>>
Site Map
>>
Forums
>>
ข่าวสั้นทันโลก เพื่อสุขภาพ
Forum module - topics in forum:
ข่าวสั้นทันโลก เพื่อสุขภาพ - ข่าวสั้น กระชับ ให้ข้อมูลสุขภาพที่เชื่อถือได้
==เตือนภัยทั่วโลก ไข้หวัดมรณะ ระบาดแถบเอเชีย==
สธ.เตือนคนไทยเดินทางไปต่างประเทศมีโอกาสติดเชื้อ"หวัดมรณะ" หลังองค์การอนามัยโลกเตือนภัย "หวัดมรณะ" ระบาดทั่วเอเชีย เกิดจากไวรัสสายพันธุ์ใหม่ทำให้ผู้ป่วยมีอาการคล้ายเป็นหวัดก่อนลุกลามกลายเป็นโรคปอดบวม ระบบทางเดินหายใจล้มเหลวอย่างรุนแรง ระบุประเทศกลุ่มเสี่ยงมี 8 ชาติในแคนาดา จีน ฮ่องกง ประเทศในกลุ่มอาเซียนรวมทั้งไทยด้วย คร่าชีวิตผู้ป่วยไปแล้วกว่า 10 คน ที่จีนพบผู้ป่วยกว่า 300 ราย เสียชีวิตไปแล้ว 5 ราย อีกรายนักธุรกิจสหรัฐติดเชื้อที่เมืองจีนไปตายที่ฮ่องกง ทางการมะกันเตือนนักท่องเที่ยวหลีกเลี่ยงเดินทางมาไทยและประเทศกลุ่มอาเซียน
เมื่อวันที่ 16 มี.ค. สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศเมื่อวันเสาร์ หรือวันอาทิตย์ตามเวลาประเทศไทย ว่า โรคปอดอักเสบ หรือโรคปอดบวมจากเชื้อไวรัสมรณะสายพันธุ์ใหม่ที่ไม่เคยพบมาก่อนและกำลังแพร่ระบาดในหลายชาติทั่วภูมิภาคเอเชีย รวมทั้งไทย อย่างรวดเร็วนั้นถือเป็นภัยคุกคามสุขภาพของประชากรโลก
องค์การอนามัยโลก ออกแถลงการณ์ว่าได้ออกหนังสือเตือนนักท่องเที่ยวและสายการบินทั่วโลกถึงข้อปฏิบัติเมื่อเดินทางไป-กลับจากพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดของโรคปอดอักเสบจากไวรัสพันธุ์ลึกลับ ซึ่งเรียกว่าโรคระบบทางเดินหายใจล้มเหลวอย่างรุนแรง หรือ Severe Acute Respiratory Syndrome (SARS) ขณะนี้ไม่มียาปฏิชีวนะและยาต้านไวรัสตัวใดปราบโรคดังกล่าวได้
องค์การอนามัยโลกระบุด้วยว่าปัจจุบันมีผู้ติดโรคกว่า 100 คน เสียชีวิตไปแล้ว 9 คน ทั้งยังได้รับรายงานว่าตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีข้อมูลการระบาดของโรครวมกัน 150 กรณีในแคนาดา จีน ฮ่องกง รวมทั้ง 5 ชาติในกลุ่มอาเซียน ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม
"โลกต้องเร่งทำงานร่วมกันเพื่อหาสาเหตุของโรคๆ นี้ หาทางรักษาผู้ป่วย และหยุดยั้งการแพร่ระบาดของมันให้ได้" โกร ฮาร์เล็ม บรันด์แลนด์ ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก ระบุ
ทั้งนี้ ผู้ป่วยด้วยโรคเอสเออาร์เอสจะมีอาการเหมือนคนเป็นไข้หวัด อุณหภูมิร่างกายพุ่งสูงกว่า 38 องศาเซลเซียส ต่อมาจะมีอาการผิดปกติทางระบบทางเดินหายใจร่วมด้วย เช่น ไอ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ หายใจลำบาก โดยโรคสามารถติดต่อไปถึงคนที่อยู่ใกล้ชิดผู้ป่วยและผู้ที่สัมผัสโดยตรงกับของเหลวจากร่างกายผู้ป่วย นอกจากนั้น ผู้ที่เคยเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคและมีอาการไข้ขึ้นสูงหลังวันที่ 1 ก.พ.เป็นต้นมาสมควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์โดยเร็ว
รายงานข่าวแจ้งว่า ช่วงกลางเดือนก.พ. 2546 พบผู้ป่วยที่มีอาการปอดบวมคล้ายกับโรคเอสเออาร์เอสในมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน 305 ราย ในจำนวนดังกล่าวเสียชีวิตไปแล้ว 5 ราย ขณะที่องค์การอนามัยโลก ระบุว่า โรคเริ่มแพร่ระบาดชัดเจนในวันที่ 26 ก.พ. เมื่อมีนักธุรกิจอเมริกันอายุ 48 ปีล้มป่วยด้วยโรคปอดบวมลึกลับนี้ในกรุงฮานอย เมืองหลวงเวียดนาม ภายหลังจากนักธุรกิจอเมริกันรายนี้เดินทางมาจากมหานครเซี่ยงไฮ้และเขตบริหารพิเศษฮ่องกงของจีน จากนั้นเขาเดินทางกลับไปยังฮ่องกงอีกครั้งเพื่อรักษาตัวแต่เสียชีวิตในที่สุด ล่าสุด นางพยาบาลเวียดนามที่ดูแลนักธุรกิจอเมริกันได้ติดโรคและเสียชีวิตไปเมื่อวันที่ 15 มี.ค. ส่วนในฮ่องกงตรวจพบผู้ป่วยด้วยโรคปอดบวมลึกลับถึง 37 ราย
