สุขภาพ thaihealth ข่าว ดูทีวี โรค: Forums

www.thaihealth.net/h :: ดูกระทู้ - สาธารณสุขไทยเร่งประชุมด่วน สกัดไข้มรณะ
 
New webboard at Thai health webboard 2007
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

สาธารณสุขไทยเร่งประชุมด่วน สกัดไข้มรณะ

 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    www.thaihealth.net/h หน้ากระดานข่าวหลัก -> ข่าวสั้นทันโลก เพื่อสุขภาพ
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
kijakarn
Site Admin
Site Admin


เข้าร่วมเมื่อ: Nov 14, 2002
ตอบ: 1584

Level: 33
HP: 208 / 2982  
 7%
MP: 1424 / 1424  
 100%
EXP: 89 / 117  
 76%
ตอบตอบ: พ. เมย. 02, 2003 10:12 am    ชื่อกระทู้: สาธารณสุขไทยเร่งประชุมด่วน สกัดไข้มรณะ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สถานการณ์การแพร่ระบาดของ "โรคหวัดมรณะ" ยังสร้างความระส่ำระสาย หวาดหวั่นและปั่นป่วน ให้กับผู้คนในโลก หลังจากที่สถิติผู้เสียชีวิต และติดเชื้อจากโรคหวัดมรณะ ในหลายประเทศทั่วโลก มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ฮ่องกงและจีน ซึ่งเป็นแหล่งแพร่ระบาด ของโรคอย่างรุนแรง ล่าสุดยอดผู้เสียชีวิตใน 15 ประเทศทั่วโลก มีถึง 60 ราย

ประชุมด่วนหมอทั่วประเทศ

ที่กระทรวงสาธารณสุขเมื่อวันที่ 1 เม.ย. นางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ รมว.สาธารณสุข ได้เรียกประชุมนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผอ.รพ.ทั้งรัฐบาลและเอกชนทั่วประเทศ นักวิชาการ ผู้บริหารด้านการแพทย์และสาธารณสุข ทั้งใน-นอกสังกัดกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งรพ.เอกชนทั่วประเทศ จำนวนกว่า 2 พันคน ชี้แจงนโยบายและสถานการณ์ แนวทางป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (SARS) หรือไข้หวัดมรณะ

เผยเชื้อแพร่เร็วยากควบคุม

นางสุดารัตน์กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขพยายาม ที่จะป้องกันไม่ให้ประเทศไทย ตกอยู่ในประเทศกลุ่มเสี่ยงจากการติดเชื้อ และแพร่ระบาด แต่สถานการณ์ขณะนี้คงไม่ง่ายที่จะควบคุม เพราะมีการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วในประเทศเพื่อนบ้าน ที่มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นวันละ 30-50 คน ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศกระทรวง ฉบับที่ 4/2546 เพิ่มคำแนะนำประชาชนอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะกลุ่มคนที่เดินทางกลับมาจากจีน ฮ่องกง สิงคโปร์ ไต้หวัน และเวียดนาม ทั้งเด็กผู้ใหญ่ ขอให้หยุดไปทำงานและหยุดไปเรียนหนังสือภาคพิเศษก่อนเป็นเวลา 14 วัน โดยให้สังเกตอาการที่บ้านและขณะอยู่บ้านให้หลีกเลี่ยง การคลุกคลีหรือสัมผัสใกล้ชิดกับบุคคลในครอบครัว และการติดต่อสัมพันธ์กับบุคคลอื่นโดยเคร่งครัดเป็นเวลา 14 วันเช่นกัน

