>>  Site Map >>  News

บุก "วุฒิ-ศักดิ์" คลินิค อย. ฟัน โฆษณาโอ้อวด และใช้ยาไม่ได้รับอนุญาติ


#651 - 3--kijakarnj--บุก "วุฒิ-ศักดิ์" คลินิค อย. ฟัน โฆษณาโอ้อวด และใช้ยาไม่ได้รับอนุญาติ--2007-11-28 17:40:26

#บุกตรวจ “วุฒิ-ศักดิ์ คลินิก” พบผิด 3 กระทง เจอหลักฐานมีการใช้ “ยากลูตาไทโอน” ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยากับ อย.ถือเป็นการใช้เวชภัณฑ์ก่อให้เกิดอันตราย ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ว่าปลอดภัย รวมถึงโฆษณาโอ้อวดเกินจริง สั่งระงับการโฆษณาและไม่ให้ใช้ยานี้ในสถานพยาบาลทุกแห่ง เผยแค่เดือนเดียวมีการตรวจคลินิกเสริมความงามโฆษณาเกินจริง 24 แห่ง เตือนประชาชนอยากสวย ขาว ระวัง ระบุทำยังไงก็ไม่มีทางขาวถาวร - วันนี้ (27 พ.ย.) นพ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) นพ.ศุภชัย คุณารัตนพฤกษ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงศ์ ผู้อำนวยการกองการประกอบโรคศิลปะ รศ.นพ.นภดล นพคุณ และ นพ.ประวิทย์ อัศวานนท์ จากสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย ร่วมกันแถลงข่าวเกี่ยวกับการที่มีคลินิกเสริมความงามหลายแห่งนำสารกลูตาไธโอ น (Glutathione) มาฉีดให้ลูกค้า โดยโฆษณาชวนเชื่อว่าช่วยให้ผิวขาวเรืองแสงได้ ซึ่งเมื่อคืนวันที่ 26 พ.ย.อย.ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่กองการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพเข้าตรวจสถานพยาบาลวุฒิ-ศักดิ์ คลินิกเวชกรรม สาขางามวงศ์วาน พบว่า มีแผ่นพับโฆษณาสถานพยาบาลในลักษณะโอ้อวดเกินความจริง
   
  นพ.ศุภชัย กล่าวว่า จากการเข้าตรวจสถานพยาบาลวุฒิ-ศักดิ์ คลินิกเวชกรรม สาขางามวงศ์วาน พบว่า สถานบริการแห่งนี้ มีแผ่นพับโฆษณาข้อความดังกล่าว ระบุว่า โปรแกรมเรเดี๊ยนซ์ แอนด์ ดีท็อกซิฟิเดชั่น (RADIANCE DETOXIFICATION) เป็นวิธีการรักษาที่ช่วยให้ผิวขาวกระจ่าง สดใส ทั่วทั้งเรือนร่าง เหมือนดาราโดยไม่มีผลกระทบจากการใช้ยา ถือเป็นโฆษณาที่เข้าข่ายโอ้อวดเกินความจริง เนื่องจากการรักษาพยาบาลทุกอย่างมีทั้งผลดีและผลข้างเคียงที่จำเป็นต้องชี้แ จงอันตรายให้ผู้บริโภคเข้าใจ ถือเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 38 พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท และหากยังมีการโฆษณาเกินจริงอยู่อีก จะมีโทษปรับวันละ 10,000 บาท จนกว่าจะแก้ไขโฆษณาดังกล่าวให้เหมาะสม
   
