โควิด-19 Covid-19 Extensive Review and Update

โควิด-19 Covid-19 Extensive Review and Update Introduction โควิด -19 เป็นโรคอุบัติใหม่ ที่เกิดจากการติดเชื้อโคโรน่าไวรัส ที่เรียกว่า SARS-CoV 2 ไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคทางเดินระบบหายใจรุนแรงเฉียบพลัน ตัวที่ 2 ตัวแรกคือ SARS ที่เราเคยมีการระบาดเมื่อสิบกว่าปีก่อน เชื้อไวรัสโคโรน่า หรือโควิด เริ่มเกิดที่เมืองอู่ฮั่น ในประเทศจีน[1] เชื้อโคโรน่าไวรัส เป็น RNA ไวรัส ที่มีขนาดใหญ่ ขนาดตั้งแต่ 60-140 นาโนเมตร มีหนามแหลมรอบๆตัว คล้ายมงกุฎ จึงมีชื่อเรียกว่า โคโรน่า(ที่แปลว่ามงกุฎ) [3]ไวรัส SARS-CoV-2 มีสารพันธุกรรมเป็นอาร์เอ็นเอสายเดี่ยว ความยาวประมาณ 30,000 คู่เบส จาก รายงานผลลำดับเบสของสารพันธุกรรมอาร์เอ็นเอของเชื้อ 2019-nCoV ที่ได้จากผู้ป่วย พบว่าไวรัส SARSCoV-2 เป็นสมาชิกใหม่ในสกุล Betacoronavirus เช่นเดียวกับ SARS-CoV และ MERS-CoV และจีโนมมี ความใกล้เคียงกับ SARS-CoV (ร้อยละ 80) และ SARS-like bat CoV (ร้อยละ 88) มีเหตุการณ์สองเหตุการณ์ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาที่มีการแพร่เชื้อไวรัสเบตาโคโรน่าในสัตว์สู่มนุษย์ส่งผลให้เกิดโรครุนแรง เหตุการณ์แรก เกิดเมื่อ คศ. 2002-2003 เมื่อเบต้าโคโรน่าในค้างคาว ได้แพร่มากระจายในคน เกิดเป็นโรคที่เรียกว่า SARS หรือการติดเชื้อทางเดินหายใจรุนแรงเฉียบพลัน เป็นเชื้อ SARS-Cov 1ตัวแรก ในมณฑลกวางตุ้งประเทศจีน มีผู้ป่วย 8422 ราย และเสียชีวิต 916ราย (อัตราตาย 11%) [4]เคยมีการระบาดมายังประเทศไทย แต่หายไปโดยมีผู้ป่วยและเสียชีวิต 7และ 2 ราย ถัดจากนั้นเกือบปีถัดมา ในปี 2012 มีการระบาดของไวรัสที่เรียกว่า MERS หรือ Middle East Respiratory Virus เกิดระบาดจากอูฐในซาอุดิอาระเบีย มีผู้ป่วย 2494 ราย ผู้เสียชีวิต 858 ราย(อัตราตาย 34%)[5] ไวรัสวิทยาของโคโรน่าไวรัส ล่าสุดขององค์การอนามัยโลก ในวารสาร Cell โดย นพ.ยง ภู่วรวรรณ กล่าวว่า Covid-19 ที่นอกเหนือจากอู่ฮั่น แพร่กระจายง่ายขึ้น เนื่องจากแต่เดิม ในจีนเป็น S และ L แต่เนื่องจากโคโรน่าเป็น RNA ไวรัสที่กลายพันธ์เร็ว ที่มาเมืองไทยเป็นสายพันธ์ย่อยจาก S ที่มีเฉพาะตำแหน่ง 829 บน spike เปลี่ยนโปรตีนเป็น Threonine และตอนนี้คาดว่าน่าจะหมดไปจากไทยแล้วตามการจบรอบการระบาดรอบแรก ในขณะที่ L ไประบาดในยุโรป ได้กลายพันธ์เป็น G และ โดยสายพันธุ์ G มีการเปลี่ยนแปลงในตำแหน่ง 614 บนหนามแหลมที่ยื่นออกมา (spike) โดยเปลี่ยนแปลงจาก Aspartate (D) ไปเป็น Glycine (G) หรือเรียกว่าสายพันธุ์ G614 (D614G mutations) สายพันธุ์ G นี้แพร่กระจายได้ง่ายมาก ออกลูกหลานมาเป็น