มีไข้สูงให้รีบหาหมอทันที

รมว.สาธารณสุขยังกล่าวถึงวิธีการป้องกันการติดเชื้อด้วยว่า ให้ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่หรือเช็ดทำความสะอาดด้วยแอลกอฮอล์ 70 % ซึ่งเชื้อไข้หวัดมรณะนี้จะอยู่ในสารคัดหลั่ง เช่น น้ำมูก น้ำลาย เสมหะ หากมีอาการไข้สูงเฉียบพลัน 38-40 องศาเซลเซียส ไอ เจ็บคอหายใจลำบาก หายใจเร็วหรือหอบ หรือสงสัยว่าจะป่วยด้วยโรคไข้หวัดมรณะ ให้ใช้หน้ากากอนามัยและให้ไปพบแพทย์ทันที พร้อมทั้งแจ้งประวัติการเดินทางไปประเทศที่มีการแพร่ระบาดให้แพทย์ทราบด้วย

สั่งกัก 30 นร.นายร้อยสามพราน

นางสุดารัตน์กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ในประเทศไทยมีผู้ต้องสงสัยว่าติดเชื้อที่กำลังเฝ้าระวัง 2 ราย รายแรกเดินทางมาจากฮ่องกงเพื่อมากราบไหว้บรรพบุรุษในเทศกาลเช็งเม้งและเยี่ยมญาติที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นอกจากนี้ยังได้เดินทางไปเยี่ยมญาติในอีกหลายจังหวัด อาทิ ราชบุรี ไม่แน่ใจว่าจะแพร่เชื้อให้ผู้ที่ใกล้ชิดด้วยหรือไม่ โดยผู้ต้องสงสัยรายนี้ได้เข้ารักษาตัวอยู่ที่ รพ.สงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 31 มี.ค. ถือว่าอยู่ในกลุ่ม เสี่ยงที่จะติดเชื้อ อีกรายเป็นนักเรียนโรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน ที่เดินทางไปฝึกอบรมและศึกษาดูงานที่ประเทศสิงคโปร์ โดยไปเป็นกลุ่มประมาณ 30 คน อยู่ในข่ายต้องสงสัย กระทรวงสาธารณสุขจำเป็นต้องกักตัวนักเรียน นายร้อยตำรวจสามพรานกลุ่มนี้ไว้ และนำคนต้องสงสัยเข้าโรงพยาบาลบำราศนราดูร เป็นมาตรการป้องกัน

ตาย 1 สงสัยติดเชื้อ 6 ราย

สำหรับผู้เสียชีวิตและอยู่ในข่ายต้องสงสัยว่าติดเชื้อหวัดมรณะ นางสุดารัตน์กล่าวว่า ในประเทศไทย สรุป คือมีผู้ต้องเฝ้าระวัง 6 ราย เสียชีวิต 1 รายคือ นพ.เออร์บานี คาร์โล โดยผู้ต้องเฝ้าระวังใน 6 รายนั้น 3 รายรักษาจนหายเป็น หรือไม่เป็นไม่รู้ และอีก 1 รายกำลัง จะเดินทางกลับบ้านเร็วๆนี้ รายล่าสุดคือรายที่อยู่ที่ รพ.สงขลานครินทร์ ส่วนรายนักเรียนนายร้อยตำรวจสามพรานเป็นรายต้องสงสัย ขอให้ผู้บัญชาการโรงเรียนแยกตัวไว้แล้วไม่ให้กลับบ้านเพื่อเฝ้าดูอาการ ทั้งนี้เพื่อความไม่ประมาท ขณะนี้ขอให้โรงแรมหรือสถานที่ที่มีชาวต่างชาติ เดินทางมาจากประเทศที่มีการแพร่ระบาดของโรคเข้าพัก ให้จัดทำประกาศเตือน พร้อมทั้งจัดทำข้อปฏิบัติในการดูแลตนเองของผู้เข้าพัก และให้เจ้าหน้าที่ของโรงแรมระมัดระวังป้องกันตนเองไม่ให้ได้รับเชื้อ โดยให้สวมหน้ากากอนามัยขณะปฏิบัติงาน หากพบว่าผู้ใดมีอาการผิดปกติ ให้นำไปพบแพทย์ และรายงานให้กระทรวงฯทราบทันทีทางโทรศัพท์หมายเลข 0-2590-1492,0-2590-3194, 0-2590-3196

