่วย 1 ราย เป็นชายอายุ 78 ปี เดินทางกลับมาจากฮ่องกง เมื่อวันที่ 22 มี.ค. มีอาการไข้สูงและโรคปอดบวมแทรก อาการยังทรงตัว สงสัยว่าอาจเป็นไข้หวัดดังกล่าว จึงแยกสถานที่ต่างหากและจัดระบบป้องกันการแพร่กระจาย ของเชื้อไปยังผู้ที่มารักษาดูแลรวมทั้งสภาพแวดล้อมทั่วไปด้วย นอกจากนี้ ยังเฝ้าระวังผู้ที่สัมผัสกับผู้ป่วย และอบรมเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลที่ต้องดูแลผู้ป่วย และเผยแพร่ความรู้ให้ประชาชนทั่วไปอีกส่วนหนึ่ง
_________________ เชิญสอบถามปัญหาในกระดานข่าวอันใหม่- . |
|