สายพันธุ์ GH และ GR ล่าสุด WHO จึงจัดแบ่ง(WHO-operated GISAID)[105] แบ่งกลุ่มไวรัสโควิด-19 เป็น 6 ชนิดย่อย คือ S, V, L, G, GH, GR S:    C8782T,T28144C includes NS8-L84S L:    C241,C3037,A23403,C8782,G11083,G25563,G26144,T28144,G28882 (WIV04-reference sequence) V:    G11083T,G26144T NSP6-L37F + NS3-G251V G:    C241T,C3037T,A23403G includes S-D614G GH: C241T,C3037T,A23403G,G25563T includes S-D614G  + NS3-Q57H GR:  C241T,C3037T,A23403G,G28882A includes S-D614G  + N-G204R การแพร่ระบาดของสายพันธ์ G โดย D614Gจะง่ายกว่ามาก เพราะจะมีเชื้อในลำคอมากขึ้น ปริมาณไวรัสในลำคอมากกว่า แต่ไม่ได้ทำให้โรครุนแรงขึ้น Origin and Spread of COVID-19 [1, 2, 6] ในเดือนธันวาคม 2019 มีรายงานการติดเชื้อในปอด ในผู้ป่วยอู่ฮั่นเมืองหลวงของมณฑลหูเป่ยและศูนย์กลางการขนส่งที่สำคัญของจีน เริ่มการระบาดโรคปอดบวมรุนแรงโดยไม่ทราบสาเหตุ หลายกรณีจากการติดตามพบว่ามีการสัมผัสผ่านตลาดอาหารทะเลขายส่งหวาหนาน ทางการส่งหน่วยเฝ้าระวัง (เกิดขึ้นหลังจากการระบาดของโรคซาร์ส)ตัวอย่างแล็บได้ถูกส่งไปยังห้องปฏิบัติการอ้างอิงสำหรับการตรวจวินิจฉัยสาเหตุ ในวันที่ 31 ธันวาคม 2019 จีนแจ้งเตือนการระบาดของโรคนี้ต่อองค์การอนามัยโลกและในวันที่ 1 มกราคมตลาดอาหารทะเลหวาหนานถูกสั่งปิด เมื่อวันที่ 7 มกราคมไวรัสถูกระบุว่าเป็น coronavirus มีความคล้ายคลึงกับ bat coronavirusมากกว่า 95% และมากกว่า 70% เทียบกับ SARS- CoV มีการตรวจสอบว่าพบเชื้อในตลาด เป็นการยืนยันว่าเชื้อมาจากตลาดหัวหนานจริง นอกจากนั้น การระบาดคนสู่คนเริ่มขึ้นหลังจากนั้น ทำให้ผู้ป่วยทวีเพิ่มอย่างมาก โดยเฉพาะในการเดินทางในช่วงปีใหม่ ได้ทำให้เชื้อกระจายออกไปอย่างกว้างขวาง ทั้งที่จีน และทั่วโลก(เริ่มจากไทย,ญี่ปุ่น ,ฮ่องกง,ใต้หวัน และเกาหลีใต้) เมื่อวันที่ 11 มค. 2020 ก็มีรายงานการเสียชีวิตรายแรก ในวันที่ 20 มค. มีบุคลากรทางการแพทย์ป่วยด้วยโรคนี้ ต่อมา เมื่อถึงวันที่ 23 มค. ผู้ว่าการของอู่ฮั่น ก็ได้ปิดล๊อคดาวน์(Completely Lockdown) เมืองทั้งเมือง ที่มีประชากร 11 ล้านคน อย่างเป็นทางการ หลังจากนั้น ก็มีการขยายการปิดเมืองออกไปในมณฑลหูเป่ย รวมถึงมณฑลอื่นๆ มีการรายงานถึงการระบาดนอกจีนที่แพร่ออกไป [9] ทำให้ ต้องมีการปิดสนามบินหลายแห่งที่คนจีนนิยมเดินทาง มีการตรวจสอบโรคและพบว่า มีการระบาดจากผู้ที่ไม่มีอาการออกไปด้วย ดังนั้น จึงมีการกักบริเวณผู้ที่เดินทางมาจากสถานที่เสี่ยง รวมถึงประเทศไทย…

20 ความจริงเกี่ยวกับโคโรน่าไวรัส โควิด-19

