เปิดใจให้กว้างเพื่อให้เรารู้จักร่างกายของเราและตัวตนของเราดีกว่าใคร
จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดที่ทำให้สุขภาพของเรา อยู่ในมือของเราอย่างแท้จริง
สุขภาพสตรีจาก http://www.whaf.or.th
หลายปีที่ผ่านมา การบริการสุขภาพสำหรับผู้หญิงเทน้ำหนักไปที่การดูแลระหว่างตั้งครรภ์และการคลอด ซึ่งแม้ว่าจะเป็นบริการที่จำเป็นต้องมี แต่ก็ดูแลเฉพาะสุขภาพผู้หญิงในบทบาทความเป็นแม่เท่านั้น
บทความนี้เขียนขึ้นด้วยความเชื่อว่า ผู้หญิงทุกคนต้องได้รับบริการสุขภาพที่ครบถ้วนตลอดช่วงชีวิต ไม่ใช่เพียงบริการสุขภาพสำหรับผู้หญิงในฐานะที่เป็นภรรยาและแม่เท่านั้น และสุขภาพผู้หญิงได้รับอิทธิพลทั้งจากธรรมชาติของสภาพร่างกายที่เป็นหญิง และจากสังคม วัฒนธรรม และสภาพเศรษฐกิจ ที่รายล้อมตัวเธอด้วย
ถ้าเราเปลี่ยนมุมมองเสียใหม่ว่า สุขภาพผู้หญิงไม่ได้หมายถึงสุขภาพของแม่และเด็กเท่านั้น และยังมีความสัมพันธ์กับสภาพร่างกายตามธรรมชาติ และปัจจัยทางสังคม วัฒนธรรม และเศรษฐกิจด้วย เราจะสามารถเข้าใจสุขภาพผู้หญิงได้รอบด้านมากขึ้น และจะเกิดความคิดสร้างสรรค์มากมายว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้สุขภาพผู้หญิงดีขึ้น ซึ่งในท้ายที่สุดจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม
สารบาญ
ª รู้จักสุขภาพผู้หญิง
ความเชื่อเรื่องเพศกับสุขภาพผู้หญิง
ª ร่างกายของเรา ตัวตนของเรา
ª จับมือไว้ก้าวไปด้วยกัน
พลังผู้หญิงเพื่อผู้หญิงสุขภาพดี
ผู้ชาย-แรงหนุนให้สุขภาพผู้หญิงดีกว่าเดิม
หน่วยงานที่มีบริการสำหรับผู้หญิง
ª รู้จักสุขภาพผู้หญิง
ผู้หญิง-ผู้ชายแตกต่างกันมากที่สุดก็ตรงเรื่องเพศและระบบเจริญพันธุ์ สุขภาพผู้หญิงจึงไม่เท่ากับสุขภาพผู้ชายในแง่ที่ว่ามีความจำเพาะเจาะจงที่สุขภาพทางเพศและอนามัยเจริญพันธุ์ของผู้หญิง ซึ่งเป็นสุขภาพของระบบมดลูก รังไข่ เต้านม การท้อง การคลอด การแท้ง การทำแท้ง มะเร็งที่เกี่ยวกับอวัยวะสืบพันธุ์ของผู้หญิง สุขภาพทางเพศ และสุขภาพของผู้หญิงวัยทอง เป็นระบบสุขภาพของผู้หญิงทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะสังคมเศรษฐกิจแบบใด ประกอบอาชีพอะไร มีพื้นฐานการศึกษาอย่างไร อายุเท่าไร มีสถานภาพสมรสอย่างไร แต่ง ม่าย หย่า แยก โสด หรือเป็นหญิงรักหญิง
สุขภาพผู้หญิงหมายถึงสุขภาพทางเพศและอนามัยเจริญพันธุ์ของผู้หญิง
มักมีความเข้าใจผิดเสมอว่า การให้ความสำคัญแก่สุขภาพผู้หญิง หมายถึงการให้บริการสุขภาพแก่ผู้หญิงดีกว่าผู้ชาย เช่น มีความเข้าใจผิดว่าหากชายผู้หนึ่งและหญิงผู้หนึ่งต่างมีมะเร็งตับ จะต้องให้การดูแลผู้หญิงดีกว่าผู้ชาย