ปลอบคนไทยอย่าตื่นตระหนก

ส่วนมาตรการสำหรับประชาชนในการป้องกันการรับเชื้อโรค เข้าสู่ร่างกายให้ใส่หน้ากากอนามัย โดย เฉพาะผู้ที่กำลังเป็นหวัด ได้สั่งให้องค์การเภสัชกรรมจัดหาหน้ากากอนามัยชนิดใช้ครั้งเดียวทิ้งสำรองไว้ 1 หมื่นชิ้น และทำหนังสือขอความร่วมมือไปยังสายการบินไทยและต่างประเทศ ที่มีเที่ยวบินโดยสารจากประเทศที่มีเป็นเขตระบาด ให้แจกหน้ากากอนามัยให้ผู้โดยสารทุกคนด้วย เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ กระทรวงฯไม่สามารถคุมปัจจัยเสี่ยงได้ทั้งหมด แต่คนไทยไม่ต้องตื่นตกใจและขอให้มีสติในการดูแลตัวเอง รวมทั้งการทำร่างกายให้แข็งแรงด้วย

กำหนด 5 มาตรการพิเศษ

ขณะที่ นพ.วัลลภ ไทยเหนือ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ได้ให้ รพ.ทุก รพ.ทั่วประเทศจัดทำห้องพิเศษ แยกให้ชัดเจน เพื่อรองรับผู้ต้องสงสัยและพร้อมที่จะเป็นห้องไอซียูได้ทันที หากมีการตรวจพบคนติดเชื้อ นอกจากนั้นได้กำหนดมาตรการพิเศษดังนี้ 1. ตั้งศูนย์เฉพาะกิจติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ของโรคในต่างประเทศอย่างใกล้ชิด จัดทำแนวปฏิบัติในการเฝ้าระวัง สอบสวน วินิจฉัย รักษาและควบคุมโรค แจกจ่าย ให้บุคลากรสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานทั่วประเทศ 2. เร่งรัดเฝ้าระวังโรคภายในประเทศให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด รพ.รัฐและเอกชนทุกแห่งทั่วประเทศดำเนินการเฝ้าระวัง สอบสวนและรายงานผู้ป่วยต้องสงสัยทันที พร้อมแยกดูแลรักษาผู้ป่วยที่สงสัยอย่างเข้มงวด

ขอให้ชะลอไปกลุ่มประเทศเสี่ยง

3. เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังโรคในกลุ่มผู้เดินทางมาจากพื้นที่ที่มีการระบาดทั้งเครื่องบิน เรือ และรถยนต์ โดยตรวจสอบผู้โดยสารก่อนเดินทาง หากมีผู้ต้องสงสัยและมีอาการป่วยให้ระงับการเดินทางไว้ก่อน กรณีที่มีผู้ป่วยระหว่างเดินทาง ให้ระงับการเข้าเมืองหรือนำไปกักตัวสังเกตอาการที่ รพ. ให้ผู้โดยสารทุกคนกรอกประวัติอาการในแบบฟอร์มติดตามโรคของกรมควบคุมโรคให้ เจ้าหน้าที่ก่อนเดินทางเข้าที่พัก เพื่อการติดตามเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง 4. จัดทำเอกสารแนะนำเป็นแผ่นพับทั้งภาษาไทย-อังกฤษ ให้ความรู้ประชาชนในการปฏิบัติตัวป้องกันโรค และ 5. ขอความร่วมมือกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมทั้งบริเวณเอกชนที่กำลังจัดรางวัลพิเศษให้พนักงาน ให้หลีกเลี่ยงหรือชะลอการเดินทางไปใน 5 ประเทศเสี่ยง จนกว่าสถานการณ์โรคจะสงบ