20 ความจริงเกี่ยวกับโคโรน่าไวรัส โควิด-19 โควิด-19 หรือโรคปอดบวม อู่ฮั่น จากโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 1 โคโรน่าไวรัสเป็นไวรัสขนาดใหญ่ และ เป็นกลุ่มใหญ่ ดูด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน คล้ายมงกุฎ(Corona) จึงเรียกว่าโคโรนาไวรัส พบได้ทั้งใน คน และ สัตว์ จำนวนมาก 2 โคโรน่าไวรัส ที่เกิดโรคในคน แต่เดิมมี 6 ชนิด เป็นสายพันธุ์ที่พบดั้งเดิม ทำให้เกิดโรคหวัด และทางเดินหายใจอยู่เป็นประจำถิ่น แล้ว มี 4 ชนิด และอุบัติใหม่ ทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจอักเสบ แบบเฉียบพลันคือ SARS และ MERS ซึ่งเป็นโรคที่ค่อนข้างรุนแรง มีอัตราการเสียชีวิต 10 และ 30 % ตามลำดับ 3 โคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ได้ชื่อว่า เป็น SARS เหมือนกันคือ มีอาการรุนแรงที่ระบบทางเดินหายใจอุบัติใหม่ที่เมืองอู่ฮั่น ตั้งแต่กลางเดือน ธันวาคม 2019 เป็นต้นมา และวินิจฉัยได้หลังปีใหม่ ถอดรหัสพันธุกรรมสำเร็จในวันที่ 11 มกราคม 2020 เรียกเป็น SARScoV II 4 จุดกำเนิดของโคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ผู้ป่วยกลุ่มแรกที่พบ ส่วนใหญ่มีแหล่งสัมผัส จากตลาดสดที่มีการขายอาหารทะเล และสัตว์สิ่งมีชีวิต 5 โคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่เช่นเดียวกันกับ ไวรัสที่ทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจอักเสบ มีได้ทั้งแบบไม่มีอาการ มีอาการทางเดินหายใจอักเสบแบบเฉียบพลัน จนถึงปอดบวมและโรคแทรกซ้อน 6 ระยะฟักตัวของโรค โดยทั่วไปโคโรน่าไวรัส จะมีระยะฟักตัวประมาณ 2 ถึง 7 วัน ในทางปฏิบัติการเฝ้าสังเกตอาการหลังสัมผัสโรค หรือมาจากแหล่งระบาดของโรค เราจึงใช้ 2 เท่า คือ 14 วัน 7 อาการที่ต้องสงสัย คือ ผู้ที่มาจากแหล่งระบาดของโรค ร่วมกับอาการมี ไข้ และอาการระบบทางเดินหายใจ เช่นมี น้ำมูก ไอ เจ็บคอ หายใจลำบาก ในรายที่รุนแรง คนที่จะมีอาการรุนแรง คือผู้สูงอายุ มีภูมิต้านทานต่ำ ก็จะมีปอดอักเสบหรือปอดบวมเกิดขึ้น และทำให้ระบบหายใจล้มเหลวถึงกับเสียชีวิตได้ 8 โรคนี้สามารถติดต่อระหว่างคนสู่คนได้ จึงเกิดการแพร่กระจายได้ 9 การยืนยันผลการวินิจฉัย จำเป็นต้องใช้การตรวจทางห้องปฏิบัติการ ตรวจหาพันธุกรรมของไวรัส 10 ความรุนแรงของโรคไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ จะมีความรุนแรงน้อยกว่า MERS และ SARS อัตราตายของ MERS อยู่ที่ 30 % ของ SARS อยู่ที่ประมาณ 10 % แต่ของโคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่SARSco Vอยู่ที่น้อยกว่า 3% 11 โรครุนแรงน้อยกว่า ดังนั้น ผู้ที่ติดเชื้ออีกจำนวนมาก ที่อาจไม่มีอาการ หรือมีอาการน้อย ไม่ได้เป็นปอดบวมทุกราย ดังนั้นผู้ป่วยจึงสามารถเดินทางไปได้ไกล และสามารถแพร่โรค