ความเข้าใจผิดเช่นนี้ควรได้รับการแก้ไข เพราะแท้จริงแล้ว การพูดถึงสุขภาพผู้หญิงไม่ใช่การพูดถึงสุขภาพทั่วไปที่ทั้งหญิงและชายมีร่วมกัน หากแต่พูดถึงสุขภาพเฉพาะของผู้หญิงที่ผู้ชายไม่มี และเป็นการพูดถึงบริการสุขภาพต่างๆ ที่ผู้หญิงควรได้รับแต่ยังไม่มีบริการนั้นในปัจจุบัน หรือมีบริการแล้วแต่ยังจัดสรรให้ผู้หญิงอย่างไม่ทั่วถึง
เพราะร่างกายและระบบเจริญพันธุ์ของผู้หญิงแตกต่างจากผู้ชายมาก และเพราะอิทธิพลของสังคมที่ให้บทบาทคุณค่าหญิงและชายไม่เท่าเทียมกัน ผู้หญิงเราจึงต้องเจอกับปัญหาสุขภาพหลายอย่างที่ผู้ชายไม่เจอ ยกตัวอย่างเช่น
ª ทุกวันนี้เราถูกเลือกให้เป็นผู้รับภาระเรื่องการคุมกำเนิดมากกว่าผู้ชาย ไม่ว่าจะเป็นยาเม็ด ยาฉีด ยาฝัง ใส่ห่วง หรือทำหมัน
ª เราเป็นผู้ตั้งท้อง ต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากการตั้งท้องและการคลอด ไม่ว่าจะเป็นการแท้ง การตกเลือด การคลอดติดขัด ความดันเลือดสูง
ª ยังไม่มีทางเลือกในการให้ความช่วยเหลือถ้าเราประสบปัญหาตั้งท้องเมื่อไม่พร้อม
ª เรามีประจำเดือนทุกเดือน อาจมีความเจ็บปวดหรือโรคอันเกิดจากการมีประจำเดือนได้
ª ถ้าเราเป็นวัยรุ่นหรือสาวโสดที่ต้องการข้อมูลและบริการเรื่องการคุมกำเนิด การติดเชื้อในระบบสืบพันธุ์ และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือแม้แต่บริการและการดูแลด้านการทำแท้งที่ปลอดภัย เราก็ยังคงหาบริการเหล่านี้ไม่ได้ เพราะวัฒนธรรมไทยไม่ยอมรับเพศสัมพันธ์ของวัยรุ่นและผู้หญิงโสด
ª ถ้าเรามีคู่เป็นผู้หญิง และเราเกิดการติดเชื้อในระบบสืบพันธุ์ เราก็ไม่กล้าถามหมอเพราะเกรงจะพบกับหมอที่มีทัศนคติเชิงลบต่อคนรักเพศเดียวกัน
ª ระบบบริโภคนิยมก็หาผลประโยชน์จากความเป็นผู้หญิงของเรา ธุรกิจขายเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และยาฮอร์โมน สามารถทำรายได้มหาศาลต่อปีจากการสร้างกระแสความนิยมในสินค้าเหล่านี้
ª ผู้หญิงจำนวนมากต้องเผชิญกับความรุนแรง ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้เสมอไม่ว่าผู้หญิงจะอยู่ในวัยใด อยู่ในบ้านหรือนอกบ้าน และเมื่อเกิดขึ้นแล้วมีผลกระทบอย่างมากต่อสุขภาพผู้หญิง
ความเชื่อเรื่องเพศกับสุขภาพผู้หญิง
พฤติกรรมทางเพศ และความรู้สึกที่เรามีต่อร่างกายของตัวเอง เป็นผลมาจากความเชื่อที่ส่งทอดต่อกันมาในสังคมเกี่ยวกับ ความเป็นผู้ชาย และ ความเป็นผู้หญิง
ความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องเพศที่จะพูดถึงต่อไปนี้ ส่งผลให้สังคมไม่เปิดโอกาสและทางเลือกให้ผู้หญิง ทำให้ผู้หญิงเราไม่สามารถมีอำนาจเหนือเนื้อตัวและร่างกายของเราเอง จึงเป็นความเชื่อที่ควรเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ผู้หญิงมีสุขภาพทางเพศและอนามัยเจริญพันธุ์ที่ปลอดภัย
ความเชื่อที่เป็นอันตราย : | ร่างกายผู้หญิงเป็นสิ่งน่าอาย |