ออกกฎกระทรวงลดความเสี่ยงโรค

ต่อมาตอนบ่ายวันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาลนางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ ภายหลังการประชุม ครม.ถึงมาตรการควบคุมโรคหวัดมรณะว่า กระทรวงฯจะออกประกาศกฎกระทรวงฉบับที่ 4 เพื่อลดความเสี่ยงของการแพร่ระบาดโรคนี้ในไทย โดยให้มีการกักตัวผู้ที่เดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงมาไว้ที่หน่วยงานของกระทรวงฯ 24 ชั่วโมง หากพบว่าเข้าข่ายหรือมีความเสี่ยงจะให้กักตัวอยู่ในบ้าน 14 วัน ไม่ให้ออกไปทำงานหรือเรียนหนังสือ รวมทั้งให้แยกตัวออกจากคนในครอบครัวกันการติดเชื้อ โดยจะนำ พ.ร.บ. ควบคุมโรคติดต่อมาบังคับใช้ หากไม่ปฏิบัติตามจะมีความผิด

ครม.เห็นชอบห้ามคนไป 5 ประเทศ

หลังจากนั้นในเวลา 15.30 น.นางสุดารัตน์ พร้อมด้วย พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมช.สาธารณสุข นพ.วัลลภ ไทยเหนือ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และ นพ.จรัล ตฤณวุฒิพงษ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ร่วมกันแถลงข่าวภายหลัง ครม.เห็นชอบที่กระทรวงสาธารณสุขออกประกาศฉบับที่ 4 เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคหวัดมรณะ นางสุดารัตน์กล่าวว่า ได้เสนอ ครม.ใน 3 ประเด็น คือขอให้ ครม.ออกเป็นมติห้ามข้าราชการทุกกระทรวงที่จะเดินทางไปในกลุ่มประเทศเสี่ยง ชะลอการเดินทางและให้ตรวจสอบข้าราชการที่เดินทางกลับจากกลุ่มประเทศเสี่ยง 2. ขอให้มีมติตรวจสอบผู้เดินทางเข้าประเทศไทยอย่างเคร่งครัด โดยให้อำนาจเจ้าหน้าที่ในการกักตัวและ 3. ให้กระทรวงศึกษาธิการตรวจสอบนักเรียนทั่วประเทศทั้งรัฐและเอกชน ที่เดินทางไปเที่ยวใน 5 ประเทศช่วงปิดเทอมและให้หยุดเรียนในช่วงซัมเมอร์ 14 วันเพื่อเฝ้าระวังและตรวจสอบอาการ มาตรการที่กระทรวงฯ กำหนดคงไม่สามารถควบคุมประชาชนให้ปฏิบัติตามได้ 100% เนื่องจากมีผู้เดินทางเข้าออกประเทศหลายหมื่นราย ดังนั้นต้องอาศัยจิตสำนึกและการตรวจสอบของคนในองค์กรเดียวกัน อย่าเสียดายเงินเล็กน้อยที่ใช้มัดจำบริษัททัวร์หรือสายการบิน และอยากวิงวอนภาคเอกชนควรอนุญาตให้ผู้เดินทางไปประเทศกลุ่มเสี่ยงหยุดงาน

ยันไทยไม่ใช่จุดแพร่หวัดนรก

รมว.สาธารณสุขกล่าวว่า ขอเรียนยืนยันเพื่อความมั่นใจว่ากระทรวงฯ มีผู้ป่วยที่เฝ้าระวังอยู่ใน รพ.เพียง2 รายเท่านั้น รายแรกเป็นพนักงานของบริษัทประกันชีวิตเอไอเอ รักษาตัวอยู่ที่ รพ.ในจังหวัดชลบุรี อีกรายเป็นอยู่ที่ รพ.สงขลานครินทร์ ส่วนกรณีที่สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าวโดยอ้าง กระทรวงสาธารณสุขฮ่องกงระบุว่า นายไหล่ วิง ปิง หัวหน้าทัวร์ชาวฮ่องกง ที่พาลูกทัวร์มาเที่ยวประเทศไทยระหว่างวันที่ 25-29 มี.ค. แล้วติดหวัดมรณะไปจากไทยนั้น เรื่องนี้ไม่เป็นความจริง กระทรวงฯและประเทศไทยพร้อมที่จะพิสูจน์ และนำหลักฐานทางการแพทย์มายืนยันได้ ว่าไม่ได้ติดโรคนี้ จากประเทศไทยแน่นอน คิดว่าคนที่ติดโรคนี้ อาจจะติดเชื้อมาตั้งแต่ตอนที่ยังไม่มาถึงประเทศไทย แต่ยังไม่แสดงอาการ และเพิ่งจะออกอาการตอนที่เดินทางกลับประเทศตัวเองไปแล้ว