  นพ.ศุภชัย กล่าวต่อว่า นอกจากตรวจพบการใช้ยาเตติโอนิล (TATIONIL) ซึ่งมีตัวยากลูตาไทโอน ซึ่งเป็นยาที่มิได้ขึ้นทะเบียนตำรับยานำมาใช้ในสถานประกอบการ ถือเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 34(2) พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 ที่กำหนดให้ผู้ดำเนินการสถานพยาบาลมีหน้าที่ความรับผิดชอบควบคุมดูแลผู้ประก อบวิชาชีพที่ปฏิบัติงานตามกฎหมาย ฝ่าฝืนมีโทษจำคุก 1 ปี ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งทั้งปรับ รวมทั้งสถานพยาบาลได้อ้างว่าการรักษาพยาบาลเกิดขึ้นจากทีมวิจัยเทคนิกการแพท ย์ของตนเองซึ่งเท่าที่มีการตรวจสอบข้อมูลเอกสารหลักฐานต่างๆ ไม่มีข้อมูลแสดงว่าการใช้ยาดังกล่าว เป็นกระบวนการที่ได้มาตรฐานและได้รับการยอมรับ และไม่มีข้อมูลเพียงพอที่ชี้ชัดความปลอดภัยในการรักษาเนื่องจากยายังไม่ผ่าน การตรวจสอบ และไม่ได้รับการขึ้นทะเบียน ประกันคุณภาพ ความปลอดภัย จึงถือเป็นการกระทำผิดมาตรา 45 ตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 ในการใช้ยาเวชภัณฑ์ที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้รับการรักษา และกำหนดให้แก้ไขให้เหมาะสม ภายในระยะเวลาที่กำหนด
   
  “ขณะนี้ได้สั่งการให้สถานพยาบาลดังกล่าวระงับการโฆษณา หรือการโฆษณาอื่นๆ ที่มีลักษณะหรือมีข้อความที่เป็นเท็จหรือโอ้อวดเกินความจริง หรือน่าจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับการประกอบกิจการของสถ านพยาบาล และให้ระงับการใช้ยาดังกล่าวด้วย โดยจะมีผลรวมไปถึงสถานพยาบาลทุกแห่งที่มีการใช้วิธีนี้อยู่ เนื่องจากเป็นกระบวนการรักษาที่ผิดกฎหมาย นอกจากนี้หากพบว่ามีผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมมีส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินการ ก็จะส่งเรื่องให้กับแพทยสภาพิจารณาต่อไป” นพ.ศุภชัย กล่าว
   
  นพ.ศุภชัย กล่าวด้วยว่า ขณะนี้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพได้รณรงค์ตรวจมาตรฐานการประกอบกิจการสถานพยาบ าลคลินิกที่จัดให้บริการเกี่ยวกับการเสริมความงาม โดยในช่วงระหว่างวันที่ 1-31 สิงหาคม 2550 ได้มีการตรวจคลินิกจำนวน 110 แห่ง พบว่ามีข้อความโฆษณาในเชิงโอ้อวดมากที่สุดถึง 24 แห่ง นอกนั้นพบว่ามีป้ายชื่อคลินิกไม่ถูกต้อง 2 แห่ง ไม่มีข้อความแจ้งให้สอบถามอัตราค่ารักษาพยาบาล ไม่แสดงอัตราค่ารักษาพยาบาล และไม่แสดงใบอนุญาตประกอบกิจการและใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาลในที่เปิดเผย  จำนวนอย่างละ 1 แห่ง ซึ่งทางกรมได้แนะนำและตักเตือนให้สถานพยาบาลดังกล่าวปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎ หมายแล้ว
   
  “ฝากไปยังคลินิกเสริมความงาม และคลินิกผิวหน้าทั้งหลาย ให้ระมัดระวังในการใช้ยา เวชภัณฑ์ วิธีการรักษาต้องเป็นไปตามหลักวิชาการ ที่ถูกต้องตามกฎหมาย ได้มาตรฐานได้รับการยอมรับ ไม่ควรนำคนไข้ไปเป็นตัวทดลองแถมยังเก็บค่ารักษาพยาบาลในราคาที่แพง ถือเป็นสิ่งไม่ถูกต้องและผิดกฎหมายด้วย” นพ.ศุภชัย กล่าว
   
  ด้าน นพ.ศิริวัฒน์ กล่าวว่า เมื่อได้บุกเข้าตรวจสถานพยาบาลแห่งนี้ พบว่า มีการใช้สารกลูตาไธโอน โดยไม่มีการขึ้นทะเบียนตำรับยาและไม่มีการนำเข้ามาในประเทศไทย ไม่ทราบแหล่งที่มาว่ามีการนำเข้าจากที่ใด แต่มีเอกสารที่รับรองการนำเข้าและการขึ้นทะเบียนกับอย.ถูกต้อง และเมื่อสอบถามไปยังบริษัท โรช (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทผู้ผลิตยาดังกล่าวได้แจ้งให้ อย.ทราบว่าไม่มีการนำเข้ามาในประเทศเช่นกัน จึงมีความเป็นไปได้ว่า ยาที่มีจำหน่ายอยู่อาจเป็นยาปลอม ซึ่งขณะที่นี้พบว่ามีการระบาดอยู่แถบอาเซียน ซึ่งจะมีการประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อสืบหาเบาะแส และการเข้ามาในประเทศไทยได้อย่างไร
   