ผู้ใหญ่เริ่มทำให้เด็กหญิงรู้สึกว่าร่างกายของตนเองเป็นสิ่งน่าอายเมื่อเด็กเข้าสู่วัยอยากรู้จักร่างกายตนเอง เวลาที่เด็กหญิงจับต้องอวัยวะเพศตัวเอง หรือซักถามผู้ใหญ่เรื่องอวัยวะเพศ หรือความแตกต่างระหว่างเธอกับเด็กผู้ชายคนอื่นๆ เด็กผู้หญิงมักถูกห้ามปรามไม่ให้จับต้อง ไม่ให้ซักถาม ผู้ใหญ่มักให้เหตุผลว่า พูดแบบนี้ไม่เพราะ ถามแบบนี้ไม่น่ารักเลย เป็นเด็กผู้หญิงต้องไม่พูดเรื่องนี้นะจ๊ะ อย่าไปจับนะมันสกปรก น่าเกลียดจริงๆเอามือออกเดี๋ยวนี้เลย
ปฏิกิริยาของผู้ใหญ่ที่เกิดขึ้นเมื่อเด็กผู้หญิงพยายามเรียนรู้จักร่างกายและเพศของตัวเอง ได้สร้างความยากลำบากให้แก่เด็กหญิงเมื่อเธอเติบโตขึ้นและเข้าสู่วัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ ไปจนถึงวัยทอง
ผู้หญิงหลายคนอายเกินกว่าจะกล้ามองดูหรือสำรวจอวัยวะเพศของตัวเอง อายที่จะหาความรู้เกี่ยวกับเรื่องเพศ ทั้งจากการอ่าน หรือการพูดคุยปรึกษากับคนอื่น หรือแม้กระทั่งแพทย์/พยาบาล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการมีประจำเดือน ตกขาว การท้อง การมีเพศสัมพันธ์ โรคทางเพศสัมพันธ์ รวมไปถึงเรื่องความสุข ความพึงพอใจทางเพศ พอเริ่มมีประสบการณ์ทางเพศ ผู้หญิงหลายคนไม่รู้ว่าจุดสุดยอดคือความรู้สึกแบบใด ไม่กล้าคุยเรื่องเพศกับคู่ ส่งผลต่อปัญหาการท้องที่ไม่พร้อม การติดเชื้อในระบบสืบพันธุ์ และความรุนแรงต่างๆ
ร่างกายของเราไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อให้เราอับอาย
ร่างกายของเราทำให้เราสามารถสัมผัส เอาใจใส่ร่างกายผู้อื่น และมีความพึงพอใจทางเพศได้
ร่างกายของเราคือบางสิ่งที่ต้องค้นหา ต้องรัก และต้องให้คุณค่า
ความเชื่อที่เป็นอันตราย : | ร่างกายผู้หญิงเป็นสมบัติของผู้ชาย |
ตอนเป็นเด็กหญิงเล็กๆ พ่อแม่ถือว่าลูกเป็นของตน โตขึ้นมาก็จัดการหาคู่ครองให้ หรือบางครั้งกลายเป็นเรื่องเศร้า ที่พ่อแม่ขายลูกให้คนอื่นไปเสีย ไม่ว่าจะขายไปเป็นแรงงาน ขายไปเป็นภรรยา หรือแม้แต่ขายไปเพื่อการค้าประเวณี
ก่อนที่ผู้หญิงจะอยู่ในฐานะภรรยา ว่าที่สามีก็คาดหวังว่าเธอต้องเป็นสาวพรหมจรรย์ ไม่ผ่านการมีเพศสัมพันธ์กับชายใดมาก่อน พอเป็นภรรยาของเขาแล้ว เขารู้สึกเสมอว่าเขามีสิทธิใช้ร่างกายของเธอได้ตามความต้องการ เขามีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงอื่นอีกหลายคน แต่ภรรยาคือสมบัติของเขาแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น
ความเชื่อทั้งหมดนี้ยังคงมีอยู่ในสังคมไทยปัจจุบันราวกับร่างกายผู้หญิงเป็นสิ่งของอย่างหนึ่ง เป็นความเชื่อที่สร้างอันตรายให้แก่สุขภาพผู้หญิง เด็กหญิงจะไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร หรือมีความฝันอะไร เพราะผู้อื่นคอยตัดสินใจเรื่องสำคัญๆให้เสมอ เมื่อมีคู่ก็จะไม่คิดว่าตนเองสามารถพูดคุยกับคู่เพื่อค้นหาหนทางที่จะมีเพศสัมพันธ์ที่เป็นสุขและปลอดภัยได้ เมื่อเจอกับความรุนแรงก็ยอมทนทุกข์อยู่ในความสัมพันธ์แบบนั้น