วอนขอจิตสำนึกเพื่อสังคมที่ดี

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีนางปวีณา หงสกุล เลขาธิการพรรคชาติพัฒนา และคณะ ที่เพิ่งเดินทางกลับจากฮ่องกง จะต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 4 หรือไม่ นพ.วัลลภ ไทยเหนือ ปลัดกระทรวงสาธารณสุขกล่าวว่า ทุกคนจะต้องปฏิบัติตามประกาศฉบับนี้อย่างเคร่งครัด เช่นเดียวกับประชาชนในประเทศนี้ทำ ซึ่งเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับจิตสำนึก และสังคมควรจะช่วยกันตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม ทันทีที่คณะดังกล่าวเดินทางกลับมา ก็ได้ ปฏิบัติตามขั้นตอนของกระทรวงสาธารณสุข และไม่พบความผิดปกติใดๆ

เผยมีสิทธิ์กักตัวผู้สงสัยติดโรค

อย่างไรก็ตาม นางสุดารัตน์ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องการเกิดโรคระบาดทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง ฉบับที่ 4 มีสิทธิ์ที่จะกักตัวประชาชนที่เดินทางกลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยงตาม พ.ร.บ.โรคติดต่ออันตราย พ.ศ. 2523 ประชาชนไม่มีสิทธิ์โต้แย้ง แต่อยากจะขอความร่วมมือจากประชาชนให้ตรวจสอบประวัติการเดินทาง และอย่าอ้างสิทธิเสรีภาพไม่ให้เจ้าหน้าที่กักตัวเพื่อตรวจสอบ ต้องคำนึงถึงสังคมโดยรวม หรือผลเสียหายของสังคมมากกว่าที่จะคำนึงถึงประโยชน์ หรือความสบายส่วนตัว

ประกาศเป็นโรคติดต่ออันตราย

ขณะที่ นพ.จรัล ตฤณวุฒิพงษ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า รมว.สาธารณสุขได้ออกประกาศกระทรวงให้โรคหวัดมรณะเป็นโรคติดต่ออันตราย และให้เจ้าหน้าที่มีอำนาจนำกฎหมายที่จะกักกัน ผู้ต้องสงสัยว่าจะติดเชื้อไว้ในพื้นที่จำกัด เพื่อไม่ให้แพร่เชื้อ ประกาศฉบับนี้เป็นกฎหมายที่ทุกคนต้องปฏิบัติตาม หากฝ่าฝืนจะมีโทษตามมาตรา 18 ของ พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2523 คือปรับไม่เกิน 10,000 บาท จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ แพทย์ พยาบาล ไปเสริมที่ด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศที่ท่าอากาศยานกรุงเทพ อีกเวรละ 5 คน จากเดิมเวรละ 10 คน ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งเตรียมกำลังแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่จำนวน 6 คน ไว้ดูแลประชาชนที่อาจถูกกักตัวไว้ที่กองบินที่ 6 (บน. 6) ตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนั้นยังได้ประสานงานกับกองทัพอากาศ เพื่อขอพื้นที่ในการใช้กักบริเวณผู้ต้องสงสัย ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศเสี่ยงภัย 5 ประเทศ โดยจะมีเตียงคนไข้ เครื่องมือแพทย์ชุดตรวจมีกำลัง 5-10 คน อยู่ตลอด 24 ชั่วโมง