  นพ.ศิริวัฒน์ กล่าวด้วยว่า ส่วนในการดำเนินคดีกับสถานพยาบาลขณะที่อยู่ระหว่างการให้นิติกรเป็นผู้รวบรว มข้อมูลประมวลหลักฐานเอกสารทั้งหมด เพื่อดูว่าจะสามารถตั้งข้อกล่าวหาใดได้บ้าง ถ้าหากต้องดำเนินคดีอาญาก็จะต้องผ่านคณะกรรมการ อย.เพื่อพิจารณา หากมีโทษแค่ปรับก็จะสั่งการให้มีการปรับตามที่กฎหมายระบุได้ทันที
   
  “ขอเตือนวัยรุ่น ผู้หญิง ไม่ควรหลงเชื่อโฆษณาที่อ้างว่าสามารถช่วยให้ผิวขาวขึ้น เพราะไม่มีผลิตภัณฑ์ใดที่จะทำให้ผิวขาวขึ้นได้อย่างถาวร ผลิตภัณฑ์ยาอาจช่วยได้ชั่วคราว แต่เมื่อหมดฤทธิ์ยาร่างกายก็ผลิตเม็ดสีตามปกติ ซึ่งการฉีดยาเข้าเส้นนั้นมีอันตรายมาก ผู้บริโภคที่ได้รับการฉีดสารตัวนี้อาจเกิดอาการแพ้ยา ช็อก หรือหยุดหายใจได้ สำหรับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางก็สามารถช่วยให้ผิวขาวขึ้นได้ชั่วคราวเท่านั้น โดยไม่มีผลกับโครงสร้างใดๆ ของผิว ทั้งนี้ การที่ประชาชนในแถบเอเชียมีผิวคล้ำ ถือเป็นเรื่องที่มีประโยชน์ เพราะสามารถป้องกันแสงอัลตราไวโอเล็ตจากแสงอาทิตย์ได้ ทำให้โอกาสการเกิดมะเร็งผิวหนังน้อยกว่าคนผิวขาว จึงไม่ควรมีค่านิยมที่ผิดในการเปลี่ยนสีผิวให้ผิดธรรมชาติ และหากมีผู้ได้รับผลกระทบจากการใช้สารกลูตาไทโอนก็สามารถแจ้งมาได้ทั้ง 3 หน่วยงาน คือ อย.สบส.และ สคบ.” นพ.ศิริวัฒน์ กล่าว
   
  นพ.ประวิทย์ อัศวานนท์ กล่าวว่า ขณะนี้พบว่ามียาหลายประเภทที่มีผลข้างเคียงทำให้ผิวดูซีดจางลง แต่เมื่อใช้ไปนานๆ จะมีผลข้างเคียงอื่นๆ อีกหรือไม่ ขณะนี้ข้อมูลในระยะยาวยังไม่มีข้อมูลแน่ชัด แต่คาดว่าน่าจะเกิดผลเสียได้ในอนาคต

--comments-->0--1252--4


Attention! T!sitemap page!คุณอยู่ที่ sitemap ของ ไทยเฮลท์ สุขภาพ โรค ไข้ ยา บทความ ข่าว ไปที่เนื้อหาเดิม-original content
เว็บสุขภาพ อัพเดตโดยแพทย์ โปรแกรม คลินิค บทความ ข่าว เกมส์ เกม และเรื่องโรคต่างๆ เช่น โรคเบาหวาน ไขมัน หัวใจ ไข้หวัดนก ไข้เลือดออก โรคเอดส์ คลิปวีดีโอ ค้นหา ข้อมูล ภาพ ของไทย

Search from web


เว็บ คีย์เวอร์ด คลิปวีดีโอ




ไทยเฮลท์

Valid HTML 4.01 Valid CSS