ร่างกายของเราเป็นของเราแต่เพียงผู้เดียว เราควรต้องตัดสินใจได้เองว่าเราอยากแบ่งปัน
ร่างกายของเรากับใคร เมื่อไร และอย่างไร
ความเชื่อที่อันตราย : | ผู้หญิงไม่มีความต้องการทางเพศ |
ผู้หญิงถูกสอนว่าเธอมีหน้าที่สนองความต้องการทางเพศของสามี ถ้าอยากเป็นผู้หญิงดี เธอต้องไม่แสดงออกว่าตนเองมีความต้องการทางเพศ
ความเชื่อนี้เป็นอันตรายต่อสุขภาพทางเพศของผู้หญิง เพราะผู้หญิงที่เชื่อว่าตัวเองไม่ควรคิดเรื่องเพศมักจะไม่เตรียมตัวเพื่อให้ตัวเองมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย จะไม่ค่อยกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้เรื่องการคุมกำเนิดหรือการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรืออาจมีข้อมูลอยู่แล้วก็ไม่กล้านำมาพูดคุยกับสามีหรือคู่ เพราะอาจถูกเข้าใจไปว่าเธอมีประสบการณ์ทางเพศมาก่อน ซึ่งเป็นเครื่องหมายของ ผู้หญิงไม่ดี
ความเชื่อนี้ยังทำให้ผู้หญิงปล่อยให้ความสัมพันธ์ทางเพศเป็นเรื่องที่ผู้ชายเป็นคนตัดสินใจ เช่น จะหลับนอนกันเมื่อไร หลับนอนกันด้วยลีลาแบบไหน ใช้หรือไม่ใช้ถุงยางอนามัย หรือแม้แต่ผู้ชายจะไปหลับนอนกับผู้หญิงอื่นอีกหรือไม่ ซึ่งสถานการณ์เหล่านี้ผลักให้ผู้หญิงอยู่ในความเสี่ยงต่อสุขภาพและการท้องเมื่อไม่พร้อมมากยิ่งขึ้น
ความต้องการทางเพศเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคน
ผู้หญิงมีความต้องการทางเพศได้ไม่แตกต่างจากผู้ชาย
ª ร่างกายของเรา ตัวตนของเรา
สุขภาพตลอดช่วงชีวิตของผู้หญิง
ผู้หญิงเราคุ้นเคยกับการเอาใจใส่ดูแลสุขภาพในช่วงวัยที่เราแต่งงานแล้วและกำลังตั้งครรภ์ แต่สุขภาพผู้หญิงไม่ได้มีความสำคัญเพียงเท่านี้ เพราะสุขภาพทางเพศและอนามัยเจริญพันธุ์เป็นสิ่งที่อยู่กับเราตลอดช่วงชีวิต
ร่างกายของผู้หญิงต้องก้าวผ่านการเปลี่ยนแปลงสำคัญอยู่หลายช่วง นับแต่เริ่มเข้าวัยรุ่น สู่ช่วงของการตั้งครรภ์และการให้นมลูก ไปถึงช่วงวัยที่ไม่ตั้งครรภ์แล้วหรือที่เรียกกันว่าวัยทอง
ในระหว่างช่วงวัยที่ผู้หญิงสามารถตั้งครรภ์ได้ ร่างกายของเราจะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นทุกเดือน ทั้งก่อนหน้าที่ประจำเดือนมา เมื่อมีประจำเดือน และช่วงหลังประจำเดือน ส่วนของร่างกายที่มีการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เกิดขึ้นได้แก่ ช่องคลอด มดลูก รังไข่ ท่อนำไข่ และทรวงอก ซึ่งเรียกรวมๆกันว่า ระบบสืบพันธุ์ หรือ ระบบเจริญพันธุ์ และการเปลี่ยนแปลงทางสรีระร่างกายเหล่านี้ยังเกี่ยวข้องกับสารชนิดหนึ่งที่เรียกว่า ฮอร์โมน ด้วย