ทำให้เกิดการระบาดในวงกว้าง และสามารถระบาดได้ทั่วโลก pandemic 12 เช่นโรคระบาดทั่วไป การกระจายของโรค จะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค และอำนาจในการกระจายโรค โรคที่มีความรุนแรงน้อย จะกระจายได้มากกว่า การติดเชื้อในอากาศ จะได้มากกว่าการติดเชื้อด้วยการสัมผัสฝอยละออง ปอดบวมอู่ฮั่น เป็นโรคที่ติดโดยการสัมผัสฝอยละออง 13 เมื่อเป็นโรคใหม่ ทุกคนไม่มีภูมิต้านทาน จึงมีสิทธิ์ที่จะติดเชื้อได้ทุกคน ถ้าสัมผัสโรค ส่วนความรุนแรงของโรคจะขึ้นอยู่กับอายุ ในเด็กความรุนแรงของโรคจะน้อยกว่า ในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ หรือกล่าวได้ว่าความรุนแรงจะเพิ่มขึ้นตามอายุนั้นเอง 14 ในการระบาดของโรค โรคจะหยุดเมื่อมีการติดเชื้อไปจำนวนหนึ่ง ขึ้นอยู่กับอำนาจการกระจายของโรค ถ้าอำนาจการกระจายของโรค เท่ากับไข้หวัดใหญ่ หรือ 1 คนกระจายไปได้ 2 คน เมื่อมีผู้ติดเชื้อหรือมีภูมิต้านทานแล้วอย่างน้อย 50% โรคว่าจะสงบ แล้วหลังจากนั้นไวรัสนี้ ก็จะเป็นโรคประจำถิ่น endemic หรือตามฤดูกาลต่อไป (seasonal) และการติดเชื้อจะเกิดการระบาดได้เป็นหย่อมอย่าง เช่นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่ระบาดมา 10 ปีแล้วโรคนี้ก็ยังไม่หยุด ยังมีการระบาดในนักเรียนอยู่เป็นระยะระยะในประเทศไทย 15 ในปัจจุบัน ณ วันนี้ยังไม่มียาต้านไวรัสใช้รักษา ยาที่ใช้รักษาที่ดีสุด Favipiravir ก็ยังไม่ดีที่สุดและไม่มีวัคซีนในการป้องกัน 16 การป้องกันที่ดีที่สุด คือ หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ป่วย การล้างมือจะป้องกัน การติดเชื้อได้เป็นอย่างดี “กินร้อน ช้อนใครช้อนมัน ล้างมือ” ยังใช้ได้ดี 17 การติดกันเป็นแบบละอองฝอย ในระยะต่ำกว่า 5 เมตร ยังไม่พบการติดกันแบบแพร่กระจายไปไกลกว่า 5 เมตร หรือ Airborne ในภาพวะปกติ แต่ถ้ามีการทำให้เกิดละอองฝอย เช่นการพ่นยา จะเกิดขึ้นได้ (การไอจามก็เช่นกัน) 18 ผู้ที่ไม่สบายเป็นโรคทางเดินหายใจทุกราย ควรใส่หน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรค สำหรับคนปกติ ถ้าต้องการป้องกันโรค การใช้หน้ากากอนามัยชนิด N95 จะต้องใช้ให้ถูกวิธี ในคนปกติ ถ้าใช้ถูกวิธีค่อนข้างจะอึดอัดมาก บุคลากรทางการแพทย์มีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องใช้ รวมทั้งชุดในการป้องกันตัวเองไม่ให้ติดโรค 19.ชื่อใหม่ของ SARScoV คือ Covid-19 โควิด -19 20.แม้การแพร่กระจายในไทยจะหยุดลงแล้ว ณ.เวลาที่เขียน แต่การแพร่กระจายที่อื่นๆรอบโลกยังมีจำนวนมาก จึงต้องมีการกักกันป้องกันหรือ State Quarantine ทุกรายที่เดินทางผ่านเข้ามายังประเทศ และยังต้องมีมาตรการป้องกันการระบาดเข้มข้นเท่าเดิมไปก่อน