ระหว่างตั้งครรภ์ผู้หญิงส่วนใหญ่จะมีความต้องการทางเพศลดลงแต่ก็ไม่แน่ ในช่วง 3 เดือนแรกผู้หญิงอาจมีความต้องการทางเพศลดลงหรืออาจไม่มีการเปลี่ยนแปลงก็ได้ ในช่วง 3 เดือนที่สองความต้องการทางเพศอาจเพิ่มขึ้นแต่ส่วนใหญ่มักลดลง ช่วงใกล้คลอดเกือบทุกรายจะมีความต้องการทางเพศลดลง อย่างไรก็ตามคู่สมรสส่วนใหญ่มักลดกิจกรรมทางเพศลงในช่วง 3 เดือนก่อนคลอดเพราะกลัวว่าจะเป็นอันตรายต่อทารกซึ่งจริงๆแล้วไม่มีอันตรายอะไร บางคู่ไม่มีเพศสัมพันธ์เลยตลอดช่วงการตั้งครรภ์โดยเฉพาะคู่ที่มีลูกยากหรือมีปัญหาทางสุขภาพเมื่อตั้งครรภ์ หลังคลอดคู่สมรสส่วนใหญ่มักรออย่างน้อย 1 เดือนจึงจะมีเพศสัมพันธ์กันแม้จะมีความต้องการก่อนหน้านั้น เหตุผลที่ทำให้ไม่มีเพศสัมพันธ์กันหลังคลอดได้แก่
ดังนั้นปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างกันในช่วงนี้อาจทำให้ภรรยาเกิดความลังเลที่จะมีเพศสัมพันธ์ แต่มักมีปัญหาเกี่ยวกับเจตคติของสามีด้วยในลักษณะที่ไม่อดทนและเรียกร้องหรือปกป้องตัวเองหรืออาจมีบุคคลที่ 3 ซึ่งอาจถาวรหรือชั่วคราว ในปัจจุบันเราพบว่าการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างตั้งครรภ์นั้นนอกจากจะปลอดภัยแล้วยังช่วยรักษาสถาบันครอบครัวให้ดีอีกด้วย โดยทั่วไปเราจะแนะนำให้หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างตั้งครรภ์เมื่อ
ในช่วง 3 เดือนแรก เคยแท้งเพราะมดลูกผิดปกติ
ช่วง 3 เดือนที่ 2 ปากมดลูกไม่แข็งแรงและยังไม่ได้รับการแก้ไข
ช่วง 3 เดือนสุดท้าย มีภาวะแทรกซ้อนทางสูติกรรมเช่น เลือดออก, ถุงน้ำคร่ำฉีกขาดก่อนกำหนด, ปากมดลูกเปิดก่อนกำหนด, มีลักษณะเหมือนจะคลอดก่อนกำหนด
Robson etal 1981 พบว่าภายใน 3 เดือนหลังคลอดสตรีเกือบทั้งหมดกลับมามีเพศสัมพันธ์โดยที่ 1/3 มีเพศสัมพันธ์ภายใน 6 สัปดาห์ เหตุผลสำคัญที่บั่นทอนความสุขทางเพศหลังคลอดคือ ความเจ็บปวด โดยเฉพาะในรายที่มีการตัดฝีเย็บระหว่างคลอดซึ่ง 90% เย็บโดยนักศึกษาแพทย์ ซึ่งในรายที่รุนแรงมักพบว่าปากช่องคลอดแคบลงหรือมี พังผืดขวางปากช่องคลอดเป็นบางส่วนเพราะเย็บไว้ไม่ดี
References
1. John Bancroft, Human Sexuality and Its Problems, 2nd ed., Churchill Livingstone, 1989, p. 630
2. Crowe & Ridley, Therapy with Couples, Blackwell, 1992, p. 318
ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ รามาธิบดี