ฮอร์โมน*
ฮอร์โมนเป็นสารเคมีที่ร่างกายสร้างขึ้นมาเพื่อให้ควบคุมว่าร่างกายจะเติบโตเมื่อไรและอย่างไร ก่อนที่เราจะมีประจำเดือนครั้งแรก ร่างกายของเราก็จะเริ่มสร้างฮอร์โมน ฮอร์โมนนี้จะทำให้เราเปลี่ยนแปลงจากเด็กหญิงกลายเป็นวัยรุ่น
เมื่อถึงช่วงที่ร่างกายเราสามารถมีลูกได้ ทุกๆเดือน ฮอร์โมนจะเตรียมพร้อมร่างกายเพื่อรองรับการตั้งครรภ์ที่อาจเกิดขึ้น ด้วยการบอกให้รังไข่ปล่อยไข่ออกมาหนึ่งใบเป็นประจำอยู่ทุกเดือน (การตกไข่) ดังนั้น ฮอร์โมนจึงเป็นตัวกำหนดว่าผู้หญิงเราจะสามารถตั้งครรภ์ได้เมื่อใด วิธีการคุมกำเนิดหลายวิธีจึงมีวิธีทำงานโดยการควบคุมฮอร์โมนในร่างกายของเรา
และในช่วงที่เราตั้งครรภ์และให้นมลูก ฮอร์โมนก็มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างของร่างกาย เช่น ทำให้เราไม่มีประจำเดือนในระหว่างที่อุ้มท้อง และบอกให้ร่างกายเราสร้างน้ำนมหลังจากคลอดลูก เป็นต้น
เมื่อเราเริ่มเข้าสู่วัยที่ไม่สามารถตั้งท้องได้ ร่างกายจะค่อยๆลดการสร้างฮอร์โมนลง รังไข่หยุดการตกไข่ หรือตกไข่น้อยลง ร่างกายไม่ต้องเตรียมพร้อมสำหรับการตั้งครรภ์ และในที่สุดประจำเดือนก็จะหมดไป กระบวนการนี้จะค่อยๆเกิดขึ้นเมื่อเราเข้าสู่วัยสูงอายุ เรียกว่าการหมดประจำเดือน ซึ่งเป็นตามธรรมชาติ ไม่ใช่โรคที่ต้องรักษา
(*จาก Rothman, Lorraine and Wexler, Marcia. 1999. Menopause Myths & Facts: what every woman should know about hormone replacement therapy. CA: Feminist Health Press.)
รู้สึกดีกับตัวเอง พื้นฐานสำคัญของสุขภาพดีในทุกวัย
ความรู้สึกที่เรามีต่อตัวตนของเราจะพัฒนาไปพร้อมกับการเติบโตของร่างกาย การที่เด็กผู้หญิงเรียนรู้ที่จะรู้สึกดีกับตัวเองเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะเธอจะสามารถเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพและสร้างคุณประโยชน์ให้แก่สังคมได้ ถ้าครอบครัวและสังคมรอบข้างแสดงให้เห็นว่าเธอคือเด็กหญิงเล็กๆที่มีคุณค่า เด็กก็จะเรียนรู้ที่จะ รู้สึกดี กับตัวเองได้
เด็กผู้หญิงที่ถูกเลี้ยงดูให้มีความเชื่อว่าพวกเธอมีคุณค่าน้อยกว่าเด็กผู้ชาย ...ให้เกิดความรู้สึกอับอายในร่างกายที่เป็นหญิงของตัวเอง ...ถูกเลี้ยงให้ยอมรับว่าเป็นผู้หญิงไม่ต้องเรียนสูง ไม่ต้องกินอาหารดีๆ ...ถูกเลี้ยงให้ยอมรับการถูกทำร้ายและการทำงานหนักกว่าพี่น้องผู้ชาย สุขภาพของเด็กหญิงคนนั้นจะถูกกระทบโดยตรง และยังทำให้รู้สึกไม่ดีกับตัวเองด้วย ในอนาคตเธอจะกลายเป็นคนที่ไม่เป็นตัวของตัวเอง นั่นคือ เธอจะไม่สามารถตัดสินใจเรื่องสำคัญต่างๆได้ด้วยตัวเอง คนรอบข้างหรือกระแสสังคม/แฟชั่น จะมีอิทธิพลเหนือการตัดสินใจของเธอตลอดเวลา