เสริม จนท.คุมเข้มดอนเมือง

ทางด้าน นพ.ประชา ภูมิพาณิชย์ หัวหน้าด่านควบคุมโรคติดต่อดอนเมือง เผยว่า หลังจากได้รับมอบหมายจากอธิบดีกรมควบคุมโรคให้ไปสำรวจพื้นที่ทำด่านกักกันโรค ภายในบริเวณกองทัพอากาศ เตรียมเสนอขอพื้นที่โรงพักทหารแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ในพื้นที่ของ ทอ.ไว้เป็นสถานที่กักผู้ติดเชื้อรอดูอาการ ซึ่งสามารถรองรับคนได้ราว 100 คนเศษ แต่คงจะต้องมีการเสนอให้กระทรวงสาธารณสุขเข้าไปปรับปรุงพื้นที่เพิ่มเติม เพื่อความสะดวกสบายของผู้ที่ถูกกักกัน ส่วนการคุมเข้มที่สนามบินดอนเมือง ได้ให้เจ้าหน้าที่ทุกคนที่คอยตรวจดูอาการผู้โดยสาร สวมหน้ากากกันการติดเชื้อแล้ว และเพิ่มการเฝ้าระวังสายการบินทั้งหมด จาก 27 เที่ยวบิน เป็น 59 เที่ยวบิน ทั้งยังเตรียมเสริมกำลังพยาบาลและเจ้าหน้าที่ไปช่วยเป็นผลัดละ 10 คน 24 ชั่วโมง

สันต์สั่งห้าม นร.นายร้อยไป ตปท.

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวนักเรียนนายตำรวจสามพราน ที่เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนนักเรียนนายร้อยไทยและสิงคโปร์ติดไข้หวัดมรณะว่า ได้ตรวจสอบแล้วว่ามีแพทย์มาตรวจอาการเบื้องต้นของนักเรียนนายร้อย 1 นายที่มีอาการใกล้เคียงอาการหวัดมรณะ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้ประสานให้ควบคุมกักบริเวณไว้ต่างหากเพื่อเฝ้าดูอาการ และจัดเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเข้าตรวจสอบอาการอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ได้สั่งแยกนักเรียนนายร้อยที่ร่วมเดินทางอีก 29 คน ไปอีกทางเพื่อเฝ้าตามอาการ ในเบื้องต้นไม่น่าเป็นอาการของไข้หวัดมรณะ แต่เพื่อความไม่ประมาทขณะนี้ได้มีคำสั่งห้ามนักเรียนนายร้อยตำรวจ เดินทางไปประเทศที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อหวัดมรณะ

เชื่อปวดหัวจากนั่งเครื่องบินนาน

ในส่วนโรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อขอสัมภาษณ์ พล.ต.ท.วงกต มณีรินทร์ ผู้บัญชาการโรงเรียน ทางโทรศัพท์ ได้รับการปฏิเสธจาก นายตำรวจติดตามว่า เรื่องนี้ พล.ต.ท.วงกตได้มีคำสั่งให้พล.ต.ต.เรืองชัย วัจนะพุกกะ ผบก.อก.รร.นรต. เป็นผู้ทำบันทึกแถลงข้อเท็จจริงต่อสื่อมวลชน และรายงานเสนอต่อ ผบ.ตร. ต่อมา พล.ต.ต.เรืองชัยได้เผยถึงกรณีนี้ว่า ได้ประสานกับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม มาตรวจอาการนักเรียนนายร้อยตำรวจนายหนึ่ง ที่มีอาการปวดหัวหลังกลับจากสิงคโปร์ และพบว่าไม่ได้เป็นไข้หวัดมรณะแต่มีอาการใกล้เคียง เชื่อว่าอาการปวดหัวเนื่องมาจากการนั่งเครื่องบินนาน ของนักเรียนนายร้อยเท่านั้น แต่เพื่อความ ไม่ประมาท ได้แยกนักเรียนคนที่มีอาการไข้หวัดและเพื่อนที่ร่วมเดินทางไปด้วย ไว้ในพื้นที่ต่างหาก ห้ามบุคคลภายนอกเข้าไป และกระทรวงสาธารณสุขได้จัดแพทย์ติดตามอาการอย่างใกล้ชิด