เอเอฟพีรายงานด้วยว่า เมื่อวันเสาร์ที่ 15 มี.ค. เพิ่งพบการแพร่ระบาดของโรคเอสเออาร์เสเป็นครั้งแรกในไต้หวันและยุโรป โดยในยุโรปตรวจพบหลังจากนายแพทย์คนหนึ่งที่รักษาผู้ป่วยเอสเออาร์เอสในสิงคโปร์เดินทางไปประชุมที่นครนิวยอร์กของสหรัฐช่วงเช้าวันเสาร์ และเมื่อประชุมเสร็จแพทย์คนดังกล่าวได้ขึ้นเครื่องบินออกจากนิวยอร์กไปยังนครแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี แต่ขณะเดินทางอยู่นั้น นายแพทย์เริ่มมีอาการของโรคเอสเออาร์เอส ทำให้เจ้าหน้าที่สาธารณาสุขเยอรมนีรีบนำตัวนายแพทย์ รวมถึงภรรยาและบุคคลที่เดินทางมากับเขา เข้ารับการรักษา ส่วนผู้โดยสารที่อยู่ในเครื่องเดียวกันยังอยู่ในเขตกักกันโรค
ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า ศูนย์ควบคุมโรคติดต่อ สหรัฐ (ซีดีซี) แถลงเตือนชาวอเมริกันว่าถ้าไม่จำเป็นให้หลีกเลี่ยงการเดินทางมาประเทศที่พบการระบาดของโรคเอสเออาร์เอส ได้แก่ แคนาดา จีน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม ไทย และเขตบริหารพิเศษฮ่องกงของจีน
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ประจำท่าอากาศยานดอนเมือง ตรวจเข้มบุคคลที่เดินทางมาจากจีน ฮ่องกง และเวียดนาม อย่างไรก็ตาม ตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ยังตรวจไม่พบผู้มีอาการโรคปอดอักเสบเอสเอเอาร์เอสแม้แต่รายเดียว
เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 16 มี.ค. ที่ท่าอากาศยานกรุงเทพ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงเชื้อโรคปริศนาที่ทั่วโลกกำลังหวาดผวา เพราะคร่าชีวิตชาวฮ่องกง จีน และเวียดนามไปกว่า 10 รายแล้ว และกำลังแพร่ระบาดข้ามทวีป โดยล่าสุดมีชาวแคนาดา 2 คนเสียชีวิตเพราะติดเชื้อมาจากฮ่องกง ว่า ในส่วนของการคุ้มกันตามด่านชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านนั้น เป็นเรื่องที่กระทรวงสาธารณสุขกำลังดำเนินการอย่างเข้มงวดและคงมีมาตรการพิเศษใดๆไว้รองรับแล้ว คนไทยอย่าได้วิตก สิ่งที่น่าเป็นห่วงในขณะนี้คือเรื่องของสภาพอากาศที่กำลังเปลี่ยนแปลงมากกว่า ทำให้หลายคนเป็นหวัดและไอจนคอแห้ง โดยเฉพาะเด็กๆ ดังนั้นขอให้ระมัดระวังและดูแลรักษาสุขภาพของตัวเองให้ดี
น.พ.จรัล ตฤณวุฒิพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึงสถานการณ์ล่าสุดของโรคไข้หวัดมรณะที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าประเทศไทยมีการระบาดของโรคดังกล่าวด้วย ว่า จากการติดตามรายงานขององค์การอนามัยโลกที่ออกประกาศคำเตือนฉุกเฉินของโรคไข้หวัดมรณะที่ระบาดในภูมิภาคเอเชียที่อาจจะแพร่ระบาดไปสู่ภูมิภาคอื่น ทางกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยได้ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ 1 ชุด ขึ้นมาสำหรับติดตามสถานการณ์ ตรวจสอบและประสานกับองค์กรต่างๆ ที่มีข้อมูลความคืบหน้าของโรคดังกล่าว ตั้งแต่เริ่มมีข่าวการระบาดของโรคตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งมีตนเป็นประธานคณะทำงาน โดยล่าสุดกรมควบคุมโรคได้ตรวจสอบไปยังโรงพยาบาลในสังกัดของกระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานคร และโรงพยาบาลเอกชนทุกแห่งทั่วประเทศแล้ว พบว่าในขณะนี้ยังไม่มีรายงานการพบผู้ป่วยติดเชื้อโรคไข้หวัดมรณะ (Atypical Pneumonia) แต่อย่างใด ซึ่งทางกรมควบคุมโรคยังไม่ประมาท เพราะประเทศไทยอยู่ใกล้กับประเทศที่เป็นแหล่งกำเนิดของเชื้อไวรัสชนิดนี้ จึงยังคงเฝ้าติดตามตรวจสอบอยู่เป็นระยะ
อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวอีกว่า กรณีที่มีคนไข้ป่วยด้วยโรคที่ไม่ทราบสาเหตุที่ ร.พ.เปาโลเมโมเรียล 1 ราย และอีก 1 ราย ที่ ร.พ.ศิริราช เป็นเด็กและเสียชีวิตในเวลาต่อมา นั้น ทางกรมควบคุมโรคได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบสอบสวนหาสาเหตุโดยละเอียด ปรากฏว่า ผู้ป่วยทั้งสองรายไม่ได้เจ็บป่วยหรือติดเชื้อด้วยโรคหวัด "อะทิพิคัล นิวโมเนีย" หรือโรคหวัดมรณะ แต่ป่วยด้วยโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ส่วนอีกรายป่วยด้วยโรคกล้ามเนื้ออักเสบรุนแรง ซึ่งเรื่องนี้ตนได้รายงานให้รมว.สาธารณสุข รับทราบเรื่องแล้ว
"ยืนยันว่าในประเทศไทยยังไม่มีผู้ป่วยโรคหวัดชนิดนี้ เพียงแต่ประเทศไทยยังเป็นกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสแพร่ระบาดของโรค เนื่องจากอยู่ในภูมิภาคแถบเดียวกับประเทศจีน เวียดนามและฮ่องกงที่เป็นแหล่งต้นตอของโรคและมีพื้นที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคหวัดมรณะมากที่สุด ซึ่งกรมควบคุมโรคได้ประสานกับสายการบินทุกสายให้ตรวจสอบผู้โดยสารก่อนขึ้นเครื่อง โดยไม่ได้เน้นเฉพาะชาวเวียดนาม ฮ่องกงหรือจีน แต่เน้นทุกเชื้อชาติ เพราะอาจติดเชื้อมาโดยผู้ป่วยยังไม่รู้ตัวก็ได้ ส่วนคนไทยที่เดินทางไปต่างประเทศ อาจติดเชื้อได้หากเดินทางไปนอกประเทศในช่วงระหว่างวันที่ 1-15 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งถ้ามีอาการคล้ายกับเป็นไข้หวัด ให้รีบพบแพทย์เพื่อบอกอาการ รวมทั้งการเดินทางไปต่างประเทศในช่วงดังกล่าว เพื่อค้นพบสาเหตุของการเจ็บป่วยโดยเร็ว หรือหากพบว่ามีอาการติดเชื้อจากโรคหวัดมรณะ ทางกระทรวงสาธารณสุขจะได้ป้องกันไม่ให้แพร่ระบาดออกไปอีก" น.พ.จรัล กล่าว
อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวอีกว่า ประเทศไทยยังมีนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าออกจำนวนมาก ดังนั้นจึงมีการตรวจสอบผู้โดยสารก่อนขึ้นเครื่อง ได้ขอให้เจ้าหน้าที่ที่ตรวจสอบประวัติการเจ็บป่วยของผู้โดยสาร หากพบว่าเคยมีประวัติการเจ็บป่วยมาก่อนหรือเคยเดินทางไปยังพื้นที่ที่อาจสัมผัสกับโรคจะต้องมีใบรับรองแพทย์ประกอบการเดินทาง หรืออยู่ระหว่างการเจ็บป่วยต้องแจ้งให้กับประเทศไทยทราบก่อนเดินทาง นอกจากนี้หากพบว่าผู้โดยสารที่มีอาการเจ็บป่วยเดินทางมากับเที่ยวบินถึงประเทศไทยแล้ว จะต้องมีการตรวจสอบหลังจากลงเครื่องอีกครั้ง และหากพบว่ามีอาการใกล้เคียงกับอาการของโรคไข้หวัดมรณะจะส่งกลับทันที
น.พ.จรัล กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบสถานการณ์ของโรคหวัดมรณะในต่างประเทศพบว่า มีชาวสิงคโปร์ติดเชื้อแล้ว 4 ราย ชาวแคนาดาเชื้อสายจีน-ฮ่องกงติดเชื้อแล้วอีกจำนวนหนึ่ง หลังจากเดินทางกลับจากฮ่องกง นอกจากนี้ ทางองค์การอนามัยโลกก็ยังไม่ทราบที่มาของเชื้อไวรัสหวัดมรณะดังกล่าว