ถ้าเด็กผู้หญิงถูกเลี้ยงดูมาแบบที่พูดถึงข้างต้น นั่นย่อมสะท้อนว่าครอบครัวและสังคมให้คุณค่าเด็กผู้หญิงน้อยกว่าเด็กผู้ชาย แต่ถ้าครอบครัวและสังคมระลึกถึงคุณค่าของคนทุกคนไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย เด็กหญิงก็จะสามารถเติบโตขึ้นอย่างรู้สึกดีกับตัวเอง รู้สึกรักตัวเอง รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า และมีความเชื่อมั่นว่าเธอจะสามารถเลือกสิ่งที่ดีกว่าให้แก่ชีวิตของตนเอง ครอบครัว และสังคมได้
ประมาณช่วงวัย 10-15 ขวบ เด็กหญิงตัวจ้อยเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่วัยรุ่น จะเป็นผู้ใหญ่ก็ยังไม่ใช่ จะเป็นเด็กน้อยก็ไม่เชิง สิ่งใหม่ๆเกิดขึ้นกับร่างกาย ความรู้สึกใหม่ๆเกิดตามมาด้วยเช่นกัน ช่วงเวลาอันน่าตื่นเต้นและเต็มไปด้วยความกังวลสงสัยนี้จะสามารถผ่านพ้นไปด้วยดี ถ้าสาวน้อยของเรามีใครสักคนที่จะหันไปถามไถ่พูดคุยถึงการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้ด้วยความสบายใจ ไม่ต้องกลัวถูกตำหนิ
กินดี สุขภาพดี
สิ่งสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งที่จะทำให้สาวน้อยวัยแรกรุ่นมีสุขภาพดีและเป็นพื้นฐานไปสู่สุขภาพดีในวัยอื่นๆ คือการกินดี
ร่างกายสาวน้อยในวัยนี้ต้องการโปรตีน วิตามิน และเกลือแร่เพื่อที่จะเติบโตไม่ต่างจากเด็กชายวัยเดียวกัน การมีอาหารดีๆให้กินเพียงพอกับความต้องการของร่างกายจะช่วยให้ไม่ป่วยบ่อย เป็นแรงเสริมให้การเรียนและกิจกรรมที่ทำในโรงเรียนประสบความสำเร็จ และเมื่อถึงวัยที่จะมีลูกก็จะเป็นคุณแม่ที่แข็งแรง ให้กำเนิดบุตรที่สุขภาพดี รวมถึงก้าวเข้าสู่วัยท้ายวัยทองอย่างมีสุขภาพแข็งแรงด้วย
เด็กสาววัยนี้ต้องการอาหารที่เหมาะสมกับวัย การเริ่มมีประจำเดือนทำให้สูญเสียเลือดไปบางส่วนทุกๆเดือน จำเป็นต้องทดแทนการเสียเลือดส่วนนี้ด้วยการได้กินอาหารที่มีธาตุเหล็ก อาหารที่มีแคลเซี่ยมก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญมาก เพราะจะปูพื้นฐานไปสู่การมีกระดูกที่แข็งแรงไปจนถึงวัยสูงอายุ
นอกเหนือจากการเปลี่ยนแปลงของร่างกายที่จะเกิดขึ้นในวัยแรกรุ่นแล้ว การเปลี่ยนแปลงทางจิตใจก็จะเกิดขึ้นด้วยเช่นกัน สาวน้อยทั้งหลายที่สังเกตตัวเองอาจพบว่าเราสนใจรูปร่างหน้าตาของตัวเองมากขึ้นกว่าเดิม เริ่มมีความสนใจเพื่อนชาย หรือเพื่อนหญิงแบบพิเศษๆ บางครั้งก็รู้สึกว่าทำไมอารมณ์ของเรามันจึงควบคุมยากอย่างนี้ แถมในช่วงก่อนประจำเดือนมา อารมณ์ต่างๆมันดูจะชัดเจนเสียเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์สนุกสนาน วิตกกังวล หรือว่าโกรธเกรี้ยว แต่ทั้งหมดนี้เป็นปกติธรรมดาของวัยแรกสาวทั้งนั้น
ประจำเดือนครั้งแรก