ไปแลกเปลี่ยนรุ่นแรกก็เจอโรค

พล.ต.ต.เรืองชัยกล่าวอีกว่า นักเรียนนายร้อยที่เดินทางไป เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจที่เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนนักเรียนนายร้อยของไทยและสิงคโปร์ ตามโครงการความร่วมมือทางวิชาการกับต่างประเทศ ระหว่างวันที่ 16-29 มี.ค. เพื่อสร้างเครือข่ายในการปฏิบัติงานในอนาคตกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยได้มีการคัดเลือกนักเรียนชั้นปีที่ 3 ที่เลื่อนขึ้นปีที่ 4 จำนวน 30 นาย เดินทางไป โดยผู้ปกครองนักเรียนออกค่าใช้จ่ายการเดินทาง ส่วนที่พักและอาหาร สิงคโปร์เป็นผู้ดำเนินการ โดยรุ่นนี้เป็นรุ่นแรกของโครงการแลกเปลี่ยน

เผยแพทย์ตรวจแล้วไม่พบเชื้อ

อย่างไรก็ตาม พล.ต.ท.วงกต มณีรินทร์ ผบช.รร.นายร้อยตำรวจ ได้เผยในเวลาต่อมาว่า นักเรียนนายร้อยตำรวจ 30 คน ที่เดินทางไปสิงคโปร์ตามโครงการความร่วมมือระหว่างนักเรียนนายร้อยตำรวจไทย กับนักเรียนนายร้อยตำรวจต่างประเทศ กลับมาถึงเมืองไทยเมื่อวันที่ 29 มี.ค. เวลา 23.20 น. พักในอาคารที่พักผู้สัมมนาของโรงเรียน แยกส่วนต่างหาก โดยพักห้องละ 1 คน สำหรับผู้ที่มีอาการป่วยชื่อ น.ร.ต.ธีระยุทธ สุทธิพนไพศาล จากการตรวจอย่างละเอียดของแพทย์ยังไม่พบเชื้อหรืออาการป่วยของโรคร้ายดังกล่าว ขณะที่ พ.ต.ท.อนุชา ภู่ประทุม แพทย์ประจำโรงเรียนนายร้อยตำรวจกล่าวว่า คนไข้อาการดีขึ้น ช่วงแรกมีอาการไข้และอ่อนเพลีย หลังกลับจากสิงคโปร์ได้ 2 วัน จึงให้ไปตรวจที่โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ ล่าสุดอาการดีขึ้นมากจนเกือบเป็นปกติแล้ว เพื่อความ ไม่ประมาท ได้ให้พักแยกจากคนอื่น หากติดเชื้อจริงภายในสองสัปดาห์ต้องแสดงอาการ

โดนกักตัว 14 วันดูอาการ

จากนั้น ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่โรงพยาบาลเมตตา-ประชารักษ์ อ.สามพราน ได้รับการเปิดเผยจาก นพ.กฤษดา ศรีสำราญ ผอ.รพ.ว่า นักเรียนนายร้อยตำรวจชั้นปีที่ 3 มาเข้ารักษาเมื่อวันที่ 31 มี.ค. โดยมีไข้ต่ำและไอ จึงรายงานให้ นพ.สมจิตร ศรีศุภกร สาธารณสุขจังหวัดนครปฐมทราบ และประสานกับ รพ.บำราศนราดูร ส่งคณะทำงานมาตรวจสอบ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรค จากการสอบถามรายละเอียด ทราบว่าไปด้วยกันทั้งหมด 30 คน แต่มีอาการป่วยเพียง 1 คน และยังไม่ลงความเห็นว่าเป็นโรคไข้หวัดมรณะที่กำลังหวาดกลัวกันอยู่ จึงได้ดำเนินการป้องกัน โดยจำกัดบริเวณแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ ที่ดูแลนักเรียนนายร้อยตำรวจผู้นี้ไว้ทั้งหมด 13 คน โดยจะกักไว้ 14 วัน เพื่อดูอาการตามมาตรฐานการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ

สงสัยผู้ป่วยที่สงขลาเจอหวัดนรก

ส่วนกรณีที่มีรายงานว่า มีผู้ป่วยมีอาการคล้ายโรคหวัดมรณะ เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ จ.สงขลา ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังนางชวัลนุช ชัววัลลี ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์ ได้รับการเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 31 มี.ค. โรงพยาบาลได้รับผู้ป่วย 1 ราย เป็นชายอายุ 78 ปี เดินทางกลับมาจากฮ่องกง เมื่อวันที่ 22 มี.ค. มีอาการไข้สูงและโรคปอดบวมแทรก อาการยังทรงตัว สงสัยว่าอาจเป็นไข้หวัดดังกล่าว จึงแยกสถานที่ต่างหากและจัดระบบป้องกันการแพร่กระจาย ของเชื้อไปยังผู้ที่มารักษาดูแลรวมทั้งสภาพแวดล้อมทั่วไปด้วย นอกจากนี้ ยังเฝ้าระวังผู้ที่สัมผัสกับผู้ป่วย และอบรมเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลที่ต้องดูแลผู้ป่วย และเผยแพร่ความรู้ให้ประชาชนทั่วไปอีกส่วนหนึ่ง

_________________
เชิญสอบถามปัญหาในกระดานข่าวอันใหม่- .
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ MSN
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    www.thaihealth.net/h หน้ากระดานข่าวหลัก -> ข่าวสั้นทันโลก เพื่อสุขภาพ ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถแนบไฟล์หรือภาพประกอบในกระดานนี้
คุณสามารถ ดาวน์โหลดไฟล์จากกระดานนี้

Powered by phpBB 2.0.8 © 2001 phpBB Group
Website Promotion by thai seo

globalwarming awareness2007
Advertisement::games:เกมส์:Laser Hair Removal::Laser Rejuvenation:laser cosmetic surgery::Botox for Wrinkle::First IPL and Plasmalite FPL in Pattaya:: Vascular telangiectasias:warts and moles removal:contact-laser at thaihealth.net:pattaya and thailand hospital directory,spa ,health tourism ,home stay in pattaya

สุขภาพ ข่าว ข่าวสุขภาพ บทความ โรค เจ็บป่วย ความรู้ โรคต่างๆ ความบันเทิง ดูทีวี ฟังเพลง เกมส์ เซ็กซ์ เว็บบอร์ด ตอบปัญหา เด็ก วัยรุ่น โรคเอดส์ โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง ฮอร์โมน สมุนไพร ความงาม antiaging รู้ไหม คนค้นหาเรื่องสุขภาพอะไรมากที่สุด สิว รักษาสิว ลดน้ำหนัก ลดน้ำหนัก ลดความอ้วน เพศศึกษา sex ไง
บริการสำหรับเว็บมาสเตอร์ นำข่าว สุขภาพ ข่าวรายวันสาระ และคลิปวิดีโอจากไทยเฮลท์ไปไว้หน้าเว็บท่าน ด้วยระบบ RSS และ RSS2.0

หน้าหลักthaihealth | หน้าแรก | ไทยเฮลท์ทั้งหมด | คู่มือใช้งาน | ติดต่อโฆษณา | disclaimer | privacy policy


สมัครประกวด100อันดับเว็บไซด์สุขภาพยอดเยี่ยมของไทย ฟรี สมัครเข้ามาเลยค่ะ

 

affiliates: aesthetic and beauty knowledge| globalwarming awareness2007 | thai seo | โปรโมทเว็บ โปรโมทคลินิค | เกมส์

theme design by doctornukeเว็บมาสเตอร์ นพ.กิจการ จันทร์ดา


Web site engine's code is Copyright ฉ 2002 by PHP-nuke. All Rights Reserved. PHP-nuke is Free Software released under the GNU/GPL license Modification for optimal use by DocHost and DoctorNUKE
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.359 วินาที