สัญญาณทางกายที่บ่งบอกว่าเราสามารถตั้งท้องได้คือประจำเดือน ไม่มีสาวน้อยคนไหนทำนายได้ว่าประจำเดือนครั้งแรกจะมาเมื่อไร แต่ละคนมีเวลาของตัวเองที่แตกต่างกันออกไป แต่มีการศึกษาพบว่า ถ้าเด็กหญิงได้รับการบอกเล่าไว้ก่อนว่าเมื่อถึงวัยนี้จะมีประจำเดือนเกิดขึ้น เธอจะไม่ตกใจและต้อนรับเจ้าการเปลี่ยนแปลงนี้ด้วยความรู้สึกที่ดี เป็นการรู้สึกดีกับตัวเองอีกช่วงหนึ่งที่สำคัญมากสำหรับผู้หญิงทุกคน
อย่ายอมให้ใครมาทำให้เรารู้สึกว่าการมีประจำเดือนเป็นเรื่องสกปรกและน่าอายนะ
เซ็กซ์ของสาววัยรุ่น
มีข้อดีหลายอย่างถ้าเราไม่รีบมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่วัยแรกสาว แต่ถ้าจะตัดสินใจมีเพศสัมพันธ์ ต้องเป็นเพราะเราพร้อมแล้วอย่างแท้จริงและต้องมีการป้องกันอันตรายจากโรคติดต่อและการตั้งท้องเสมอ เพราะการมีเพศสัมพันธ์เพียงครั้งเดียวก็สามารถทำให้ติดโรคและท้องได้ ปัจจุบันมีเพียงถุงยางอนามัยเท่านั้นที่สามารถป้องกันอันตรายทั้งสองอย่างนี้ได้ และเป็นอุปกรณ์ที่หามาใช้ได้ไม่ยากด้วย ส่วนอุปกรณ์สำหรับผู้หญิงนั้น นักวิทยาศาสตร์กำลังคิดค้นกันอยู่ ยังต้องใช้เวลาอีก 3-4 ปีจึงจะสำเร็จ
อันตรายของการตั้งท้องในวัยรุ่น
ร่างกายของสาวน้อยวัยรุ่นส่วนมากไม่มีความพร้อมสำหรับการตั้งท้องและการคลอด แม่วัยรุ่นมักมีร่างกายเล็กเกินกว่าที่ทารกจะคลอดผ่านออกมาได้ แม่วัยรุ่นที่อายุน้อยกว่า 17 ปีมักจะปวดท้องคลอดนานและเกิดการคลอดติดขัด ถ้าไม่ได้รับความช่วยเหลืออย่างถูกวิธีอาจเสียชีวิตได้ ทารกที่คลอดจากแม่วัยรุ่นอายุน้อยกว่า 17 ปีก็มักจะน้ำหนักน้อยเกินไป หรือไม่ก็คลอดก่อนกำหนด ถ้าคุณเป็นวัยรุ่นที่กำลังท้องก็ควรไปขอคำแนะนำจากแพทย์เพื่อให้สามารถคลอดได้อย่างปลอดภัยมากที่สุด
เมื่อผ่านพ้นช่วงวัยรุ่นเข้าสู่ความเป็นผู้ใหญ่ไปจนก่อนที่จะถึงวัยทอง เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพทางเพศและอนามัยเจริญพันธุ์ที่ผู้หญิงเราต้องเจอมีอยู่มากมาย นับตั้งแต่เรื่องของการมีประจำเดือน การมีความสัมพันธ์ทางเพศ การตั้งท้อง การคุมกำเนิด รวมไปถึงการคลอดและการเลี้ยงลูก
ในอีกมุมหนึ่ง เรามีโอกาสที่จะเจอกับด้านลบของสุขภาพทางเพศและอนามัยเจริญพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นการบังคับหลับนอน การข่มขืน การตั้งท้องที่ไม่พร้อม ภาวะแทรกซ้อนของการท้อง การคลอด การทำแท้ง รวมไปจนถึงการติดเชื้อในระบบสืบพันธุ์ และมะเร็งต่างๆของระบบอวัยวะสืบพันธุ์
นอกจากนี้ ผู้หญิงในสังคมปัจจุบันยังต้องทำงานหนัก ทั้งงานบ้านและงานที่เป็นอาชีพในการหาเลี้ยงตัวเองและครอบครัว บวกกับความเป็นผู้หญิงตามความเชื่อและค่านิยมทางสังคมวัฒนธรรม
&nbs
Read 23267 times
Date 2004-05-13 15:21:16